สวัสดีผู้อ่านทุกท่านด้วยจ้า บทความนี้ผู้เขียนจะพามาดูการเดินทางไปหอภาพยนตร์ของผู้เขียนเอง ผู้เขียนเคยมาแล้วครั้งนึง ซึ่งตอนนั้นมารถตู้ฟรีจากทางกิจกรรมของหอภาพยนตร์ที่ชื่อว่า SiamAnima แต่รอบนี้ผู้เขียนไปด้วยรถไฟเน้อ ไปด้วยตัวเองเลย ด้วยรถไฟไทยคลาสสิคเรียกแบบนี้คงได้มั้งก็มาดูว่าผู้เขียนเดินทางไปยังไง และก็ผู้อ่านนำการเดินทางของผู้เขียนมาปรับใช้กับเส้นทางของผู้อ่านได้ ผู้เขียนมาซื้อตั๋วที่สถานีคลองตัน ราคา 2 บาท เป็นสถานีไปฉะเชิงเทราถึงกรุงเทพฯ ซึ่งผู้เขียนซื้อรอบ 8.05 น. และก็รอรถไฟมา และก็โชว์ตั๋วรถไฟให้พี่พนักงานดูเพื่อความแน่ใจก็ขึ้นได้เลยจ้า ตื่นเต้นเหมือนกัน ผู้เขียนไม่ได้นั่งรถไฟแบบนี้มาเป็นปีๆ เลย ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการใช้บริการนั่งรถไฟไทยก็ถามพี่เจ้าหน้าที่พนักงานได้ รอบนี้เดินทางด้วยตัวเอง ปกติจะมีคนไปด้วย คือ คุณแม่ของผู้เขียน ก็รถสายนี้จะไปลงสถานีหัวลำโพงนะจ้า มาถึงหัวลำโพงก็เข้าไปซื้อตั๋วราคา 8 บาท รอบ 9.20 น. จ้า ก็ต้องบอกว่ามีเวลารอเยอะเลยและก็ผู้เขียนก็ไม่ได้ชำนาญรถไฟมากนักก็ถามพี่พนักงานเพื่อความแน่ใจดีกว่า และรถไฟไทยที่หัวลำโพงก็ออกตรงเวลาซะด้วย แนะนำว่าถ้าผู้อ่านไปถึงก็ควรไปถึงก่อนรอบรถไฟที่กำหนดไว้ด้วยเน้อ อย่างรถออก 9.20 น. ก็ต้องมาถึงก่อนเวลา ไม่มั่นใจตรงไหนถามพี่เจ้าหน้าที่ได้เพื่อความสบายใจ และก็สถานีที่จะลงก็คือ สถานีศาลายา นั่นเอง ป้ายสถานีศาลายาก็จะเป็นแบบนี้ ต้องสังเกตด้านนอกด้วยเน้อเดี๋ยวรถไฟจะเลยสถานีไปวุ่นไปอีก แล้วก็เดินมาทางนี้แล้วข้ามถนนตรงฝั่งที่มีหน้ามหาวิทยาลัยแล้วเลี้ยวซ้ายรอรถเมล์ได้เลย มี 515 กับ 4-70E ที่ไปได้ ราคาจะอยู่ประมาณ 15 บาทจ้า แต่ถ้าจะเอาให้เจอหน้าหอภาพยนตร์จริง แนะนำนั่ง 515 ได้เลย ถ้าใครไม่อยากจะรอรถแบบผู้เขียนก็เดินได้ใช้เวลานานอยู่ ถ้าเจอห้าง Makro ก็คือใกล้ถึงละ จะเจอทางสี่แยกให้ข้ามไปอีกฝั่งแล้วเลี้ยวซ้ายได้เลย ก็จะเจอหน้าหอภาพยนตร์เลย หน้าตาเป็นประมาณแบบนี้ เห็นชื่อหอภาพยนตร์ก็คือมาถึงแล้ว แล้วก็เข้าไปลงทะเบียนเข้าชม ถ้าจะเข้ามาดูภาพยนตร์ด้วยก็แจ้งกับพนักงานและเลือกที่นั่งได้เลยจ้า ซึ่งตั๋วหนังจะติดอยู่กับใบที่ใช้ลงทะเบียนเลย เป็น QR Code สแกน