ลุยภูเขาไฟ ชมน้ำตกยักษ์ และ Blue Fire สุดอลัง ในทริปเดียว ทริปนี้ “ต้องไปสักครั้ง” จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวกันที่ ประเทศอินโดนีเซีย หนึ่งในทริปที่เราอยากไปมานานมาก เพราะที่นี่มีทั้งภูเขาไฟ น้ำตกใหญ่ ๆ และวิวธรรมชาติที่สวยแบบไม่เหมือนที่ไหน แต่บอกก่อนว่าทริปนี้ไม่ได้สบายตลอดทางนะ ต้องตื่นเช้ามืด เดินเยอะ เจอทั้งอากาศหนาวและเส้นทางที่เหนื่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่พอได้เห็นวิวตรงหน้าแล้ว ก็รู้สึกเลยว่าคุ้มมาก เป็นอีกทริปที่เหนื่อยจริง แต่ประทับใจมากจริง ๆ ใครที่ชอบธรรมชาติ ภูเขาไฟ น้ำตก และการเดินทางที่ได้ออกไปเจออะไรใหม่ ๆ ทริปนี้อยากให้ลองตามมาดูกัน ▶ ข้อมูลประเทศ & การเตรียมตัว อินโดนีเซียเป็นประเทศหมู่เกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ภาษาอินโดนีเซีย / ชวา เป็นหลัก แต่แหล่งท่องเที่ยวสื่อสารอังกฤษได้ สกุลเงินคือ รูเปียห์อินโดนีเซีย (IDR) อัตราแลกเปลี่ยนคร่าว ๆ 1 บาท ≈ 400–450 รูเปียห์ สามารถใช้เงินสดเป็นหลัก และบางที่รับบัตร (Visa / MasterCard) แต่ไม่ทั่วถึง อากาศร้อนชื้นตลอดปี อุณหภูมิประมาณ 24-32 องศา แต่โซนภูเขาอย่าง Bromo / Ijen อากาศหนาวมาก (10-15 องศา) แนะนำพกเสื้อกันหนาวไปด้วย ก่อนเข้าประเทศต้องกรอก All Indonesia ล่วงหน้าหรือกรอกที่สนามบินได้ ▶ Day 1 : กรุงเทพ - สุราบายา (ประเทศอินโดนีเซีย) เดินทางจากสนามบินดอนเมือง บินตรงมาลงที่ สนามบินจูอันดา เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เรามาถึงช่วงเที่ยง แวะทานข้าวเที่ยงใกล้สนามบิน เป็นเมนูข้าวผัดไก่ และผัดหมี่ไก่ จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เขต Lumajang เพื่อเข้าที่พัก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ▶ Day 2 : Panorama Kapas Biru - Teras Semeru - Tumpak Sewu Waterfall Panorama Kapas Biru จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นน้ำตก Kapas Biru ได้แบบเต็มมุมจากด้านบน ภาพที่เห็นจะเป็นน้ำตกหลายชั้นไหลท่ามกลางป่าเขียวชอุ่ม บรรยากาศเงียบสงบและสวยงามเป็นพิเศษในช่วงเช้าที่มีหมอกบาง ๆ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว และยังได้เห็น Mount Semeru ด้วย Teras Semeru คาเฟ่วิว Mount Semeru และนาขั้นบันได บรรยากาศดี เหมาะนั่งชิลและถ่ายรูปวิวธรรมชาติ Tumpak Sewu Waterfall น้ำตกชื่อดังที่มีสายน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลลงมารอบหน้าผาเป็นวงกว้าง คล้ายม่านน้ำยักษ์ จนถูกเรียกว่า “น้ำตกพันสาย” บรรยากาศอลังการ ธรรมชาติสวยมาก เดินลงไปไกลอยู่ แดดแรงด้วย ▶ Day 3 : Madakaripura Waterfall - Bromo Madakaripura Waterfall น้ำตกที่สูง 200 เมตร น้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่ด้านในหุบเขา การจะเข้าไปถึงได้จะต้องนั่งรถมอเตอร์ไซค์เข้าไป (ทางหลักพัง) เดินไม่ไกลมาก แต่ต้องใส่หมวกเซฟตี้เพราะน้ำตกจะตกใส่หัวแทบจะตลอดทางเลย จากนั้นเราเดินทางกันต่อไปยัง Bromo อีก 4 ชั่วโมง ▶ Day 4 : Bromo วันนี้เราออกเดินทางกันตั้งแต่ 02.00 น. เพื่อไปยังจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นกันที่ Kingkong Hill เรามาถึงที่หมายตอน 02.30 และนั่งรอ ในเดือนเมษายน อุณภูมิประมาณ 18 องศา ไอออกปากกันเลยทีเดียว ตรงที่เราไปรอ มีจุดขายอาหารและให้เช่าเสื้อกันหนาว พกแมสไปด้วยนะเพราะกลิ่นบุหรี่แรงมาก ๆ เริ่มเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวตอน 05.00 และพระอาทิตย์จะขึ้นตอน 05.30 และวิวตรงนี้นับเป็นจุดชมวิวระดับโลกเลย เพราะเราจะได้เห็นภูเขาไฟทั้ง 3 ลูกเรียงกันเหมือนในภาพเลย ประมาณ 06.00 เราลงมาถ่ายรูปกันที่ Whispering Sands ถ่ายรูปคู่กับรถจี๊บเท่ ๆ ใครไม่ถ่ายเหมือนมาไม่ถึงโบรโม่นะ จากนั้นไปขึ้นปล่องภูเขาไฟโบรโม่กัน รถจะไปจอดตรงจุดเริ่มเดิน ใครจะเดินไปก็ได้ หรือจะขี่ม้าก็ได้ ราคา 300,000 IDR (500-600 บาท) จากนั้นเดินทางไปยัง Bondowoso อีก 4-5 ชั่วโมง เพื่อเข้าพักจนถึงเวลา 23.00 และนั่งรถต่อไปยัง Kawah Ijien ▶ Day 5 : Kawah Ijen Kawah Ijen ภูเขาไฟชื่อดังในอินโดนีเซีย ที่มีไฮไลต์เป็น Blue Fire เปลวไฟสีน้ำเงินธรรมชาติสุดหายาก พร้อมวิวทะเลสาบปล่องภูเขาไฟสีฟ้าสวยอลังการ ทางทัวร์เราจะมีแจกหน้ากากกันแก๊ส ไฟฉาย และแว่นตากันควันให้ เราจะเริ่มเดินกันประมาณ 02.00 อากาศช่วงนั้นประมาณ 15 องศา' แต่ใส่เสื้อกันหนาวแค่ตัวเดียวพอนะ เพราะพอเริ่มเดิน เราจะร้อนมาก ๆ เหงื่อซกเลย ระยะทางเดินประมาณ 10 กม. (ไป-กลับ) เป็นทางเดินขึ้นเขา ค่อนข้างเป็นเนินชัน ใครเดินไม่ไหวก็นั่งแลมโบกินีได้ ราคา 1,000,000 IDR (1,000 กว่าบาท) เดินไปสักพักจะถึงทางลงไปดู เปลวไฟสีน้ำเงิน และด้านล่างจะเป็นเหมืองกำมะถัน วันที่เราไปยังโชคดีที่ได้เห็นเปลวไฟ ถึงแม้จะน้อยนิดก็ตาม ใดๆคือ ควันแสบตา แสบจมูกมากๆ จากนั้นเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวพระอาทติย์ขึ้น และชม Sulfur Lake หลังจากนั้น เดินทางกลับมายังเมือง Surabaya (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชม.) ▶ Day 6 : Surabaya - BKK วันนี้ฟรีเดย์ ที่เมืองสุราบายา ที่นี่มีทั้งห้างและร้านอาหาร การเดินทางก็สะดวกเพราะมี Bolt หลังจากนั้นเดินทางกลับประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ สรุป : เป็นทริปที่สนุกและเหนื่อยมาก ๆ การเดินทางค่อนข้างยาวนานเพราะแต่ละสถานที่อยู่ไกลกันมาก ถ้าใครที่ไปแล้วซื้อทัวร์แค่บางสถานที่อาจจะเหนื่อยหน่อย ต้องจัดสรรเวลาดีๆ และที่สำคัญการพักผ่อนสำคัญมาก นอนให้พอ และขอให้เพื่อนๆสนุกกับทริปนะคะ Enjoy น้าาา ***หมายเหตุ***ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดอ่านรายละเอียดและตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางกันด้วยนะคะ พวกเราหวังว่าข้อมูลข้างต้นจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่กำลังจะมีแพลนไปเที่ยวที่นี่นะคะ แล้วทริปหน้าไปจะเที่ยวที่ไหนอีกก็ฝากติดตามพวกเรา “ต้องไปสักครั้ง” ไว้ด้วยนะคะ ภาพถ่ายทั้งหมด By : ต้องไปสักครั้ง (@ihavetogoonce) ปล.รับชมคลิปเต็มได้ทาง YOUTUBE : ต้องไปสักครั้ง ตามล่าภูเขาไฟ Bromo ครั้งแรกในชีวิต Ep.1 ไม่คิดว่าอินโดนีเซียจะมีน้ำตกอลังการขนาดนี้! | TUMPAK SEWU ทำไมทุกคนที่มาอินโดนีเซียต้องแวะที่นี่? | Madakaripura Waterfall ทำไมคนทั่วโลกถึงต้องไป Mount Bromo? | Indonesia Blue Fire คืออะไร ทำไมคนถึงต้องมาที่นี่ | Indonesia #Bromo #Kawahijien #indonesia #อินโดนีเซีย #น้ำตก #mountbromo #เที่ยวต่างประเทศ #ภูเขาไฟ #โบรโม่ #คาวาอีเจียน #EastJava #IndonesiaTrip #KawahIjen #TumpakSewu #เที่ยวอินโดนีเซีย #BromoTrip #ต้องไปสักครั้ง #ihavetogoonce อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !