ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมริมฝั่งหนองหาร ในช่วงบรรยากาศแห่งความสุขต้อนรับปีใหม่แบบนี้ Swivel Go Journey ขอแนะนำที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ ในย่านอีสานเหนือที่ได้ไปมาครับ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นสถานที่ตามตำนานของชาวอีสานเลยก็ว่าได้ครับ ที่นี่คือ “บึงหนองหาร” บึงที่ว่าด้วยตำนานนับร้อยนับพันปี หากใครเคยฟังตำนานนี้ อาจจะมาตามรอยตำนานเลยก็ได้นะ แอดเองก็มาตามตำนานเช่นกัน ก่อนอื่นต้องขอเล่าตำนานคร่าว ๆ ก่อนก็แล้วกันนะครับ หนองหารที่ว่านี้ มีตำนานที่เล่าต่อกันมารุ่นสู่รุ่น จากปู่ย่าตายาย มาจนถึงลูกหลานในรุ่นปัจจุบัน ซึ่งไม่มีใครทราบแน่นอนว่าเป็นตำนานที่เกิดขึ้นเมื่อใด หากใครเคยได้ยินชื่อ “ผาแดง นางไอ่” คงจะรู้กันดีนะครับ แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ เราจะเล่าให้ฟัง “ผาแดง และนางไอ่“ เป็นคู่รักตามตำนานดังกล่าว ซึ่งเรื่องราวนี้เกี่ยวข้องกับพญานาคด้วยแหละ ตำนานบอกเล่า ว่ากันว่า นางไอ่ หรือที่ชาวบ้านจะเรียกกันว่า “นางไอ่คำ” เป็นธิดาพระองค์นึงของกษัตริย์แห่งเมืองมนุษย์ที่มีชื่อว่า “เอกชะทีตา” เมื่อธิดาพระองค์นี้เติบโตขึ้น ความงามของไอ่คำเป็นที่เลื่องลือว่างดงาม หาผู้ใดจะเทียบได้ทั่วทั้งพื้นปฐพีและพื้นภิภพบาดาล ส่วนชายหนุ่มผู้งดงามรูปร่างกำยำผู้ที่มีชื่อว่าผาแดง เป็นเจ้าชายแห่งเมืองโผงผาง เจ้าชายผาแดงพอจะได้ยินชื่อเสียงความงดงามของไอ่คำอยู่บ้าง แม้ผาแดงจะไม่เคยพบเจอไอ่คำมาก่อน แต่ผาแดงนั้น ก็มีความลุ่มหลง พร่ำเพ้อหานางจนแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ ด้วยรวามหลุ่มหลงนั้น ผาแดงจึงได้ให้ทหารเป็นพ่อสื่อส่งสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ผ่านทางคนใกล้ชิดซึ่งเป็นแม่สื่อของไอ่คำ เพื่อที่จะผูกไมตรี นางไอ่คำเองพอได้ยินกิตติศัพท์ของผาแดงจากคนใกล้ชิด นางก็เกิดความลุ่มหลงไม่ได้ต่างกับผาแดงแต่อย่างใด คู่ครองที่ไม่ได้พอเจอกันมาก่อน แต่ด้วยความที่เป็นบุพเพของทั้งคู่ทำให้ทั้งสองนั้นเกิดความรักโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว พ่อสื่อแม่สื่อได้ทำให้ทั้งสองได้เจอกัน ความรักที่เกิดขึ้นโดยบุพเพสันนิวาส ทำให้ทั้งคู่ได้ทอดรักกันในค่ำคืน แต่พอรุ่งเช้าก็จำเป็นที่จะต้องแยกทางกัน เพราะทั้งคู่นั้นได้แอบมาเจอกัน ภาพถ่ายโดย Swivel Go Journey ไอ่คำที่เติบโต สิริอายุเหมาะสมที่จะมีคู่ครอง บิดาจึงได้จัดงานเพื่อหาคู่ของนาง โดยได้มีการจัดแข่งบั้งไฟขึ้น หากบั้งไฟของชายหนุ่มผู้ใดขึ้นไปสูงที่สุด ก็จะได้นางไอ่คำไปครอง มีชายหนุ่มจากสี่เมือง เข้าทำการแข่งบั้งไฟในครั้งนั้น บั้งไฟของเจ้าชายเมืองหนึ่งนั้นไม่ขึ้น ส่วนของเจ้าชายผาแดงนั้นเกิดระเบิดที่รางบั้งไฟเลย เหลือบั้งไฟจากอีกสองเมือง ขึ้นไปได้สำเร็จ แต่ว่าทั้งสองนั้นมีศักเป็นญาติของธิดาไอ่คำ จึงไม่ได้มีการยกไอ่คำให้ผู้ใด มาถึงทางฝั่งของท้าวภังคีกันบ้าง ท้าวภังคีนี้เป็นเจ้าชายแห่งเมืองบาดาล ภังคีเองก็พอจะได้ยินชื่อของความงดงามของไอ่คำ ก็ได้คิดหลุ่มหลงจนได้พานาคกลุ่มนึงแปลงกายขึ้นไปยังเมืองมนุษย์ พอได้พบเข้ากับความงามของไอ่คำจริง ๆ ก็ได้กลับมายังเมืองบาดาล เกิดอาการพรำ่เพ้อ หลงรักจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ และได้แปลงกายเป็นกระรอกเผือกรูปร่างงดงาม ตัวสีขาว เท้าปากสีแดงแขวนกระดิ่ง ขึ้นไปยังเมืองมนุษย์อีกครั้ง เพื่อที่จะไปยลโฉมความงามของไอ่คำ ภังคีได้กระโดดโลดเต้นไปทั่ว ไอ่คำได้ยินเสียงกระดิ่งก็เกิดความสงสัย จึงได้ออกมาดู ได้พบกับกระรอกเผือกที่งดงาม นางจึงได้สั่งให้ทหารมาล้อมจับ แต่กระรอกเผือกนั้นกระโดดโลดเต้นไปทั่ว จนทำให้ไอ่คำเกิดอาการโกรธ จึงได้สั่งให้ทหารจับตายทันที ภังคีที่กระโดดโลดเต้นไปทั่วนั้น ได้เห็นมะเดื่อสุกน่ารับประทาน จึงได้กระโดดไปยังต้นมะเดื่อกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย จนลืมไปว่าทหารกำลังล้อมจับอยู่ วินาทีนั้นลูกศรจากธนูของทหารก็ได้ทะลุมายังร่างกระรอกเผือกสิ้นใจตายในทันที ภังคีก่อนสิ้นใจได้ดลบันดาลให้ร่างตัวเองนั้น มีขนาดใหญ่โต กินได้ไปทั่วทั้งเมือง เนื้อของกระรอกเผือกภังคีได้ถูกแจกจ่ายไปทั่วทั้งเมือง เว้นแต่กลุ่มแม่ม่ายที่ไม่ได้รับมากิน นางไอ่คำได้ลิ้มรสของกระรอกเผือกอย่างอิ่มหนำเช่นเดียวกัน บิดาของท้าวภังคี ณ เมืองบาดาล ได้ทราบข่าวลูกของตน ก็เกิดความโกรธแค้นเป็นอย่างมาก จึงได้ยกพลกองทัพนาคราชขึ้นไปถล่มเมืองเอกชะทีตา ใครที่ได้กินเนื้อของภังคี ล้วนแต่ต้องจมลงบาดาลไปในที่สุด พื้นปฐพีเมืองเอกชะทีตา ถูกพญานาคถล่มจนเกิดเป็นหนองนำ้ นางไอ่คำเองได้รับการช่วยเหลือจากผาแดงที่ขี่ม้าบักสามมาช่วย ไอ่คำในอ้อมกอดอันอบอุ่นของผาแดง ได้หนีออกจากเมือง แต่ไม่ว่าม้าบักสามจะวิ่งไปทิศทางใด แผ่นดินต้องถล่มลงในที่สุด มิหนำซ้ำ กองพลนาคราชได้แปลงกายเป็นท่อนซุง ขัดขวางทางหนีของทั้งสอง แม้ท้าวผาแดงและนางไอ่จะพยายามหนีเพียงใด แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นพญานาคราชอยู่ดี พญานาคได้ทอดหางไปดึงไอ่คำจมลงไปยังใต้บาดาล ท้าวภังคีที่ได้เห็นคู่รักของตนต้องจมหายไปอย่างเจ็บปวดใจ มองกลับไปเจอเมืองเอกชะทีตาที่จมหายไปในผืนนำ้ในที่สุด และผืนนำ้ที่ว่านั้นก็ถูกเรียกเป็นหนองหารจนกระทั่งปัจจุบันครับ ภาพถ่ายโดย Swivel Go Journey และนี่ก็คือตำนานแห่งเมืองหนองหาน ที่เราทุกคนต้องไปตามรอยตำนานกันแล้วล่ะ การเดินทางมา ถ้ามาจากสนามบินหรือเมืองสกลนครก็ง่าย ๆ เลยครับ เพียงแค่เดินทางมาตามป้ายตรงมายังเมืองท่าแร่ บึงหนองหารจะอยู่ก่อนเมืองท่าแร่ Swivel จะทิ้งรายละเอียดไว้ให้ตรงนี้เลย 📌 บึงหนองหาร จังหวัดสกลนคร 🛩 เดินทางด้วยเครื่องบิน มาลงที่สนามบินสกลนครจะใกล้ที่สุด 🚌 รถทัวร์หรือรถยนต์ มาพักที่โรงแรมเมืองท่าแร่ใกล้กับหนองหารได้ 🏯 ที่พักใกล้เคียงมีทั้งในเมืองสกลนครและเมืองท่าแร่ที่อยู่ติดหนองหารเลย หนองหารนั้นสามารถเข้าชมได้ทั้งสองริ่มฝั่งเลย มีความอุดมสมบูรณ์เหมือนกัน แต่ในที่นี้ Swivel Go Journey ได้เดินทางไปเพียงแค่ฝั่งเดียว ซึ่งเป็นฝั่งที่ยังมีการทำมาหากินของชาวบ้านแถบนั้นอยู่ตลอด ส่วนอีกฝั่งนึงนั้น ตอนนี้ถูกบูรณะใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บอกได้เลยว่าสวยมาก ๆ ถ้าใครที่ตามโพสต์นี้ของ Swivel Go Journey มานั้นนะครับ แนะนำเลยว่ามาในตอนเช้าที่แสงอาทิตย์เพิ่งสอดส่องลงมา หรือมาในยามเย็นเวลาที่แสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า จะได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ของหนองหาร แล้วเก็บเป็นความประทับใจไปตลอดเลย ภาพถ่ายโดย Swivel Go Journey นอกจากจะมีความอุดมสมบูรณ์รออยู่แล้วนั้น หนองหารยังมีวิถีชีวิต บรรยากาศ และตำนานเก่าแก่ที่ทรงคุณค่า เป็นความงดงามเชิงวัฒนธรรม ถ้าใครที่ตาม Swivel Go Journey มายังหนองหารแห่งนี้นะครับ แนะนำให้มาเวลาเช้าตรู่ที่แสงอาทิตย์เพิ่งจะส่องถึง หรือมาในเวลาที่แสงอาทิตย์กำลังจะลับของฟ้าครับ จะได้พบกับกลิ่นไอความเป็นหนองหารอย่างแท้จริง และที่สำคัญพื้นนำ้หนองหารนั้นใสมาก ๆ มองเห็นตัวปลาได้เลย แนะนำเลยว่าลองเช่าเรือชาวบ้านให้พาวนดูรอบหนองหารดู บอกเลยว่า ความโรแมนติก ความประทับใจนั้นยังรอให้มาสัมผัสอยู่นะ หรือจะลองเดินแบบชิล ๆ ผ่านสะพานที่ทอดยาวไปตามหนองหารก็โรแมนติกไม่แพ้กันเลยครับ หลายคนนั้นอาจจะยังไม่คุ้นชื่อของหนองหารเท่าไหร่นัก แต่ Swivel Go Journey อยากจะแนะนำว่าในเมืองไทยของเรายังมีสถานที่ที่งดงามที่เรายังไม่รู้จักอาจจะเป็นสถานที่ที่ไม่โด่งดัง แต่ความงดงามนั้นยังรอเราให้ไปพบเจออยู่ครับ พาร่างกายและจิตใจมาสัมผัสธรรมชาติที่งดงามของไทยแลนด์เรา ความสุขแห่งการเดินทางอยู่ไม่ใกล้และไม่ไกลจากใจเรา “ออามาเจอนู่น ออกไปเจอนี่ Go Journey ไปกับ Swivel ครับ”