ท่องทะเลแดนใต้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง “ ล่อง ใต้ ไป ตาม เสียง เพลง “ บทเพลงเชื้อเชิญมาเที่ยวใต้ยุคเก่าก่อน ยังคงสะท้อนความงาม น่าค้นหาของเสน่ห์ปักษ์ใต้บ้านเราที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ภาคใต้ของไทยทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยมีจุดขายหลักคือเกาะแก่งน้อยใหญ่ต่างๆ โดยเฉพาในอ่าวไทย ที่มีเกาะรวมกันเกือบ 500 เกาะ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่น่าสนใจทั้งจากนักเที่ยวชาวไทย และ ต่างชาติ เกาะต่างๆ ในอ่าวไทยได้รับการนำเสนอไปสู่สายตาคนจำนวนมาก รวมถึงหมู่เกาะใหญ่ใกล้ฝั่งอันเงียบสงบ ซึ่ง ณ ตอนนี้เป็นแม่เหล็กดึงดูให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนกับทะเลแสนงาม และทัศนียภาพแสนมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไท ตะลอนเชื่อว่า เราเคยเห็นรูปของหมู่เกาะนี้มากันมากแล้ว แต่อาจไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ผจญภัยไปบนท้องทะเลสีคราม โขดผาตระการ ทะเลในอันแปลกตา ณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครับ ฟากฟ้า ทะเลฝัน ภาพของหมู่เกาะนับสิบทอดตัวเรียงรายบนท้องทะเล เป็นทิวทัศน์แสนมหัศจรรย์ที่ถูกใช้โฆษณาในโฆษณาการท่องเที่ยวไทยเกือบทุกชุด เป็นภาพฝันของใครหลายคนที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศเช่นนี้บ้าง ไท ตะลอน จอมตามฝัน เมื่อมีโอกาสจึงขอไปฝากรอยเท้าการเดินทาง ณ หมู่เกาะอ่างทองกับเขามั่ง หมู่เกาะอ่างทองเป็นอุทยานแห่งชาติทาลทะเลในพื้นที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี มีหมู่เกาะน้อยใหญ่รวมกัน 42 เกาะ การเดินทางไปหมู่เกาะอ่างทอง ออกจะยากซักนิด เพราะจุดเริ่มต้นส่วนใหญ่ มักเริ่มจากเกาะสมุย ซึ่งต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปพักบนเกาะสมุยก่อนจึงจะเริ่มทริปนี้ได้ ภาพตัดไปสู่วันถัดมา นักท่องเที่ยวต่างชาติคลาคล่ำบนเรือสปีดโบทลำน้อย พาเราออกจากท่าเรือหน้าทอน จุดเดียวกับท่าเรือเฟอร์รี่ที่เราใช้นั่งไปกลับระหว่าง เกาะสมุย - สุราษฎร์ธานี ส่วนการไปเที่ยวหมู่เกาะอ่างทองนั้นมีทั้งเรือใหญ่ และสปีดโบท สนนราคาตั้งแต่ 800 – 1500 บาท ตามแต่กำลังศรัทธา ไท ตะลอน ชอบใช้เวลาบนเกาะนานกว่าบนเรือ เลยไปสปีดโบทใช้เวลาชั่วแว้บประมาณ 40 นาที ภาพของหมู่เกาะทะเลใต้ก็ปรากฏตรงหน้า เราเริ่มต้นด้วยการดำผิวน้ำดูฝูงปลาที่เกาะว่าว ซึ่งเป็นจุดเหนือสุดของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ด้วยความเคารพ ดำน้ำมาแล้วทั้งสองฝั่ง ยอมรับว่า ปลาฝั่งอ่าวไทยนั้นไม่สวยนักแต่จำนวนเยอะมาก ดำน้ำทีเจอทีเป็นร้อย เราอยู่ที่เกาะว่าวกันประมาณ 40 นาทีจากนั้น เรือสปีดโบทพาเราล่องชมทัศนียภาพตามเส้นทาง แล้วแต่จิตนาการของเราที่จะมองโขดเขา ภูผาเป็นรูปอะไร จนกระทั่งเรามาถึงจุดสุดโหดแห่งแรกของหมู่เกาะอ่างทองครับ โหดหนึ่ง ทะเลใน หาดแม่เกาะ โหดแรกแห่งเกาะอ่างทอง คือ ทะเลใน ณ หาดแม่เกะครับ ทำไมถึงโหด ก็เพราะเราต้องปีนขึ้นไปเพื่อชมความมหัศจรรย์ของอ่าวตอนในที่เรียกว่า ทะเลใน ครับ เมื่อเรามาถึงแม่เกาะ ( เกาะอะไรนะ ชื่อแม่เกาะ ) มัคคุเทศก์เค้าไม่ให้เราเอาเครื่องดื่มขึ้นไปบนเกาะ ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เมื่อมาถึงเกาะ ด่านแรกที่เป็นบททดสอบคือการเลี้ยงตัวเองให้ยืนอยู่ให้ได้บนโป๊ะที่โคลงเคลงอยู่เสมอ วันที่ไท ตะลอนไป คลื่นใหญ่ใช้ได้ กว่าจะคลานจากโป๊ะมาหน้าหาด ต้องยึนจิก ยืนเกร็งขาอย่างมาก เมื่อมาถึงหน้าหาด เราถึงได้รู้ว่า โป๊ะนั้นมันแค่ออเดิร์ฟ เพราะความโหดหนึ่งของจริงรออยู่ตรงหน้าแล้ว ภาพของบันไดที่ถูกทำไว้ให้สไปเดอร์แมนปีน ( มันคงเป็นคำที่เหมาะสมที่สุดละ ) ปรากฏตรงหน้า ความชันมันอยู่ในระดับ บันไดขั้นต่อไปกระทบหน้าแข้ง มันคือการปีนต้านแรงโน้มถ่วงแบบสุด ๆ ระยะทางประมาณ 600 เมตรแต่เล่นเอาเหงื่อตก ด่านแรกของเราบันไดสุดชันปีนกันก็แทบหัวใจจะออกมาวิ่งข้างนอก เมื่อมาถึงจุดพักพอให้เราได้หายใจอีกนิด เพื่อเราจะพบกับ ความชันระดับสองที่ต้องพาตัวเองปีนป่ายผ่านเขาหินปูนแหลมคมอีกกว่า 100 เมตร เรียกได้ว่าสุดโหดครับ หลังจากพาร่างอันอวบอ้วนค่อย ๆ ไต่ขึ้นสู่ยอดเขา ภาพที่เฝ้ารอก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว อ่าวตอนในของเกาะที่มองไม่ออกว่า มันติดต่อกับทะเลด้านนอกยังไง เป็นที่มาของชื่อทะเลใน แห่งแม่เกาะ เกาะแก่งมวลหมู่เกาะทั้งปวง เวิ้งอ่าวที่น้ำทะเลสีมรกต ตัดกับผาตระหง่านสูงชั้นสีเทาเข้ม บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตว่าครั้งหนึ่ง ณ ที่นี้คือโถงถ้ำขนาดใหญ่ที่เพดานถ้ำทรุดตัวจนกลายมาเป็นทะเลสาปตอนในที่สวยงาม และมหัศจรรย์เหลือแสน โหดกว่าที่วัวตาหลับ ถ้าคิดว่าทะเลในแม่เกาะโหดแล้ว คุณคิดผิด เพราะสิ่งที่โหดกว่ารออยู่ตรงหน้าเมื่อเรามุ่งหน้าไปสู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะอ่างทอง เกาะวัวตาหลับ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เรารับประทานอาหารกลางวันที่นี่ครับ ส่วนสำนักงานมีนิทรรศการแนะนำเรื่องราวของหมู่เกาะอ่างทองด้วย ที่น่าสนใจก็มีซากของโลมา และกระดูกวาฬจัดแสดงอยู่ด้วย ไหนโหด โหดไหน ความโหดอยู่หลังจากนี้ จำวิวตระการของการท่องเที่ยวไทยได้ไหมครับ เค้าขึ้นมาดูกันที่นี่แหละ จุดชมวิวสุดโหดนี้มีชื่อว่า “ จุดชมวิวผาจันทร์จรัส “ หึ หึ ไท ตะลอนคนเชียงใหม่ เกิดกับป่ากับเขา มองป้ายทางขึ้นแอบหัวเราะเบา ๆ ทางแค่ 550 แถวบ้านเรียกว่าขนม และ ผมก็ได้ทำสิ่งที่พลาดที่สุดที่ไม่ควรทำคือ ผมถอดรองเท้าเดินขึ้นเพื่อพิชิต จุดชมวิวผาจันทร์จรัส ครับ จุดชมวิวผาจันทร์จรัส มีจุดแวะพักอยู่ 5 จุดด้วยกันในระยะทาง 550 เมตร แต่ละจุดประดุจจุดวัดใจว่า “ เมิงจะไปต่อไหม “ เพราะมันชันดิก และทางเต็มไปด้วยหิน ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนทะเลในแม่เกาะเลย ผมค่อย ๆ ปีนป่ายท้าทายแรงโน้มถ่วงขึ้นไปอย่างช้า ๆ ด้วยเท้าที่เจ็บระบม จนเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง !!! ใช่ครับ หนึ่งชั่วโมงเต็มกับทางแค่ 550 เมตร อยากให้ไปลองกันครับ ว่ามันโหดขนาดไหน ณ จุดสูงสุดของจุดชมวิว ภาพตรงหน้าทำเอาน้ำตาคลอ ตลอดความเหนื่อยล้าในหนึ่งชั่วโมง ภาพของหมู่เกาะเรียงตัวกันจากใต้จรดเหนือที่เคยเห็นในโฆษณาการท่องเที่ยวไทยที่เคยใฝ่ฝัน ใคร่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ปรากฏตรงหน้า มันคือความประทับใจ ความสุข ที่ทำให้รู้ว่า “ เมืองไทย ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ “ มันคือความงดงามที่ตรึงตาในห้วงคะนึงมิเคยลืม ผมเก็บภาพ ซึมซับบรรยากาศอย่างดื่มด่ำ ก่อนบอกอำลาจุดชมวิวผาจันทร์จรัส เพื่อขึ้นเรือเดินทางกลับเกาะสมุย เป็นการเดินทางที่อยากท้าสวนให้คนไทยได้มาเที่ยวไทย และจะได้เห็นความงามของแผ่นดินเกิดอย่างที่คุณไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะได้เห็น