“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” ทักทายกันวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569 พาท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมที่ "วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร" พระอารามหลวงชั้นตรีของจังหวัดเพชรบุรี วัดใหญ่สุวรรณาราม เริ่มกันที่ประวัติความเป็นมาของ "วัดใหญ่สุวรรณาราม" หรือดั้งเดิมชื่อ "วัดน้อยปักษ์ใต้" มีมาตั้งแต่ครั้งแผ่นดินอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ครั้งนั้นชื่อวัดน้อยปักษ์ใต้ของเมืองพริบพรีต่อมาเปลี่ยนมาชื่อวัดใหญ่หรือ "วัดใหญ่สุวรรณาราม" ตามพระนามของสมเด็จพระสังฆราชแตงโมสมัยแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าเสือแห่งอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาทรงโปรดฯพระราชสมณศักดิ์ให้เป็น "สมเด็จพระสังฆราชเจ้าแตงโม" หรือพระนามเดิมของท่านชื่อทองด้วยเหตุนี้วัดใหญ่จึงมีสร้อยต่อท้ายว่า "สุวรรณาราม" นั้นเอง สำหรับเรื่องราวของ "วัดใหญ่สุวรรณาราม" มาในสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ครั้งนั้นพระองค์ท่านเสด็จโดยรถไฟพระที่นั่งในปี พ.ศ. 2447 และ 2450 แล้วก็ทรงทอดพระเนตรเส้นทางรถไฟต่อจากเมืองพริบพรีเพื่อไปหัวเมืองปักษ์ใต้หรือแหลมมลายูครั้งนั้นกรมรถไฟสยามได้ทูลว่าจะรื้อถอนวัดใหญ่สุวรรณารามออกเพื่อให้เส้นทางรถไฟผ่านย่านชุมชนเมื่อล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงทราบเรื่องรื้อถอนวัดใหญ่สุวรรณารามก็ทรงโปรดฯให้เส้นทางรถไฟผ่านวัดสุวรรณารามโดยมิให้รื้อถอนแล้วก็ทรงโปรดฯพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้บูรณะวัดใหญ่สุวรรณารามขึ้นมาใหม่ เพราะเป็นวัดสำคัญด้านประวัติศาสตร์และครั้งนี้ทาง "วัดใหญ่สุวรรณาราม" จึงได้จัดสร้างเป็นวิหารคตรอบพระอุโบสถด้วยให้คณะช่างศิลป์ระดับครูอาจารย์มาออกแบบหน้าบันวิหารคตที่สื่อถึงล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ในหน้าบันมี 1.ปั้นเป็นรูปพระชะฏาหรือพระมหาพิชัยมงกุฎ 2.พระขรรค์หรือดาบพระอาญาสิทธิ์หมายถึงอำนาจของพระมหากษัตริย์ 3.เลข ๕ ชาวสยามหรือเลข ๕ ไทยหมายถึงรัชกาลที่ 5 ส่วน 4.พานทอง หมายถึง แผ่นดินสยาม และ5.ช่อชัยพฤกษ์ หมายถึง ราษฎรในสยามประเทศ พอหน้าบันสร้างมาจึงหน้าบันที่ 31 ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม 2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคตทางคณะช่างศิลป์จึงได้ร่วมกันคิดเรื่องราวของหน้าบันที่ 32 ในด้านศิลปะโดยหันเลข ๕ กลับมาอีกด้านหนึ่งโดยให้ความหมายถึงล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 จะไม่เสด็จมาเมืองพริบพรีหรือเมืองเพชรบุรีอีกแล้ว นี่คือเรื่องของงานศิลปะของคณะช่างศิลป์ที่สะท้อนถึงองค์พระมหากษัตริย์แผ่นดินล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 บอกตรง ๆ ถ้าได้ไปเที่ยว "วัดใหญ่สุวรรณาราม" พลาดโอกาสไม่ได้ต้องเดินชมหน้าบันวิหารคตเสร็จแล้วก็เข้าพระอุโบสถมีองค์พระประธานเก่าแก่คู่กับพระอุโบสถมานาน ส่วนด้านในประดิษฐานองค์พระพุทธรูปอีกหลายองค์แต่ส่วนใหญ่จะบูชาขอพรรูปหล่อสมเด็จพระสังฆราชแตงโมหรือสมเด็จพระสังฆราชทองซึ่งเป็นพระนามของท่านซึ่งมีเรื่องเล่าขานว่าเด็กชายทองตอนอายุ 10 ปี อาศัยอยู่กับพี่สาวช่วยตำข้าวเปลือกและหาฟืนมาติดเตาอยู่มาวันหนึ่งพอตำข้าวแล้วทำข้าวหกลงพื้นดินพี่สาวโกรธก็เอาไม้ไล่ตีเด็กชายทองก็เลยหนีเอาตัวรอดเดินมาจนถึงวัดใหญ่ก็เจอกับเด็กวัดแต่สมัยนั้นหน้าวัดมีลำคลองปรากฏว่ามีแตงโมลอยน้ำมาด้วยความหิวโหยจึงกระโดดลงน้ำแล้วเก็บแตงโมกินเด็ก ๆ ก็เลยล้อเลียนเรียก "ไอ้แตงโม" แต่ก็พาไปนอนในวัดด้วยและในคืนนั้นท่านเจ้าอาวาสได้นิมิตเห็นมีช้างเผือกเข้ามาในวัดนี้พอรุ่งเช้าท่านเจ้าอาวาสก็เรียกเด็ก ๆ มาสอบถามว่าในบริเวณวัดพอเจออะไรบ้างไหน? เด็กวัดบอกว่ามีเด็กคนหนึ่งชื่อ "แตงโม" มานอนอยู่ในวัดด้วย สมเด็จพระสังฆราชแตงโม ท่านเจ้าอาวาสจึงให้มาพบแล้วพินิจพิจารณาดูว่าเป็นเด็กดีจึงให้บรรพชาเป็นสามเณรและต่อมาก็อุปสมบทเป็นพระสงฆ์แล้วไปศึกษาพระธรรมที่เมืองหลวงในเกาะแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาแล้วก็ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "สมเด็จพระสังฆราชเจ้าแตงโม" นี่คือส่วนหนึ่งเท่านั้นสำหรับสมเด็จพระสังฆราชเจ้าแตงโมท่านนั่งพนมมือถือดอกบัวตูมหมายถึงตั้งสมาธิด้วยกายวาจาและใจที่บริสุทธิ์ส่วนดอกบัวตูมหมายถึงความบริสุทธิ์ดังนั้นถ้าบูชาขอพรรูปหล่อสมเด็จเจ้าแตงโมขอให้มีปัญญาญาณแล้วสอบผ่านเข้ารับราชการเป็นต้น กราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันได้ครับ เสร็จแล้วก็ไปด้านหลังองค์พระประธานมีองค์พระพุทธรูป 11 นิ้วหรือพระบาทมี 6 นิ้วสำหรับความเป็นมาของพระพุทธรูป 11นิ้ว บอกตรง ๆ น่าสนใจมาก ๆ ทำไมถึงรู้องค์พระพุทธรูปมี 11 นิ้ว ขอย้อนกลับไปน่าจะเป็น 100 ปี ในเขตจังหวัดเพชรบุรีมีวัดร้างอยู่และมีองค์พระพระพุทธรูปทิ้งไว้ด้วยเหตุนี้ทางวัดใหญ่สุวรรณารามได้ไปยกมาตั้งไว้ด้านกำแพงวิหารคตก็ไม่ได้สนใจอะไรแล้วต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ในปีนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งนั้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทอดพระเนตรวัดใหญ่สุวรรณารามโดยรองราชเลขาเข้าดูแลบริเวณพื้นของวัดนี้และมีเจ้าอาวาสรับเสด็จขณะที่สองพระองค์เสด็จทอดพระเนตรวิหารคตสมเด็จพระเทพทรงตรัสถามรองราชเลขาว่ามีอะไรไหมส่วนรองราชเลขาทูลว่าด้านหน้าพระอุโบสถได้พบเห็นพระสงฆ์อายุมากแล้วเดินผ่านมองเห็นที่เท้ามี 11 นิ้ว เมื่อท่านเจ้าอาวาสวัดได้ยินก็บอกว่าวัดนี้ไม่มีพระสงฆ์แก่ ๆ ครั้งนั้นกล่าวว่าสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงทอดพระเนตรเห็นองค์พระพุทธรูปมี 11 นิ้ว ชำรุดอยู่ด้านกำแพงวิหารคตจึงทรงตรัสให้ทางวัดซ่อมแซมองค์พุทธรูปขึ้นมาใหม่เพื่อประดิษฐานในพระอุโบสถนี่คือเรื่องราวของพระพุทธรูป 11 นิ้ว "วัดใหญ่วัดสุวรรณารามวรวิหาร" ในตัวเมืองจังหวัดเพชรบุรี ไปกราบขอพรกันได้ครับ "วัดใหญ่วัดสุวรรณารามวรวิหาร" น่าเข้าไปชมและศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ เริ่มต้นที่วิหารคตและในพระอุโบสถและพลาดโอกาสไม่ได้ต้องเยี่ยมชมคือศาลาการเปรียญไม้สักทองซึ่งเคยเป็นพระตำหนักในแผ่นดินเกาะกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งเป็นราชธานีแต่เสียหายหรือถูกทำรายด้วยกองกำลังทหารพม่าสมัยนั้นสมเด็จพระเจ้าเสือทรงโปรดฯ ให้มาสร้างเป็นศาลาการเปรียญของวัดใหญ่สุวรรณารามก็ควรค่าแก่เรียนรู้จากพระตำหนักมาเป็นศาลาการเปรียญ สุขทันทีที่วัดใหญ่สุวรรณารามตั้งแต่เมืองพริบพรีแผ่นดินอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา-กรุงรัตนโกสินทร์ทุกวันนี้ "กินเที่ยวทั่วไทย เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ ถ้าอยากรู้ต้องออกเดินทางไป...กับ...ผมหนุ่ม-สุทน” แล้วฝากติดตามฟังรายการ "กินเที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์" ทางคลื่นข่าว fm 100.5 mhz ฟังเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ วิถีชุมชน วัฒนธรรมและอาหารถิ่นของชุมชนได้ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. ขอบคุณและสวัสดีครับ ไปชมกันได้ครับ พิกัด "วัดใหญ่วัดสุวรรณารามวรวิหาร" https://maps.app.goo.gl/FTEzBRpiRZaf5hLn6 เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์ แฟนเพจเฟซบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/ #ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. #ติดต่อวิทยากรด้านการท่องเที่ยวได้ที่ได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ค #เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !