เป็นครั้งแรกที่ใช้บริการบินกับ Starlux Airlines จากสนามบินสุวรรณภูมิ อาคาร SAT 1 ไปลงสนามบินเถาหยวน เทอมินอล 2 ประเทศไต้หวัน วันที่ 5 ธค.2568 ไฟล์ JX742 ลำใหญ่ จัดที่นั่ง 3-4-3 ตั๋ว Economy (Basic) จองทั้งตั๋วไปและกลับเรียบร้อยตั้งแต่ 4 ตค.2568 ใช้รหัสส่วนลด JXKRUNGSRI25 ได้ลดไป 400.-บาท รวมค่าตั๋วไปกลับ 11,570.- จำไม่ได้ว่าตอนจองทำไมไม่ใช้รหัสส่วนลด JXSOLO2000 น่าจะลดได้มากกว่าหรือไม่ ก็ไม่แน่ใจแล้ว แต่ได้เทียบราคากับของการบินไทยแล้ว เลยตามเลยค่ะ ตั้งใจจะทดลองใช้บริการสายการบินนี้ เพราะในโซเชียลกล่าวถึงกันมากว่าเป็นสายการบินใหม่ สัญชาติไต้หวัน มีความสดใหม่ เทคโนโลยีทันสมัย ราคา บริการ อาหารและเครื่องดื่มดี และยังเป็นโอกาสดีมากที่ได้ใช้บริการอาคารใหม่ SAT 1 เป็นครั้งแรกเช่นกันทั้งโออ่า กว้างขวาง สวยงาม ประทับใจมาก ตอนจองตั๋ว เลือกที่นั่งขาไป ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เลือกนั่งข้างหน้า 33A ตอนเลือกไม่รู้ว่าเป็นตำแหน่งบนปีกพอดี วิวสวย ขาไปบินประมาณบ่ายโมง แดดเข้าด้านนี้ แต่ไม่มาก ส่วนขากลับไม่เลือกที่นั่งก่อนเพราะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 300 กว่าบาท บนเครื่องทั้งขาไปและกลับมีบริการ Internet ONAIR ต้องเปิดโหมดเครื่องบินก่อน แล้วเปิดเชื่อม Wifi “Galactic_Wifi” ชั้น Economy ใช้ Chat และ Line เฉพาะข้อความได้ฟรี และมีหูฟัง และหมอนใบเล็กๆทุกที่นั่ง เราเอาหมอนมาใช้พิงหลัง อาหารจานหลักคือ อกไก่ย่างซอสเห็ดและมันฝรั่งบด/ขนมปังเมล็ดแฟลกซ์(เมล็ดลินิน)และเนย/ช็อกโกแลตมูสเค้ก/ผลไม้ตามฤดูกาล/เครื่องดื่มแล้วแต่จะสั่ง แน่นอนไม่พลาด signature cocktail ชื่อ sunlit Isle น้ำสีเหลืองทอง มี เหล้ารัม มะพร้าว สับปะรด มะม่วง และชาเขียวผสมกัน รสชาติดีมากละมุนออกแนวหวานนิดเปรี้ยวหน่อย ไม่รู้สึกว่ามีแอลกอฮอล์ผสมเลย บางมากๆ ตบท้ายด้วยโค้ก มีซองไหมขัดฟันให้ด้วย ห้องน้ำดูดีทีเดียว ไม่เล็กเกินไป กระดาษชำระม้วนมีลาย กระดาษเช็ดหน้า ถ้วยกระดาษ โฟมล้างมือ โลชั่น สเปรย์ฉีดผิว มีที่แขวนไม้แขวน กดน้ำร้อนหรือน้ำเย็นได้ ห้องโดยสารไม่เล็ก ไม่รู้สึกว่าแคบหรืออึดอัดเลย ทุกอย่างใหม่ ทันสมัย ไฮเทค ก่อนวันกลับ สายการบินส่งข้อความ SMS มาแจ้งเตือนให้ทำ check in online ผ่านแอปฯหรือเว็ปไซต์ ก่อนบิน 48 ชั่วโมง เลือกที่นั่งได้เองฟรี เลือก 17A บนปีกตำแหน่งเดิม วันกลับ ใช้บริการ In-Town Check-in ซึ่งเป็นบริการเช็คอิน พริ้นต์ตั๋วและโหลดกระเป๋าไปสนามบินล่วงหน้า จากตัวเมืองภายในสถานีรถไฟใต้ดิน Taipei Main Station โซนของสายสีม่วง B1 โดยกำหนดต้องเช็คอินและโหลดกระเป๋าล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเรียกให้ขึ้นเครื่อง(Boarding Time) มาถึงโซน B1 สถานที่กว้างขวางมาก ประมาณ 9 โมงเช้า คนยังน้อย ไม่มีคิว ซื้อตั๋วรถไฟไปสนามบินจากตู้จำหน่ายตั๋วก่อนเลย ไปลง A13 Terminal 2 ราคา 160 twd. แล้วมาที่เครื่องเช็คอินด้านหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยบริการ ช่วยทำรายการให้ ทั้งพริ้นท์ตั๋ว หน้าตั๋วมีเลขที่เกจแล้ว และทำรายการโหลดกระเป๋า เสร็จแล้ว ลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปด้านในหน้าเคานเตอร์ ยกกระเป๋าขึ้นวางบนสายพานตามแนวนอน เพื่อชั่งน้ำหนัก และพริ้นท์แท็กข้อมูลส่วนตัวนำมาคล้องติดที่หูกระเป๋าเดินทาง เจ้าหน้าที่ช่วยทำให้ สะดวกและเร็ว แล้วเดินออกมาดูบนจอมอนิเตอร์เพื่อให้เห็นว่ากระเป๋าเดินทางของเราเลื่อนเข้าระบบลำเลียงถูกต้อง จะมีสลิปแท็กออกจากเครื่องให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เป็นอันจบขั้นตอน In-town check-in เดินไปขึ้นรถไฟโดยไร้กระเป๋าเดินทาง ไฟลท์กลับ JX745 เครื่องลำเล็ก จัดที่นั่ง 3-3 ดีเลย์ประมาณ 20 นาที ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ไม่อึดอัด ช่องเก็บสัมภาระอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สูงเกินไป คนสูง 150 ซม.ยกกระเป๋าเก็บบนช่องสัมภาระเองได้สบายๆ เอื้อมเปิดถึง อาหารจานหลัก เลือกรับชุดเพนเน่ซีฟู้ดราดครีมซอสเพสโตทูน่า/ขนมปังซอฟโรล/สลัดมันฝรั่งนำ้สลัดโยเกิรต์ส้ม/ผลไม้ตามฤดูกาล มีเพิ่ม คุ้กกี้ซอง1ชิ้น และ ไอศครีมถ้วยเจลาโต้รสชาเขียวกลิ่นมะลิผสมเนื้อสตรอเบอร์รี่ อร่อยทุกอย่าง ไม่หวานเกินไป เครื่องดื่ม ขอเป็น cocktail ชื่อ Sci-fi Cosmos น้ำสีฟ้า มีเหล้าจิน เครื่องดื่มกรดแลคติคแอซิด น้ำเชื่อมคูราเซาสีฟ้าและน้ำโทนิค ผสมกัน มีชิ้นเลมอนฝานใส่มาด้วย แอลกอฮอล์แรงกว่าไฟลท์ขามา ส่วนห้องน้ำไฟลท์นี้ ไม่มีรีวิว เพราะไม่ได้เข้าใช้บริการเลย แต่คิดว่าน่าจะดี ด้วยความใหม่และทันสมัย มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อาคาร SAT 1 เดินไปขึ้นรถไฟสนามบินมายังอาคารผู้โดยสารหลัก (Main Terminal Building หรือ MTB)เพื่อผ่าน ตม.และรับกระเป๋า รอรับกระเป๋าหน้าสายพานรับกระเป๋านานประมาณ 30 นาที กว่าจะเห็นสายพานเริ่มทำงานลำเลียงกระเป๋าทยอยออกมา สนามบินควรปรับปรุงกระบวนการลำเลียงกระเป๋าเดินทางมาส่งมอบลูกค้าให้รวดเร็วขึ้น ลดเวลารอคอยลงได้จะดีมาก เครดิตภาพโดย:-KaijeawCheese อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !