แก่งคุดคู้ วิวภูเขาเบื้องหลังที่สวยงาม ท้องฟ้ายามจรดน้ำ ณ อำเภอเชียงคาน “แก่งคุดคู้” ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านน้อย ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชม และเปิดบริการให้เข้าชมได้ทุกวัน การเดินทาง อยู่ห่างจากอำเภอเมืองเลย ระยะทางประมาณ 53 กิโลเมตร มาตามทางหลวงหมายเลข 201 เส้นทางเลยและเชียงคาน จากนั้นจึงเลี้ยวขวาและไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 211 เชียงคานและปากชม ที่นี่เป็นจุดที่มีทิวทัศน์สวย ๆ ริมแม่น้ำโขง ลักษณะเป็นเวิ้งน้ำกว้างใหญ่ แม่น้ำโขงหักเลี้ยวจนเหมือนจะหักศอกและระหว่างที่ศอกหัก แก่งคุดคู้ก็โผล่ตัวขึ้นมาตรงกลางขวางทางเดินของน้ำ ที่นี่วิวสวยงามมากมาย เป็นชายหาดที่ทอดยาวไปกับสายน้ำ จรดท้องฟ้า เบื้องหลังคือ ภูเขาใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยป่าไม้เขียว ๆ คือ “ภูควายเงิน” เปรียบเสมือนฉากหลัง ด้วยทัศนียภาพทั้งหมดที่งดงามประดุจดังภาพวาดในโลกจินตนาการ จึงทำให้ วันหนึ่ง ๆ “แก่งคุดคู้” มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายต่างแวะเวียนมาเยี่ยมชมความงดงามของธรรมชาติ ชื่นชมบรรยากาศของภูเขา สายหมอก ท้องฟ้า สายน้ำโขง หาดทราย และโขดหินมากมายสลับกับความแรงของกระแสน้ำกลางแก่ง สะท้อนกระทบกับแสงพระอาทิตย์ ช่างงดงามเหลือเกิน ที่นี่มีบริการเรือสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการ นั่งเรือ เพื่อออกไปเที่ยวชมทัศนียภาพงาม ๆ ของแก่งคุดคู้ ที่นี่มีเรื่องเล่าและตำนานของแก่งคุดคู้ เรื่องมีอยู่ว่า นานมาแล้วมีนายพรานชาวลาวอยู่คนหนึ่ง ชื่อตาจึ่งตึง นายพรานผู้นี้มีรูปร่างสูงใหญ่มีจมูกสีแดงใบโต ซึ่งรูจมูกนั้นกว้างมากในยามที่ตาจึ่งคึงนอนหลับเด็ก ๆ แอบเข้าไปเล่นสะบ้าในรูจมูกจึงมีคำกล่าวเป็นภาษาเลยว่า “จึ่งตึงดังแดง นอนตะแคงจุฟ้า เล่นสะบ้าอยู่ในฮูดัง” ตาจึ่งตึงมีความสามารถในการล่าสัตว์ป่าและสัตว์น้ำ ความเก่งกาจของเขาเป็นที่เลื่องลือไปไกลไปทั่วสารทิศ บ่ายของวันหนึ่งในขณะที่ ตาจึ่งตึงกำลังหาปลาอยู่ริมแม่น้ำโขง ได้เห็นควายเงินตัวใหญ่มากินน้ำอยู่ฝั่งตรงข้าม ด้วยความที่อยากจะกินเนื้อความเงินตัวนี้มาก จึงคอยดักซุ่มยิงอยู่ที่พุ่มไม้ริมน้ำ ในขณะที่กำลังเหนี่ยวไกลปืนได้มีเรือสินค้าแล่นมาจากทางใต้ เมื่อควายเงินตัวนั้นเห็นเรือสินค้า ก็เกิดความตกใจวิ่งหนีขึ้นภูเขาเข้าไปในป่าได้ ซึ่งต่อมาภูเขาลูกนี้ ชื่อ “ภูควายเงิน” (ภูเขาสูงด้านหลังที่ตั้งเสมือนเป็นฉากของแก่งคุดคู้) ทำให้ตาจึ่งคึงยิงพลาดเป้าไป ด้วยความโกรธพ่อค้าที่เป็นสาเหตุให้เขาไม่สามารถล่าควายเงินตัวนั้นได้สำเร็จ จึงยิงปืนออกไปเพื่อระบายความโกรธ ทำให้ เกิดเป็น “ผาแบ่น” แบ่นหมายถึงเล็ง ทำให้กลายเป็นยอดเขาที่ขาดหวิ่นไป ต่อมาตาจึ่งคึง ได้คิดวิธีทำให้เรือสินค้าไม่มารบกวนการล่าสัตว์ของเขาอีก จึงใช้ก้อนหินมากั้นลำน้ำไว้ แต่เมื่อเณรน้อยเห็นอย่างนั้น คิดว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จะทำให้ผู้คนเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งสัตว์น้ำก็จะมีปัญหาในการดำรงชีพ และการสัญจรไปมาของเส้นทางน้ำก็จะมีปัญหาอีก เณรน้อยจึงออกอุบายให้ตาจึ่งคึงนำไม้ไผ่ มาทำเป็นไม้คานเพื่อใช้ในการหาบก้อนหิน เนื่องจากจะได้จำนวนก้อนหินเยอะมากกว่าการแบกไปกั้นลำน้ำทีละก้อนเอง ผลปรากฏว่าตาจึ่งคึงเชื่อในกลอุบายของเณรน้อย ระหว่างที่ไม้คานหาบก้อนหินไปนั้น เกิดความหนักจนไม้คานหัก ความคมของไม้คานที่เป็นไม้ไผ่บาดคอตาจึ่งคึง จนทำให้ถึงแก่ความตายในที่สุด ร่างของตาจึ่งคึง นอนตายในลักษณะคุดคู้ ทำให้บริเวณที่เขานำก้อนหินมากั้นทางเดินของน้ำนั้นว่า “แก่งคุดคู้” มาจนถึงในทุกวันนี้ การมาเที่ยวแก่งคุดคู้ คือ การมาพักผ่อน พาคนในครอบครัวที่เรารักมาผ่อนคลายกับความงดงามของธรรมชาติ แม้จะใช้เวลาไม่มากมายเพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งสถานที่แห่งนี้ธรรมชาติได้เป็นผู้ที่สรรค์สร้างขึ้นเองออกแบบได้อย่างลงตัวและสวยงามจนหาที่เปรียบเทียบไม่ได้เลย หากนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสมาเที่ยว ณ เมืองคาน!!! อ๋อ!! เชียงคาน ต้องเดินทางมาแก่งคุดคู้ค มิฉะนั้นอาจจะถือว่ามาไม่ถึงเชียงคานก็เป็นได้ เครดิตภาพทั้งหมด “ภาพถ่ายโดยผู้เขียน”