ตามรอย ดาบพิฆาตอสูร Season 2 Kimetsu no Yaiba ที่ ย่านโคมแดงโยชิวาระ ญี่ปุ่น ย่านเริงรมย์แห่งเอโดะ

ตามรอย ดาบพิฆาตอสูร Season 2 Kimetsu no Yaiba ที่ ย่านโคมแดงโยชิวาระ ญี่ปุ่น ย่านเริงรมย์แห่งเอโดะ
Muzika
27 กันยายน 2564 ( 15:50 )
7.9K

     ขึ้นชื่อว่าเป็นการ์ตูนที่โด่งดังที่สุดในโลกไปแล้ว สำหรับ Kimetsu no Yaiba หรือ ดาบพิฆาตอสูร ที่ประกาศ ซีซั่น 2 ไปเป็นที่เรียบร้อย ใครที่ดู trailer แล้วน่าจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสถานที่หลักของเนื้อเรื่องในภาคนี้ที่จะเป็น ย่านเริงรมย์ นั่นเอง วันนี้เราเลยหยิบเอาสถานที่จริงซึ่งเป็นต้นแบบของสถานที่ในภาคนี้มาฝากกัน นั่นคือ ย่านโคมแดงโยชิวาระ ที่ประเทศญี่ปุ่นนั่นเองครับ

 

ตามรอย ดาบพิฆาตอสูร Season 2
ย่านโคมแดงโยชิวาระ

 

รู้จัก อนิเมะดัง ดาบพิฆาตอสูร

      ดาบพิฆาตอสูร เป็นผลงานมังงะซึ่งมีการแต่งเรื่องและวาดโดย อาจารย์โกโตเกะ โคโยฮารุ (Gotoge Koyoharu) ที่โดดเด่นด้วยงานภาพที่ผสมผสานสไตล์แบบพู่กันญี่ปุ่น และเนื้อเรื่องที่เข้มข้นของเหล่านักล่าอสูร และ อสูร โดยมี คามาโดะ ทันจิโร่ เป็นตัวเอกของเรื่อง นอกจากมังงะแล้ว ยังได้สร้างเป็น อนิเมะ และโด่งดังไปทั่วโลกเลยทีเดียว

 

ดูอนิเมะ ดาบพิฆาตอสูร ออนไลน์ Season 1

 

    และสำหรับ ดาบพิฆาตอสูร ภาค 2 นี้ เราจะได้เห็นว่า เนื้องเรื่องหลักๆ จะอยู่ที่ ย่านโคมแดงโยชิวาระ นั่นเอง เอาล่ะ ตามเรามารู้จักย่านนี้ ในสมัยเอโดะกันเลย! 

 

ที่มา ประวัติของย่านโยชิวาระ

     ย่านเริงรมย์โยชิวาระ เป็น 1 ใน 3 ย่านโคมแดงที่มีชื่อเสียงในเมืองเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) ประเทศญี่ปุ่น ช่วงประมาณปี ค.ศ. 1617 สมัยโชกุน โตกุกาว่า ฮิเดทาดะ ที่ได้มีการร่างกฎหมายเพื่อควบคุมให้สถานเริงรมย์ทั้งหลายย้ายไปรวมตัวอยู่ในที่เดียวกัน เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างดี จำกัดคนเข้า-ออก และมีการจัดเก็บภาษีที่ชัดเจน 

*สำหรับย่านโคมแดงที่มีชื่อเสียงอีก 2 แห่ง คือที่ ชิมาบาระ ในเกียวโต และ ชินมาชิ ในโอซาก้า*

 

 

     ในช่วงเริ่มแรกนั้น ภายในย่านโยชิวาระมีผู้หญิงทำงานอยู่ประมาณ 1,750 คน และค่อยๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนสูงถึง 9,000 คนในช่วงปี 1893 ว่ากันว่าบางครั้งมีผู้หญิงกว่า 3,000 คนมายังที่นี่พร้อมกันภายในวันเดียว ส่วนมากมักถูกขายเพื่อใช้หนี้แทนที่บ้าน ยิ่งมีหนี้สูงก็ยิ่งต้องทำงานที่นี่นานขึ้น โดยจะมีการทำเอกสารสัญญาอย่างเป็นทางการ แม้ช่วงเริ่มแรกสัญญาซื้อขายจะอยู่ที่ประมาณ 5-10 ปี แต่ในความเป็นจริงพวกเธอจะต้องทำงานนานขนาดไหนกว่าที่จะสามารถไถ่อิสรภาพกลับมาได้ ไม่มีใครรู้

     ถ้าโชคดีหน่อย พวกเธอก็อาจตกลงปลงใจ แต่งงานกับลูกค้าที่ชอบพอกันก็เป็นได้ แต่ก็มักไม่เป็นอย่างนั้น เพราะชะตากรรมของผู้หญิงส่วนใหญ่มักเสียชีวิตด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (หนองใน ซิฟิลิส เป็นต้น) หรือจากการทำแท้งนั่นเอง ชะตาชีวิตของหญิงสาวในที่แห่งนี้จึงไม่ค่อยสู้ดีนัก

     ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้มีเฉพาะเด็กหญิงที่ถูกขายเท่านั้น อาจมีเด็กที่เต็มใจมาเองก็ได้เช่นกัน โดยพวกเธอจะเริ่มต้นจากการเป็น เด็กฝึกหัด ทำงานทั่วๆ ไปในหอนางโลม จนกระทั่งเริ่มโตจึงค่อยไปเป็น เด็กรับใช้ คอยทำงานให้กับนางโลมระดับสูงที่เรียกว่า โออิรัน อีกทีหนึ่ง จะเห็นได้ว่าหนทางการขึ้นไปสู่การเป็นหญิงบริการชั้นสูงนั้นก็ไม่ง่ายเลย 

 

 

     การไต่เต้าขึ้นสู่การเป็นโออิรันนั้นก็มาพร้อมเอกสิทธิ์มากมาย เช่น ได้รับอนุญาตให้เรียนหนังสือ เรียนดนตรี ฝึกฝนทักษะด้านศิลปะ มีสิทธิ์ในการปฏิเสธลูกค้าได้ ไปจนถึงมีธุรกิจเป็นของตัวเองได้เลย นี่จึงนับเป็นโอกาสสำคัญของชีวิตเช่นกัน เพราะผู้หญิงญี่ปุ่นในสมัยนั้นน้อยคนมาก ที่จะมีโอกาสได้เรียนหนังสือจนอยู่ในระดับอ่านออกเขียนได้ 

====================

กฎระเบียบในย่านโยชิวาระ

ภาพแผนผังย่านโยชิวาระ ปี  1846

 

     ชายสามัญชนที่มีเงินถุงเงินถัง เมื่อเข้ามาในย่านนี้จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเทียบเท่าซามูไรเลย ส่วนซามูไรนั้นหากจะเข้ามาเที่ยวก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่จะต้องอยู่ภายใต้กฎเดียวกันทั้งหมด ดังนี้

  1. ย่านโยชิวาระ เป็นสถานที่ปลอดอาวุธ ห้ามพกพาอาวุธเข้ามา
  2. ห้ามใช้กำลังกับสตรีในย่านนี้
  3. ห้ามให้ผู้ที่ไม่ได้มีชื่อในทะเบียน หรือผู้มาจากต่างถิ่น อยู่ในย่านโยชิวาระเกิน 24 ชม.โดยแขกที่เข้ามาต้องรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วย

     ถ้าใครฝ่าฝืนกฏแม้แต่ข้อเดียว ก็จะถูกแบนไม่ใช้เข้ามาเที่ยวในย่านเริงรมย์อีกเลยตลอดชีวิต นอกจากนี้แล้ว เรื่องของ เอกสารสัญญาซื้อขาย ก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เช่นกัน เพราะถ้าหอนางโลมไหนไม่มีเอกสารแล้วล่ะก็ถือว่าผิดกฎหมายเต็มๆ และจะต้องโทษหนักมากด้วย เป็นการลดปัญหาลักพาตัวเด็กมาขายอีกทางหนึ่ง 

====================

 

ย่านโยชิวาระ ณ ปัจจุบันนี้

 

image_vulture / Shutterstock.com

 

     ย่านโยชิวาระนั้นปิดตัวลงไปในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือประมาณปี 1958 เพราะมีการออกกฎหมายห้ามค้าประเวณีอย่างโจ่งแจ้งออกมา หอนางโลมจึงค่อยๆ ทยอยปิดตัวลงจนหมดในที่สุด และถูกปรับเปลี่ยนพื้นที่จนไม่เหลือสภาพเดิมต่อไป 

     ทุกวันนี้ย่านโยชิวาระก็มีหน้าตาที่ไม่แตกต่างจากย่านทันสมัยทั่วๆ ไปในโตเกียว แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยธุรกิจกลางคืน เช่น ผับ บาร์ ร้านอาหาร ฯลฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังมีการกวาดล้างการแอบซื้อบริการทางเพศอยู่เนืองๆ เช่นกัน 

====================

 

ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวย
แชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปัง ของคุณได้แล้วที่ แอปทรูไอดี
คลิกเลย >> TrueID Travel Community <<