ซึ่งใช้บัตรประชาชนใบเดียวให้พี่พนักงานทำบัตรให้แล้วพนักงานก็จะมีให้เราไปดูวิดีโอแนะนำหอภาพยนตร์ดูเสร็จก็ออกได้เลย แต่ก่อนออกจะมีให้ดูประวัติความเป็นมาของภาพยนตร์ว่าเกิดขึ้นได้ยังไง ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นความรู้ที่ดีเยี่ยม ดูเสร็จออกมาได้เลย หลังจากออกจากการรับชมวิดีโอแนะนำก็สามารถเดินไปไหนก็ได้เลย จะมีให้ลงทะเบียนเยี่ยมชมสถานที่ ซึ่งตรงนี้ผู้เขียนไม่ได้เข้าไปทำเน้อ เพราะ ผู้เขียนมาแค่ดูหนัง ซึ่งวันที่ผู้เขียนไปนั้นมีหนัง 2 เรื่องที่ฉายก็คือ บุญชู ผู้น่ารัก กับ ยิ้มนิด...คิดเท่าไหร่? ซึ่งช่วงผู้เขียนมาก็เป็นการรำลึกถึงคุณจรัล มโนเพ็ชร ด้วย ผู้เขียนได้เข้าไปรับประทานอาหารที่โรงอาหาร เนื่องด้วยเป็นอาหารมื้อเที่ยงด้วย ผู้เขียนเลือกเป็นข้าวผัดอเมริกัน ราคา 45 บาท จ้า รสชาติอร่อยดี ใช้ได้ มีเมนูหลายอย่างเลยก็ลองมาเลือกดูกันได้ ราคาจะอยู่ประมาณ 30-50 บาท เท่าที่ผู้เขียนเห็น แต่ก็มีขนม เครื่องดื่ม ไอศกรีมด้วย ภาพบรรยากาศโรงอาหารจ้า ก่อนที่จะไปรับชมภาพยนตร์ ผู้เขียนก็อุดหนุนหนังสือของผู้กำกับท่านหนึ่ง คือ คุณเปี๊ยก โปสเตอร์ ซึ่งผู้เขียนชอบผลงานของผู้กำกับท่านนี้และรู้สึกว่าผลงานน่าสนใจและอยากจะหาดูผลงานของท่านเยอะมากเลย ก็ตามเก็บเท่าที่หาได้แบบถูกลิขสิทธิ์ ส่วนหนังสือราคา 150 บาท และก็พี่พนักงานแคชเชียร์ดีมากเลย คุยแล้วรู้สึกสนุกดี หนังสือผู้กำกับท่านเปี๊ยก โปสเตอร์ ที่ผู้เขียนซื้อมาจ้า โรงภาพยนตร์ที่ผู้เขียนจะไปดูก็อยู่ชั้น 6 นี่เอง ชื่อโรงภาพยนตร์ศาลาศีนิมา ขึ้นลิฟต์ง่ายสุด ชั้น 6 จะมีภาพโปสเตอร์แบบนี้เลย ผู้เขียนไม่ได้ถ่ายหน้าโรงภาพยนตร์ เนื่องด้วยผู้เขียนกลัวว่าจะถ่ายหน้าโรงภาพยนตร์ไม่ได้ สำหรับหนังเรื่อง บุญชู ผู้น่ารัก ก็เป็นรอบที่สองที่ผู้เขียนได้ดูก็รู้สึกสนุกเช่นเคย มีการออกแบบการต่อสู้ได้สร้างสรรค์ดี มุขตลกก็กลมกล่อม ไว้มีโอกาสผู้เขียนจะมารีวิวหนังบุญชูทุกภาคแบบเจาะลึกอีกทีนะจ๊ะ ส่วนยิ้มนิด...คิดเท่าไหร่? ดูครั้งแรกที่หอภาพยนตร์นี้เลย ก็ทำให้ผู้เขียนรู้สึกชอบมากๆ การแบ่งบทบาทตัวละครสำหรับผู้เขียนคือลงตัวดี และเหมือนเราดูมิวสิคัล ความตลกผสมดราม่าในเรื่องจัดว่าเรียงลำดับอารมณ์ได้ดีมากเลย ถ้ามีโอกาสที่ทางหอภาพยนตร์เอามาฉายอีก แนะนำให้ผู้อ่านให้ได้ไปดูเป็นอย่างยิ่ง ดูที่หอภาพยนตร์จะดีมาก มีกลิ่นอายหนังที่ใช้การถ่ายทำแบบยุคสมัยเก่าที่ขลังจริง ภาพรวมของหอภาพยนตร์เป็นยังไง รอบสองที่ผู้เขียนมาที่นี่คือ ได้มีเวลาแวะชมมากกว่าครั้งแรกที่ได้ไปซะอีก ไม่รู้ว่าทุกซอกทุกมุมไหม แต่เยอะกว่าครั้งก่อนมากๆ และผู้เขียนเองก็สนใจในเรื่องสื่อภาพยนตร์อะไรอยู่แล้ว การได้มาหอภาพยนตร์ เหมือนได้มาเก็บความรู้เพิ่มเข้าไปอีกว่าวิวัฒนาการประวัติของหนังเป็นยังไง ซึ่งดีต่อใจสำหรับคนรักหนัง มีจุดถ่ายรูปเยอะแยะเลย ถ้าผู้อ่านสนใจเกี่ยวกับภาพยนตร์ ควรจะมาที่หอภาพยนตร์สักครั้งนึง แนะนำให้มาแบบผู้เขียนจะได้จุใจ ผู้เขียนเคยมาซะเย็น เวลาดูอะไรน้อยมาก การเดินทางถ้าผู้อ่านมารถไฟก็มาแบบผู้เขียนก็ได้ หรือมารถเมล์ก็ต้องนั่งรถสาย 515 เท่านั้นจ้าที่จะผ่านหน้าหอภาพยนตร์ ซึ่งใครมาจากอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก็จะมีรถเมล์สาย 515 อยู่ละ แต่ถ้ามารถไฟก็ต้องมาตรงเวลา สายไม่ได้รถไฟไปก่อนแล้ว ก็จะมีรถไฟมาสายบ้างแต่ทางที่ดีมาก่อนเวลาแล้วทำอะไรรอก่อนก็ได้ แต่การมานั่งรถไฟจะมีเวลาจุใจในการเยี่ยมชมหลายจุดในโรงภาพยนตร์มากกว่าเน้อ แล้วก็วันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2569 นี้จะมีฉายหนังเรื่อง ด้วยเกล้า พิเศษคือจะมีนักแสดงมาด้วย นำโดย น้าหนุ่ม สันติสุข พรหมศิริ กับ น้าแหม่ม จินตหรา สุขพัฒน์ ใครอยากเจอทั้งสองท่านมาได้ที่หอภาพยนตร์จ้า และก็ต่อจากนี้จะเป็นภาพบรรยากาศภายในหอภาพยนตร์ป้ายยาไว้เผื่อผู้อ่านท่านที่ยังไม่เคยไปเห็นแล้วสนใจจ้า เป็นยังไงกันบ้างกับการเดินทางไปหอภาพยนตร์ของผู้เขียน มีตรงไหนไม่เข้าใจ ขอโทษมา ณ ที่นี้ ด้วยนะจ๊ะ ช่วงนี้ผู้เขียนติดเรื่องส่วนตัวเลยไม่ได้มาเขียนบทความเท่าไหร่ ถ้ามีโอกาสมีเรื่องอะไรน่าสนใจจะมาลงบทความให้อ่านกันอีกจ้า ขอบคุณจ้าทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ พิกัด : หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ผู้เขียนลืมบอกไป คือ มีแอปที่สามารถเช็คสถานีรถไฟได้เน้อว่าสถานีรถไฟที่เราไปมีรอบกี่โมงบ้าง แอปมีชื่อว่า SRT Timetable ไปโหลดกันได้เน้อ ทาง iOS และ Android และก็มี Website สำหรับเข้าชมบน Browser ด้วย ภาพปกทำโดยใช้ Canva ส่วนภาพประกอบผู้เขียนถ่ายมาเองทั้งหมดจ้า อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !