แม่กำปองหนึ่งในที่เที่ยวที่ไปแล้ว “คุ้มค่าความทรงจำ” เพราะที่นี่ไม่ได้ให้แค่รูปสวยลงโซเชียล แต่ให้ความรู้สึกดี ๆ กลับมาด้วย บรรยากาศเงียบ สงบ และเต็มไปด้วยสีเขียวของธรรมชาติ ทำให้ใจที่เหนื่อยล้าค่อย ๆ เบาลงแบบไม่รู้ตัว บางครั้งแค่ได้เปลี่ยนวิวจากตึกสูงมาเป็นภูเขา ก็ช่วยรีเฟรชชีวิตได้มากกว่าที่คิด หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาในจังหวัดเชียงใหม่ ช่วงหลังมานี้ฮอตมากในหมู่วัยรุ่นสายเที่ยว สายคาเฟ่ สายถ่ายรูป และสายพักใจ ที่นี่ไม่ได้มีแค่ธรรมชาติอย่างเดียว แต่มีฟีลอบอุ่นเหมือนได้กลับบ้าน บรรยากาศชิลมาก อากาศเย็นสบายเกือบทั้งปี ใครอยากหนีความวุ่นวายในเมือง แม่กำปองคือคำตอบแบบไม่ต้องคิดนาน การเดินทางไปแม่กำปองไม่ยากอย่างที่คิด จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เวลาประมาณ 1–1.30 ชั่วโมง จะขับรถส่วนตัวไป หรือถ้าคุณไม่มีรถส่วนตัวไม่ต้องกังวลไป ที่นี่ก็ยังมีให้เช่ารถ ทางขึ้นเขาอาจจะคดเคี้ยวนิดหน่อย แต่วิวระหว่างทางคือสวยจนลืมเหนื่อยเลย ยิ่งช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาว หมอกลอยเบา ๆ ฟีลเหมือนอยู่ในหนังเลยล่ะ บรรยากาศของแม่กำปองคือความสงบที่แท้จริง เสียงน้ำไหล เสียงลม เสียงนกร้อง คือซาวด์แทร็กของหมู่บ้านนี้เลย บ้านไม้เรียงกันดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์มาก ใครที่เครียดจากเรียนหรือจากการทำงาน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยสุด ๆ แค่ได้มาที่นี่แค่วันสองวันก็รู้สึกเหมือนได้รีเซ็ตชีวิตใหม่ ต้องมาให้ได้เลยนะ ธรรมชาติที่แม่กำปองคือสวยแบบไม่ปรุงแต่ง ธรรมชาติสุด ๆ มีทั้งป่าเขียว ๆ น้ำตกแม่กำปองที่เดินไปไม่ไกล และจุดชมวิวบนเขาที่มองลงมาเห็นหมู่บ้านทั้งหมู่บ้าน ตอนเช้าจะมีหมอกบาง ๆ ลอยผ่านบ้าน ฟีลตื่นมาแล้วใจละลาย ใครสายถ่ายรูปอย่าพลาดล่ะ ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย ไม่ต้องแต่งรูปก็ลงโซเชียลได้แบบสวย ๆ ที่พักที่แม่กำปองมีโฮมสเตย์และที่พักเล็ก ๆให้เลือกเยอะ ถ้าคุณรู้สึกยังดื่มด่ำกับบรรยากาศตอนกลางวันไม่พอ อยากรู้ว่าตอนกลางคืนคนที่นี่ใช้ชีวิตกันยังไง ไม่ต้องกังวลเลย มีที่พักสำหรับคุณ ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้หรือบ้านชาวบ้านที่เปิดให้นักท่องเที่ยวพัก บรรยากาศอบอุ่นเหมือนไปนอนบ้านญาติ บางที่มีระเบียงให้นั่งจิบกาแฟ มองลำธาร ฟังเสียงธรรมชาติ คือพักผ่อนจริง ไม่เร่ง ไม่รีบ เสน่ห์อีกอย่างของแม่กำปองคือการได้สัมผัสชีวิตชาวบ้าน คนที่นี่น่ารัก เป็นกันเองมาก และใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่าย ตอนเช้าจะเห็นชาวบ้านตื่นมาทำกับข้าว บ้างก็ออกไปทำสวน ได้เห็นวิถีชีวิตที่ไม่ต้องแข่งกับเวลา มันทำให้เราช้าลงและสบายใจขึ้นแบบไม่รู้ตัว เดินเล่นในหมู่บ้านเจอร้านอาหารข้างทางเพียบ ส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นบ้านง่าย ๆ เช่น ข้าวแกง อาหารเหนือ น้ำพริก ไข่เจียว ผักต้ม รสชาติคุ้นปาก ไม่หวือหวา แต่กินแล้วอุ่นใจ ราคาไม่แรง เหมาะกับวัยรุ่นงบประหยัด กินไปชมวิวไปคือฟินมาก หนึ่งในของกินที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ “ข้าวจี่” ของแม่กำปอง ข้าวเหนียวนุ่ม ๆ ปั้นเป็นก้อน ย่างบนเตาถ่าน แล้วทาไข่หอม ๆ กลิ่นคือเตะจมูกตั้งแต่ยังไม่ถึงร้าน กินตอนร้อน ๆ คู่กับอากาศเย็น ๆ คือฟีลดีมาก ใครมาแล้วไม่ลอง ถือว่ามาไม่ถึงจริง ๆ แค่ได้นั่งเฉย ๆ ก็รู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นแล้ว มีคาเฟ่น่ารัก ๆ อยู่ตามทางเดิน บางร้านตั้งอยู่ริมลำธาร บางร้านมองเห็นวิวเขา เหมาะกับการนั่งชิล อ่านหนังสือ หรือคุยกับเพื่อนแบบไม่ต้องรีบ แม่กำปองเป็นที่เที่ยวที่เหมาะกับคนที่อยากพักกาย พักใจ และชาร์จพลังให้ตัวเอง ที่นี่ไม่ได้มีความหวือหวา แต่มีความสุขแบบเรียบง่ายที่หาได้ยาก ถ้าอยากไปเที่ยวที่ไม่ต้องทำอะไรเยอะ แต่กลับมาพร้อมความสบายใจ แม่กำปองคือจุดหมายที่ควรไปสักครั้งในชีวิต บทสรุป : ทำไมต้องมาที่แม่กำปองให้ได้สักครั้งในชีวิต เพราะแม่กำปองเป็นที่ที่ทำให้เราได้หยุดใช้ชีวิตที่เร่งรีบ แล้วหันกลับมาฟังเสียงหัวใจตัวเองอีกครั้ง ที่นี่มีธรรมชาติสวย ๆ อากาศเย็น บรรยากาศเงียบสงบที่ช่วยฮีลใจได้อย่างดี ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่าย อบอุ่น เหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องแข่งขันกับใคร ความสุขเล็ก ๆ ที่จำไม่ลืม แค่ได้มาที่แม่กำปองสักครั้ง คุณจะเข้าใจว่าความสุขจริง ๆ บางทีมันก็แค่การได้อยู่นิ่ง ๆ กับธรรมชาติ แค่นั้นเลย รูปภาพทั้งหมดโดยครีเอเตอร์