ไปเที่ยวญี่ปุ่น เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนยกให้ที่นี่เป็นประเทศในฝัน หากมีโอกาสได้ไปต่างประเทศหลายคนเลือกที่นี่เป็นที่แรก และเราก็เช่นกัน ซึ่งเราไปกับทัวร์ ไปช่วงที่ซากุระบานในโตเกียวก็ประมาณเดือนเมษา ค่าทัวร์ถือว่าไม่แพงมากนักที่ไปเสียค่าใช้จ่ายสำหรับแพคเกททัวร์ประมาณ 25,000 (ราคาจำไม่แม่นแต่ไม่ใช่โปรแกรมทัวร์แพงแน่นอน ภาษาทัวร์เขาเรียกโปรไฟไหม้ ) แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเช่น ค่าทิปคนรถ ทัวร์เก็บประมาณ 1,000 ที่เหลือก็ค่ากิน ค่าช้อปปิ้ง ทัวร์ที่เราไปจะไม่มีมื้อเย็นให้ในวันอื่น ๆ นอกจากวันแรก อาหารเช้ามีครบทุกวัน อาหารกลางวันมีให้ ยกเว้นวันฟรีที่เราเที่ยวเอง สถานที่ที่ทัวร์พาไปก็ถือว่าเป็นไฮไลท์ทัวร์ไทยราคาสบายกระเป๋า เช่น ภูเขาไฟฟูจิ เที่ยวทะเลสาปมีล่องเรือโจรสลัด นิดหน่อย เที่ยวภูเขา OWAKUDANI กินไข่ดำ พักโรงแรมในเมืองอาตามิสำหรับคืนแรก ที่นี่บุฟเฟต์มื้อเย็นมีขาปูเป็นไฮไลท์ แล้วก็ไปเที่ยวตามที่ต่างเช่น พิพิธภัณฑ์แผ่นดินไหว ศาลเจ้าเมจิ วัดอาซากุซะ ชมวิวริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามโตเกียวสกายทรี ไปสวนสาธารณะอุเอโนะ ชมซากุระ ไปย่ายช้อปปิ้ง ฮาราจุกุ และ ชิบูย่า หลัก ๆ ก็ประมาณนี้กับทัวร์ 5 วัน 3 คืน ส่วนวันที่เหลือก็พักที่โรงแรมในเมือง นาริตะ ใกล้ ๆ สนามบิน ที่พักดีมากทั้งสองที่ ที่ทัวร์พาไปโรงแรมถือว่าดีในระดับหนึ่งเลย ราคาแพคเกจไม่แพง เที่ยวที่ละนิดละหน่อย ถามว่าคุ้มไหนมันก็ในระดับหนึ่งสำหรับเรา เพราะยังไม่เคยไป ถ้าให้ไปเองจริง ๆ ไม่ใช้บริการทัวร์ ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่านี้ แต่คราวหน้าคิดว่าจะไปกันเองแล้ว มันสนุกกว่าเวลาไม่จำกัดเที่ยวได้ตามอารมย์ สิ่งที่ประทับใจมันก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สภาพบ้านเมืองจากที่เราสังเกตุเห็น ผู้คนเป็นมิตรแม้ว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะคืนแรกหลังจากหมดกิจกรรมกับทัวร์ เราก็เดินออกมาเล่นรอบ ๆ โรงแรม (ในเมืองอาตามิ) ไปเข้าร้านปาจิงโกะ พนักงานก็โอเคมาก สอนให้ว่าเล่นแบบไหน คุยคนละภาษาแต่เข้าพยายามที่จะเข้าใจเรามาก ก็ลองเล่นไปนิด ๆ แต่ในร้านเขาไม่ให้ถ่ายรูปมา เมืองนี้ค่อนข้างสงบ มีร้านอาหารที่เปิดกลางคืน มีบาร์ แต่คนไม่พลุกพล่าน เราออกมาเดินประมาณ 2 ทุ่มรถไม่เยอะเลย เดินกันสบาย ๆ อากาศดี จุดข้ามถนนต่าง ๆ มีหลายจุด ร้านสะดวกซื้อก็มีหลายร้าน ของกินเยอะกว่าในบ้านเรา ราคาบางอย่างถูก บางอย่างแพง แต่อร่อยเพราะตลอด 5 วันที่ไปเที่ยวเข้าร้านสะดวกซื้อทุกวัน อาหารอร่อย ปริมาณ คุณภาพ สมราคา หากคิดเป็นเงินบ้านเราก็ 250-350 ราคาตามร้านทั่วไปเหมือนเราทานพวกร้าน ยาโยอิ ฮะจิบัง แต่ปริมาณ และรสชาดสมราคากว่า เพราะช่วงที่นอนโรงแรมในนาริตะ ใกล้ ๆ โรงแรมมีร้านสะดวกซื้อ มีร้านอาหารญี่ปุ่นคล้าย ๆ ยาโยอิ เราก็ออกไปกินกันทุกคืน เพราะติดใจรสชาดโดยเฉพาะข้าวแกงกะหรี่ ที่ต้องบอกว่าต้นตำรับจริง ๆ อร่อยเข้มข้นมาก แถมมีให้เลือก 3 ไซด์ เราเลือกเล็กสุดทานไปยังจุก เมนูอื่น ๆ ก็ถือว่าสมราคาจริง ๆ ส่วนขนมในร้านสะดวกซื้อ ไม่ว่าจะเป็น 7-11 , lowson เราเข้าสองร้านนี้ ราคาสมน้ำสมเนื้อกับค่าเงินบ้านเขาแต่เทียบบ้านราอาจจะดูแพงเช่น นมกล่องคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 30 บาทปริมาณไม่ต่างกันมาก แต่รสชาดต้องบอกว่าคุ้มกับที่จ่าย เพราะมันเข้มข้นจริง ๆ หรือ ไอศครีมตามตู้แช่ ตู้กด ก็รสชาดอร่อย ราคามีทั้งแพงและถูก หรือขนมอื่น ๆ ก็ราคาสมคุณภาพและความอร่อย เช่น ปลาทาโร่ชีตส์ , ชีตส์แท่ง , ชอคโกแลต เป็นต้น อะไรแปลก ๆ ที่ 7-11 บ้านเราไม่มี ซื้อชิมหมด (สายกินอย่างเดียว ) แต่น้ำเปล่าแพงขวดละ 30 บาท เราไม่ซื้อเลย ทัวร์แจกวันละ 2 ขวดทานหมดเก็บขวดไปกรอกน้ำที่ห้องพัก แช่ตู้เย็น วันต่อไปก็พกติดตัวไปด้วย คนในกรุ๊ปทัวร์หลาย ๆ คนก็ทำแบบนี้เหมือนกัน สถานที่เที่ยว จากที่ไปก็ถือว่าบรรยากาศโอเค แม้จะคนเยอะบ้างเพราะสวนอุเอโนะ ตอนเราไปตรงกับเทศกาลฮานามิพอดี ซากุระกำลังบานเต็มที่ คนแน่นมาก ชนิดที่ว่าหามุมถ่ายรูปลำบาก เพราะมีแต่คนเต็มไปหมด ส่วนภูเขาไฟฟูจิ เราไม่ได้ขึ้นเพราะวันที่ไป สภาพอากาศไม่ดี เจ้าหนัาที่ไม่ อนุญาตให้ขึ้นไปได้ เลยได้แต่ถ่ายรูปอยู่ด้านล่างตรงลานจอดรพ แต่ก็เดินเล่นแถว ๆ นั้นเล่นหิมะกันเพลินไป เพราะตอนไปยังมีหิมะอยู่บ้าง ส่วนวันฟรี ก็ได้มีโอกาสไปตลาดปลาเก่าแก่ในโตเกียวนั่นคือ ตลาดปลาสึกิจิ (Tsukiji) ตอนไปยังไม่ปิดก็ถือว่าโชคดีได้ไปเที่ยว ก็ไปทานซูชิ ราคาถือว่าคุ้มค่าและไม่แพงเท่าไหร่ (ไม่ได้ทานร้านดังที่ต้องต่อคิวยาว) พนักงานก็บริการดี ถ้าจำไม่ผิดมื้อนั้นรวม ๆ แล้วก็ 25,000 - 35,0000 เยนเพราะบ้านเราไปกัน 9 คนเฉลี่ยแล้วก็ถือว่าไม่แพง (ราคาอาจจำผิดพลาดขออภัยด้วย) ย่านช้อปปิ้ง ชิบูย่า ฮาราจุกุ ต้องไม่พลาด ก็ได้เดินช้อปเหมือนกันส่วนตัว ไม่ได้ซื้ออะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ เพราะของที่อยากได้จริงๆ ซื้อไม่ทัน มัวแต่ช่วยคนอื่นซื้อของก่อน หาซื้อของเล่นพวก ฟิกเกอร์กั้นดั้ม ไปซื้อที่ตึก Big Camera โชคดีมากเจอตอนลดราคา ฟิกเกอร์ไซด์เล็กคิดราคาไทยแค่ตัวละ 120 บาทก็ซื้อมาหลายตัว พนักงานบริการดีมาก ช่วยหาตัวที่อยากได้ แนะนำให้ ก็สื่อสารกันงู ๆ ปลา ๆ แต่สนุกดี ซื้อมาตั้งใจจต่อเก็บ แต่เด็ก ๆ เล่นกันพังหมด ส่วนตัวใหญ่สตาร์วอร์ ก็ซื้อมาตัวหนึ่งราคา 1200 บาทอันนี้ซื้อที่ดิวตี้ฟรีตอนจะกลับ แล้วก็ซื้อกล้องโพราลอยด์มาหนึ่งตัว ราคาก็ถูกกว่าบ้านเรา แถมฟิล์มให้อีก เราชอบการวางของขาย คือจะมีตัวอย่างโชว์ 1 ตัว แล้วจะมีป้ายเสียบไว้ ถ้าชิ้นไหนมีป้ายอยู่แสดงว่ามีของ เราก็หยิบป้ายไปให้ พนักงานก็จะหาของมาให้ ลองให้ดู บริการให้ทุกอย่าง โดบส่วนมากเราจะซื้อขนมซะมากกว่า เราไม่ค่อยซื้อของอื่นเท่าไหร่ เน้นกินอย่างเดียว แล้วก็มีแวะร้านรองเท้า โอนิซึกะ ขอบอกตรงนี้เลยว่า พนักงานที่เป็นคนไทย มารายาทแย่มาก (คนที่เราเจอ) เพราะคนที่ไปกับเรา เขาจะไปซื้อแต่เขาเลือกไม่ถูกว่าควรจะเอารุ่นไหน เขาก็เทียบเงินไทย ดูว่าคุ้มไหมถ้าซื้อ รุ่นไหนมีในไทยเขาก็ถามเพราะไม่อยากหิ้วกลับเนื่องจากราคาต่างกันไม่มาก พนักงานคนไทยเหมือนแบบไม่อยากบริการ ทั้ง ๆ ที่คนซื้อไม่ได้ถามพนักงาน เขาถามเรา แต่เหมือนเลือกนาน พนักงานทำหน้าเบื่อใส่ เราเลยเดินไปหาพนักงานญี่ปุ่นแทน ก็คุยภาษาอังกฤษ เราก็พอได้นิด ๆ หน่อย ๆ ซึ่งเขาโอเคมาก หาไซด์ หาสี หาเบอร์ มาให้ลอง คือไม่ว่าลูกค้าจะถามมาก หรือ ตัดสินใจนาน ถ้าเราเป็นคนให้บริการจะทำกริยาใส่ลูกค้าไม่ได้ แล้วร้าน โอนิซึกะ คนไทยที่ไปเที่ยว ส่วนใหญ่ก็แวะกันเขาถึงจ้างพนักงานคนไทย แต่เหมือนไม่อยากบริการคนชาติเดียวกัน ซึ่งเรามองว่าไม่ดีเลย จริง ๆ ก็มีเรื่องเล่าอีกเยอะ เพราะแต่ละวันเราก็ได้เจออะไรหลาย ๆ แบบที่ไม่เคยเห็นในบ้านเรา แม้ว่าจะไปกับทัวร์ก็ตาม อีกเรื่องที่ขอเล่าคือ นั่ง แท๊กซี่ญี่ปุ่น มหาโหดจริงๆ ราคาแพงเว่อร์มาก คือ วันฟรี คนที่บ้านเขาอยากไปแหล่งซื้อของแต่งรถ หลานชายก็ดูข้อมูลมา เซฟรูปสถานที่ เซฟรูปเส้นทางการเดินทางมา แต่เราบอกให้นั่งรถไฟไปมันไปง่าย สถานนีอยู่ใกล้ตรงตึกที่จะไปพอดี แต่ด้วยความที่คนอื่นนอยด์กลัวหลง เลือกนั่งแท๊กซี่ขอกบอกเลยว่า อย่าคิดได้นั่งเลย ระยะเวลาประมาณ 30-40 นาที ค่าแท๊กซี่คิดเป็นเงินไทยขาไปโดนไป เกือบสองพัน ขนาดรถไม่ติดนะ ตรงที่ไปเขาเรียก Rico land เรานั่งจากหน้าตลาปลา Tsukiji น้่งชมวิวเพลิน ๆ ตรงจุดที่จะไปต้องข้ามสะพานสีรุ้งไปอีกฝั่ง ไปถึงก็เจอแหล่งของแต่งรถยนต์ มอเตอร์ไซด์ ร้านใหญ่พอสมควร ได้เจอคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง เขาเคยมาอยู่ไทย พูดไทยได้ก็คุยกันพักหนึ่ง ขากลับแกยังบอกนั่งรถไฟไได้นะ เพราะเราจะไป ชิบูย่า นัดกับคนอื่น ๆ ไว้แต่เหมือนเคยคือ คนอื่นกลัวหลง เราก็นะแอบเสียดายมาถึงแล้วไม่ได้ขึ้นรถไฟบ้านเขา ก็โดนค่าแท๊กซี่ขากลับไปจุดนัดพบแพงกว่าตอนแรก เพราะดันเจอรถติด มิเตอร์ก็ขึ้นไปตามระเบียบ แล้วขากลับเป็นอะไรที่หารถยากมาก รถแท๊กซี่แทบไม่มีผ่าน ได้แต่ยืนมองสถานีรถไฟตาปริบ ๆ คิดในใจถ้าขึ้นรถไฟคงได้ไปถึงแล้ว ถ้าใครอยากไปเที่ยวสักครั้ง ลองไปกับทัวร์ดูก็ไม่เสียหายอะไร เลือกแพคเกจที่คิดว่าคุ้ม ราคาไม่แพงเกินไป กับการไปเที่ยวครั้งแรก ก็น่าสนใจนะคะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องจองที่พัก เรื่องค่าเดินทางไปเที่ยวจุดต่าง ๆ หรือหากคิดว่าไปเองได้ไปเลยค่ะ เที่ยวสนุกในแบบคุณเอง อาหารหาทานได้สะดวกมีถูกมีแพงอยู่ที่เราเลือก แต่คุณภาพคุ้มเงินที่จ่าย แต่แอบเสียดายตรงที่ตั้งใจไปซื้อของที่ร้าน Johnny's Shop ที่ฮาราจุกุ หลังจากพาคนอื่น ๆ ซื้อของแล้ว เราก็เดินหาร้านถามทางไกค์ไว้ กับโหลดแผนที่ไป ยังไม่ทันจะได้เข้า ไกด์ตามกลับบอกหมดเวลาแล้ว เป็นอันเซ็งสุด ๆ จะไปพา ผู้บ่าวกลับบ้าน ร้าน 100 yen ก็ไม่ได้เข้า ร้านดองกี้ ก็ไม่ได้เข้า เพราะตอนไปทั้ง ชิบูย่า ฮาราจุกุ พาคนอื่นซื้อของแต่ตัวเองอด สุดท้ายก็มาช้อปของกิน 7-11 แทนเพื่อระบายความแค้น ทุกรูปเรากับหลานถ่ายเองด้วยโทรศัพท์มือถือเคยลงในเฟสและไอจีกันไปบ้าง