3 วัน 2 คืน เที่ยวปาย ชิลล์บ้านรักไทย ชมทะเลหมอก กอดดอกบัวตอง ที่ แม่ฮ่องสอน

3 วัน 2 คืน เที่ยวปาย ชิลล์บ้านรักไทย ชมทะเลหมอก กอดดอกบัวตอง ที่ แม่ฮ่องสอน
เอิงเอย
24 ธันวาคม 2557 ( 17:33 )
104.1K

Words by เอิงเอย
Photo by แมวหง่าว

ลมหนาวพัดโชยมาให้กระปรี้กระเปร่า อยากหยิบเสื้อกันหนาวตัวโปรดมาใส่กระเป๋าหอบหัวใจพร้อมเดินทางขึ้นสู่ขุนเขา ไปกอดทะเลหมอก เอาหน้าแนบดอกบัวตองดูสักครั้ง และนี่คือแผนการเดินทางของเราพร้อมกับเป้ใบโตสู่เมืองสามหมอก จ.แม่ฮ่องสอน 3 วัน 2 คืนค่ะ ใครอยากมาเที่ยวตามเราก็แพ็คของตามมาได้เลย

เริ่มจากการออกเดินทางในกลางคืนรถบนตู้ค่ะ ตอนนี้ใจไปถึงแม่ฮ่องสอนแล้ว แต่ตัวยังอยู่ดูบรรยากาศยามค่ำคืนบนถนนทางหลวง ที่แรกที่เราจะแวะก็คือ "อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง" จ.เชียงใหม่ค่ะ ซึ่งคาดว่าจะถึงพอดิบพอดีกับดวงอาทิตย์ตื่นนอน และเราจะได้ไปชมทะเลหมอกพร้อมพระอาทิตย์ส่องแสงแรกของวันกัน

ตามคาดค่ะ เรามาถึงอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังเวลา ตีห้าครึ่งพอดีเชียว ลงจากรถปั๊ปบอกเลยว่าแทบจะหายใจเป็นไอได้เลยค่ะ อุณหภูมิตอนนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณสิบองศากว่าๆ หลังจากกางขาตั้งกล้องในมุมที่คิดแล้วว่าจะต้องสวยสุดๆ แน่ๆ และแล้วแสงแรกของวันก็มาถึงพร้อมดวงอาทิตย์สีส้มสดใสโผล่พ้นจากอ้อมกอดของขุนเขาและทะเลหมอกเบื้องล่าง เป็นการเริ่มต้นการเดินทางที่น่าประทับใจที่สุด


หลังจากล้างหน้าล้างตา หาอะไรใส่ท้องให้พออิ่ม เราก็มุ่งหน้าสู่อำเภอปายค่ะ พันกว่าโค้งบนเขาเป็นหนทางพิสูจน์ใจคนจริงๆ แต่เราก็ไหวด้วยยาแก้เมารถตลอดทาง จนได้จุดจอดลงมาชิลล์ที่แรก “สะพานประวัติศาสตร์ปาย” ที่นี่เต็มไปด้วยความทรงจำ ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของโลกในสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่นเดียวกับเมืองกาญจนบุรี

นอกจากความสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ต้องขอบอกว่าขนลุกพอสมควร เพราะที่แห่งนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นเป็นจุดสำคัญที่ทางกองทัพญี่ปุ่นลำเลียงเสบียงอาหาร และยุทโธปกรณ์ต่างๆ เพื่อเข้าสู่ประเทศพม่านั่นเองค่ะ

อ่านรีวิวเพิ่มเติม สะพานประวัติศาสตร์ปาย ได้ที่นี่ http://travel.truelife.com/detail/3267012

หลังจากเดินเล่น ถ่ายรูปกันจนหนำใจ ที่ที่เราจะไปกันต่อนั้นเรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คของปายเลยทีเดียว ยังไงก็ต้องไปแวะเช็คอินให้ได้สักครั้งที่ "Coffee In Love" ร้านกาแฟบนยอดเขาที่สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศวิวที่สวยงามท่ามกลางความโรแมนติกของร้านกาแฟแห่งนี้ค่ะ

Coffee in Love กลายเป็นจุดนัดพบสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเก็บภาพประทับใจ เรียกได้ว่า ถ้าไม่ได้แวะมาที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองปายเลยทีเดียว นอกจากมุมดีๆ มีเก้าอี้และโต๊ะตัวเล็กแสนน่ารักให้นั่งจิบกาแฟ หากใครเตรียมโปสการ์ดมาเพื่อส่งหาเพื่อนๆ ก็สามารถแวะมาหย่อนโปสการ์ดสวยๆ ลงเจ้าตูู้ไปรษณีย์สีแดงสุดคลาสสิคนี้ได้อีกด้วย

อ่านรีวิวเพิ่มเติม Coffee In Love ได้ที่นี่ http://travel.truelife.com/detail/2111914

หลังจากฝ่าฟันพันโค้งของปายมาได้ เราก็มาแวะต่อที่ “บ้านสันติชล” ค่ะ ที่นี่ห่างจากตัวอำเภอเมืองปายประมาณ 4 กม. เท่านั้นเอง ขับรถประมาณ 5 นาทีก็ถึงแล้ว บ้านสันติชล นั้นเป็นหมู่บ้านศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนานของชาวเขาเชื้อสายจีนยูนนานที่อพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ในเมืองไทยของเราค่ะ และปัจจุบันก็ได้พัฒนาเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว

มองไปเราจะเห็นบ้านดินตั้งเรียงรายอยู่ในหุบเขาเป็นสไตล์จีนยูนนานทั้งหมด ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เห็นทีจะเป็น “การโล้ชิงช้าไม้” ที่ไม่เหมือนกันที่ไหนค่ะ เห็นแล้วก็สูง แอบหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชอบกันมากทีเดียวค่ะ แถมตอนอยู่บนชิงช้ายังได้เห็นวิวมุมบนของบ้านสันติชลอีกด้วย

อ่านรีวิวเพิ่มเติม บ้านสันติชล ได้ที่นี่ http://travel.truelife.com/detail/3268985

หลังจากที่ตะลอนเที่ยวกันมาทั้งวัน ก็ได้เวลาไปที่พักของเราสำหรับคืนนี้ในปายแล้วค่ะ ที่ “ทรู มาย เฟรนส์ เกสท์เฮาส์” ซึ่งอยู่ใกล้จากถนนคนเดินเมืองปายมากๆ ที่นี่เป็นเกสเฮ้าส์เล็กๆ ทีถูกออกแบบมาอย่างพอเหมาะพอดีกับเมืองปาย ทำให้เราได้รู้สึกถึงธรรมชาติของที่นี่อย่างแท้จริง รายล้อมด้วยทุ่งนาเหลืองอร่าม และภูเขาสีฟ้า พร้อมอากาศดีๆ ของเมืองปาย

อ่านรีวิวเพิ่มเติม ทรู มาย เฟรนส์ เกสท์เฮาส์ ได้ที่นี่ http://travel.truelife.com/detail/3272498

หลังจากอาบน้ำให้สดชื่นกันได้สักพักก็ได้เวลาไปบอกลาพระอาทิตย์กันที่ จุดชมวิว “วัดพระธาตุแม่เย็น” ค่ะ ซึ่งจะขึ้นเขาไปสักหน่อย ถ้ามองจากที่พักของเราจะเห็นพระองค์ใหญ่สีขาวอยู่ท่ามกลางขุนเขาเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติต่างเดินขึ้นมาที่จุดชมวิวแห่งนี้ เพื่อสักการะองค์พระ และนั่งชิลล์ชมพระอาทิตย์ตกดินค่ะ


หลังจากนั้นก็ได้เวลาตะลุยราตรีที่เมืองปายกันแล้ว ร้านรวงเริ่มประดบประดาด้วยไฟสีส้ม สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลาย ที่ “ถนนคนเดินเมืองปาย” นักท่องเที่ยวจึงมาเดินชิลล์กัน และซื้อซื้อสินค้าดีๆ ได้ตลอดทาง นอกจากของฝาก ของดีต่างๆ แล้ว ยังมีร้านอาหารดีๆ ร้านกาแฟน่ารักๆ มากมายหลายร้านเต็มถนนสายนี้เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นแหล่งฮิปๆ และชิลล์สำหรับนักท่องเที่ยวทีเดียวค่ะ ใครจะใช้เวลาว่างมานั่งจิบกาแฟดีๆ เขียนโปสการ์ดถึงเพื่อนก็ได้บรรยากาศชิลล์เหมือนกัน

อ่านรีวิวเพิ่มเติม ถนนคนเดินเมืองปาย ได้ที่นี่ http://travel.truelife.com/detail/3264636

หมดไปหนึ่งวันแบบทั้งสนุกทั้งเหนื่อย วันนี้ได้นอนพักกันเต็มที่แล้วค่ะ เพื่อที่พรุ่งนี้เช้า เราจะไปรับลม ชมทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นกันที “จุดชมวิวหยุนไหล” หมู่บ้านสันติชลกัน

เสียงนาฬิกาปลุกดังตั้งแต่ตี 5 ได้เวลาตื่นแล้ว หลังจากเตรียมตัวเป้นที่เรียบร้อย คว้าเสื้อกันหนาวตัวหนาได้เราก็ออกเดินทางกันต่อไปยังจุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหลค่ะ ซึ่งห่างจากที่พักไปไม่มากนัก เลยหมู่บ้านสันติชลขึ้นไปอีกประมาณ 1.6 กิโลเมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะนอนค้างที่ปาย แล้วตอนเช้ามืดก็มารวมตัวกันเพื่อขึ้นรถของชาวบ้านที่หน้าหมู่บ้านสันติชลไปดูทะเลจุดชมวิวหยุนไหลหมอกค่ะ

เมื่อขึ้นไปด้านบนจะมีจุดชมวิวโล่งๆ ซึ่งจะสามารถมองเห็นเห็นสายหมอกกำลังห่อหุ้มเมืองปายไว้ทั้งเมือง เป็นภาพที่สวยงามมาก อีกไม่กี่อึดใจ แสงอาทิตย์สีส้มสว่างก็กำลังจะตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลแล้ว นอกจากการมาชมทะเลหมอก และอาทิตย์ขึ้น ยังนิยมมาทานอาหารเช้าเป็น หมั่นโถว ซาลาเปาทอด และชาร้อนบนนี้อีกด้วย

อ่านรีวิวเพิ่มเติม จุดชมวิวหยุนไหล ได้ที่นี่ http://travel.truelife.com/detail/3271421

หลังลงมาจากจุดชมวิวเป็นที่เรียบร้อย เราก็ไปหาของอร่อยเมืองปายทานกันจริงๆ จังๆ ก่อนที่จะออกจากปายและเดินทางต่อค่ะ สถานที่ต่อไปที่เรากำลังจะไปต่อก็คือ “วัดพระธาตุดอยกองมู” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน นั่นเอง ระหว่างการเดินทางก็ได้เจอกับเทศกาลเฉลิมฉลองดอกบัวตองบานอยู่ที่ดอยกิ่วลมด้วย เราก็เลยแวะลงไปแจม ถ่ายรูปกับน้องๆ ชาวเขาที่มาร่วมงานเทศกาลกันอย่างสนุกสนานค่ะ

และแล้วก็มาถึงวัดพระธาตุดอยกองมูในเวลาเที่ยงกว่าๆ พอดี วัดพระธาตุดอยกองมูนั่นสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า และไทใหญ่ เราได้สักการะพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ และพระธาตุเจดีย์องค์เล็กเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางต่อค่ะ

อ่านรีวิวเพิ่มเติม วัดพระธาตุดอยกองมู ได้ที่นี่ http://travel.truelife.com/detail/3272500

ออกจากวัดพระธาตุดอยกองมู เราก็มุ่งหน้าต่อไปยัง “ดอยแม่อูคอ” เพื่อไปสัมผัสทุ่งดอกบัวตองบานสะพรั่งทั้งขุนเขาปีละครั้งเท่านั้นค่ะ ช่วงเวลาที่เรามาเป็นช่วงกลางๆ เดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกบัวตองกำลังชูกิ่งก้านอวดโฉมกันทั่วทั้งเขาค่ะ

เวลาที่เหมาะแก่การขึ้นมานั้นก็จะมีช่วงเช้าตั้งแต่ 8.00 น. และช่วง 15.00 น. ไปจนพระอาทิตย์ตกดิน เมื่อขึ้นมาถึงจุดชมวิว ณ ยอดดอยที่มีทุ่งดอกบัวตองใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีให้ชมเพียงปีละครั้งเบ่งบานทั่วทั้งเขาราวกับนำเอาสีเหลืองสดใสมาสาดละเลงจนทั่ว แซมด้วยสีเขียวของส่วนใบนิดๆ รู้สึกได้เลยว่าคุ้มค่าสมกับที่ต้องเดินทางผ่านโค้งคดเคี้ยวแสนหวาดเสียวมายาวนานเพื่อขึ้นมาบนนี้ค่ะ จุดนี้ต้องขอบอกได้เลยว่าเป็นไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ในแต่ละปี และเป็นไฮไลท์ของทริปการเดินทางของเราในครั้งนี้อีกด้วย

อ่านรีวิวเพิ่มเติม ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ ได้ที่นี่ http://travel.truelife.com/detail/3263928

เราอยู่จนแสงสุดท้ายของอาทิตย์ลับตาไปพร้อมกับดอกบัวตองสีสดใส ได้เวลาตีรถกลับเข้าไปในเมืองแม่ฮ่องสอนค่ะ เพราะที่พักของเราในคืนนี้ก็คือที่หมู่บ้านรักไทย จากตรงนี้ไปค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร กว่าเราจะไปถึงบ้านรักไทยก็ดึกมากแล้วทีเดียว เข้านอนพักเอาแรงกันก่อนที่จะไปผจญภัยกันต่อนวันพรุ่งนี้ค่ะ


ตีห้าครึ่งเช่นเคย เราก็ตื่นมาเตรียมพร้อมไปชมวิวยามเช้ากันที่ “ปางอุ๋ง” ที่ใครๆ ต่างขนานนามให้เป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย อากาศสะอาดๆ ที่นี่ช่วยให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก ทิวสนลำต้นสูงใหญ่รายล้อมรอบอ่างเก็บน้ำที่สงบนิ่ง อากาศที่เย็นกำลังดีขณะที่เรากำลังรอแสงแรกของวัน เหล่าหงส์ตัวน้อยก็ว่ายน้ำไปมาคลอเคลียกันดูน่ารักมากค่ะ

อ่านรีวิวเพิ่มเติม ปางอุ๋ง ได้ที่นี่ http://travel.truelife.com/detail/3266212

หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ปางอุ๋งกันแล้ว เราก็ตีรถกลับมาที่บ้านรักไทย เป็นช่วงที่อากาศยามเช้ากำลังดีทีเดียว หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จก็ได้เวลาเดินเที่ยวกันแล้วค่ะ

“บ้านรักไทย” นี้เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนาน ที่รายล้อมด้วยหุบเขาใหญ่ ของแม่ฮ่องสอน บรรยากาศของที่นี่ทำให้แทบไม่รู้สึกว่าอยู่เมืองไทย จังหวะนึงแอบเผลอๆ คิดไปว่ากำลังอยู่ในฉากของหนังจีนกำลังภายในสักเรื่องเลยทีเดียว

ที่นี่ค่อนข้างมีอากาศเย็นๆ สบายๆ เกือบทั้งปี ยกเว้นช่วงหน้าหนาวนี่แหละ ที่จะหนาวมากเป็นพิเศษค่ะ เพราะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,776 เมตร และนอกจากเรื่องของอากาศที่ดีมากๆ แล้ว พื้นที่ของบ้านรักไทยนั้นก็เหมาะอย่างยิ่งกับการปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนาวอีกด้วยค่ะ ที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของชา และขาหมู่หมั่นโถวมากค่ะ

อ่านรีวิวเพิ่มเติม บ้านรักไทย ได้ที่นี่ http://travel.truelife.com/detail/3265271

หลังจากซื้อของฝากกันเรียบร้อย เราก็เดินทางออกจากบ้านรักไทย ได้แต่คิดในใจว่า คราวหน้าขอให้มีโอกาสได้มาสัมผัสกับความเรียบง่ายของที่นี่อีกครั้ง ก่อนที่จะไปที่เที่ยวที่สุดท้ายของทริปนี้ “สะพานซูตองเป้”

มาเที่ยวแม่ฮ่องสอนคราวนี้ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์อย่าง ปาย, ปางอุ๋ง, บ้านรักไทย แล้ว “ซูตองเป้” ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เช่นเดียวกันค่ะ เพราะนอกจากที่สะพานซูตองเป้นี้จะสวยงามด้วยวิวทิวทัศน์ตามธรรมชาติ และไร่นาของชาวบ้านแล้ว ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของผู้คนที่นี่

สองข้างทางของสะพานที่ทอดยาวไปสู่ สวนธรรมภูสมะ ซึ่งเป็นสถานปฏิบัติธรรมซึ่งไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่า แต่เต็มไปด้วยความบรรยากาศแห่งความศรัทธา ที่วิหารประดิษฐาน “หลวงพ่อซูตองเป้” พระพุทธรูปทรงเครื่องแบบพม่าสีทองอร่ามอยู่ด้านในค่ะ

อ่านรีวิวเพิ่มเติม สะพานซูตองเป้ ได้ที่นี่ http://travel.truelife.com/detail/3274248

การเดินทางครั้งนี้ได้จบลงแล้ว เรากำลังเตรียมเก็บข้าวของกลับกรุงเทพฯ และสิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ ความประทับใจที่จะหอบกลับไปเป็นของรางวัลให้นึกถึงในยามที่เหนื่อยล้าจากการทำงานในแต่ละวัน การมาใช้ชีวิตช้าๆ อยู่กับธรรมชาติ และวิถีชีวิตเรียบง่ายแบบนี้ ช่วยชาร์จแบทให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง แน่นอนว่า ถ้าใครอยากจะไปเที่ยวตามรอยเราก็ยินดีค่ะ แม้ดอกบัวตองจะยังไม่ผลิบาน หรือเหี่ยวแห้งลงไปแล้ว แต่ที่นี่ “แม่ฮ่องสอน” ก็ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดแห่งปีของเมืองไทยค่ะ

ติดตาม travel.truelife.com ได้อีกช่องทางที่

FB : Travel Truelife

ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และสุขภาพ คลิกที่http://travel.truelife.com


สะพานประวัติศาสตร์ปาย

ที่อยู่ : บ้านท่าปาย ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เปิดบริการ : ตลอดวัน

เบอร์ติดต่อ :

เว็บไซต์ :

การเดินทาง : จากที่ว่าการอำเภอปาย ไปตามถนนราษฎร์ดำรงมุ่งสู่ริมแม่น้ำปาย จะถึงสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ที่เชื่อมระหว่างสองฝั่งของแม่น้ำปาย

———————————————————-

Coffee in Love

ที่อยู่ : 92 หมู่ 11 ริมถนน 1095 อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เบอร์ติดต่อ : 0-5369-8251

ร้านเปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 6.00-18.00 น.

เว็บไซต์ : www.facebook.com/coffee.in.love.page

———————————————————-

ทรู มาย เฟรนส์ เกสท์เฮาส์

ที่อยู่ : 187 หมู่ 1 บ้านแม่เย็น อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

เบอร์ติดต่อ : 08-1306-0252

เว็บไซต์ : http://2myfriendspai.com

———————————————————-

ถนนคนเดิน ปาย

ที่อยู่ : ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เปิดบริการ : ทุกวันในช่วงเดือน พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เวลา 18.00-24.00 น. และ วันศุกร์ – เสาร์ในช่วงหน้าร้อน และหน้าฝน (สามารถจอดรถได้ที่ วัดหลวง และเดินมาถนนคนเดินได้เลยค่ะ)

ค่าเข้าชม : –

เบอร์ติดต่อ : –

เว็บไซต์ : –

———————————————————-

จุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหล

ที่อยู่ : ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

ค่าเข้าชม : คนละ 20 บาท

เบอร์ติดต่อ :

การเดินทาง : ห่างจากหมู่บ้านสันติชลขึ้นไปอีกประมาณ 1.6 กิโลเมตร สามารถขึ้นรถบริการได้ที่หมู่บ้านสันติชล ราคาเหมาคัน 300 บาท/10 คน

———————————————————-

วัดพระธาตุดอยกองมู
ที่อยู่ : ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เบอร์ติดต่อ : 08-1026-4544
เว็บไซต์ : www.watdoikongmu.com
การเดินทาง : วัดพระธาตุดอยกองมู ตั้งอยู่บนดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เดินทางโดยแยกจากทาง หลวงสาย 108 ตรงบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ เป็นทางลาดยางขึ้นภูเขาไปอีก ประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะถึงบริเวณวัดพระธาตุดอยกองมู
———————————————————-

ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ

ที่อยู่ : หมู่ที่ 6 ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เบอร์ติดต่อ :

เปิดทำการ :

ค่าเข้าชม :

เว็บไซต์ :

การเดินทาง : จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 108 บริเวณหลักกิโลเมตร ที่ 201ให้เลี้ยวแยกไปตามทางหลวงหมายเลข 1263 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร ให้แยกเข้าถนนสายบ้านนางิ้ว-บ้านหัวฮะ ไปอีก 14 กิโลเมตรก็จะถึงดอยแม่อูคอ เส้นทางที่สอง จากอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ขับรถตามทางหลวง 1263 (แม่แจ่ม-ขุนยวม) ถึงทางแยกเข้าบ้านนางิ้วบ้านหัวฮะ ระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าไปอีก 14 กิโลเมตร ถึงดอยแม่อูคอ

———————————————————-

โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)

ที่อยู่ : บ้านรวมไทย ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

เปิดบริการ :

เบอร์ติดต่อ : โทรศัพท์ 0-5361-1244 มือถือ 08-5618-3303 โทรสาร 0-5361-1649, 0-5361-1690

เว็บไซต์ :

การเดินทาง :

จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปตามทางหลวงหมายเลข 1095 (แม่ฮ่องสอน-ปาย) ประมาณ 15 กม. จะถึงทางแยกบ้านกุงไม้สัก (มีป้ายบอกทางไปภูโคลน) ให้เลี้ยวซ้ายไป เมื่อผ่านพระตำหนักปางตอง จะถึงแยกบ้านนาป่าแปก หากไปทางซ้ายอีก 6 ก.ม. จะเป็นบ้านรวมไทยหรือปางอุ๋ง

รถโดยสารประจำทาง จากแม่ฮ่องสอนให้ไปที่หน้าตลาดสายหยุดขึ้นรถสองแถวไปยังปางอุ๋ง (บ้านรวมไทย) เส้นทางแม่ฮ่องสอน-ห้วยมะเขือส้ม

———————————————————-

บ้านรักไทย

ที่อยู่ : หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เปิดบริการ : ตลอดทั้งวัน

เบอร์ติดต่อ :

เว็บไซต์ :

การเดินทาง :

จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ใช้เส้นทาง จากเมืองแม่ฮ่องสอน มุ่งสู่บ้านรักไทย โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 เส้นทางสายเหนือ(ไปปาย) แยกเข้าซ้ายประมาณ กิโลเมตรที่ 8 แยกเข้า หมู่บ้านกุงไม้สัก ใช้เส้นทางเดียวกับทางไป ภูโคลนคันทรี่คลับ น้ำตกผาเสื่อ และหมู่บ้านปางอุ๋ง เส้นทางเป็นเขาสูงชัน ต้องใช้ความชำนาญในการขับ รถต้องเติมน้ำมันให้เรียบร้อย ไม่มีปั๊มบนดอย ระยะทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปบ้านรักไทย 44 ก.ม.

จากอำเภอปาย ผ่าน อ.ปางมะผ้า และจะผ่าน ถ้ำปลา โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 แยกเข้าขวาเลยถ้ำปลามาสัก 1 ก.ม. แยกเข้า หมู่บ้านหมอกจำแป่ ใช้เส้นทางเดียวกับทางไป ภูโคลนคันทรี่คลับ น้ำตกผาเสื่อ และหมู่บ้านปางอุ๋ง

รถโดยสารประจำทาง หน้าตลาดสด เมืองแม่ฮ่องสอน มีรถออกทุกวัน (รถสองแถว สีเหลือง) สังเกตป้ายจะเขียนว่า แม่ออ รักไทย รถออกวันละประมาณ 2 เที่ยว ค่าโดยสาร 150 บาท

———————————————————-

สะพานไม้ซูตองเป้

ที่อยู่ : บ้านกุงไม้สัก หมู่ 2 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ค่าเข้า :

เปิดบริการ :

เว็บไซต์ : www.facebook.com/pages/ซูตองเป้

การเดินทาง จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนให้ใช้เส้นทางแม่ฮ่องสอน-ปางมะผ้า (ทางหลวงหมายเลข1095) ขับมาประมาณ 10 กิโลเมตรจะถึงแยกบ้านกุงไม้สัก เลี้ยวซ้ายไปทางบ้านกุงไม้สักอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะถึงทางแยกเข้าหมู่บ้าน ตรงเข้าไปทางขวามือตามถนนในหมู่บ้าน ทางเข้าสะพานซูตองเป้จะเป็นทางเดินเล็กๆ ระหว่างบ้านในหมู่บ้าน นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถไว้ที่วัดกุงไม้สัก แล้วเดินย้อนออกมาอีกเล็กน้อย ก็จะถึงทางเดินเข้าสะพานซูตองเป้

———————————————————-

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง