ในวันที่ความเหนื่อยล้าจากเมืองกรุงมันรุมเร้า จนอยากจะหนีไปพักใจที่ไหนสักแห่งแต่ก็มีเวลาแค่ประเดี๋ยวเดียว "คนเหงา" อย่างเราจะไปไหนได้? วันนี้เราจะพาทุกคนไปสโลว์ไลฟ์ ฮีลใจเสพงานศิลป์กันที่ "ชุมชนคลองบางหลวง" ย่านเก่าแก่ฝั่งธนบุรีที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอดีต ขอบอกเลยว่าทริปนี้ตอบโจทย์คนไม่มีรถสุด ๆ เพราะเราจะพานั่งรถไฟฟ้าไปกันแบบชิล ๆ ตามคำขวัญประจำทริปนี้เลยว่า "หนีเมืองกรุงไปปรุงงานศิลป์: เที่ยวคลองบางหลวง One Day Trip สไตล์คนเหงา นั่ง MRT ก็ถึง!" สำหรับการเดินทางมาเที่ยวคลองบางหลวงในยุคนี้สะดวกสบายกว่าแต่ก่อนมาก (ตอบโจทย์คนเหงาที่ไม่อยากขับรถหลงทางคนเดียวสุด ๆ) เพียงแค่นั่งรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน มาลงที่ สถานีบางไผ่ แล้วเลือกออกทางออกที่ 4 จากนั้นเลี้ยวเข้าซอยเพชรเกษม 20 คุณสามารถเลือกได้ว่าจะเดินรับลมชิล ๆ เข้าไปประมาณ 800 เมตร หรือจะเรียกพี่วินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอย (ค่ารถประมาณ 10-15 บาท) บึ่งตรงเข้าสู่ตัวชุมชนได้เลยทันที ทันทีที่ก้าวพ้นจากถนนใหญ่เข้ามาในชุมชน ความรู้สึกก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเสียงรถที่จอแจ กลายเป็นเสียงลม เสียงนก และเสียงเรือที่แล่นผ่านคลองเป็นระยะ บรรยากาศรอบตัวดูนิ่งและช้าลงอย่างน่าแปลกใจ เหมือนเวลาเดินช้ากว่าปกติ ทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯ คลองบางหลวง หรือคลองบางกอกใหญ่ เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี เคยเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันยังคงรักษาเสน่ห์ของบ้านไม้โบราณริมคลองเอาไว้ได้เป็นอย่างดี บ้านหลายหลังมีอายุกว่าร้อยปี แต่ยังคงมีผู้คนอาศัยอยู่จริง จึงไม่ใช่เพียงพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อการท่องเที่ยว แต่เป็นชุมชนที่ยังมีชีวิต มีผู้คน มีเรื่องราว และมีวิถีชีวิตที่ดำเนินต่อไปในทุกวัน เสน่ห์ของคลองบางหลวงไม่ได้อยู่ที่การมาเช็กอินให้ครบทุกจุด แต่คือการเดินเล่นแบบไม่รีบร้อน แวะมองบ้านไม้เก่า ถ่ายรูปสะพานเล็ก ๆ ริมคลอง หยุดดูเรือที่แล่นผ่าน หรือแม้แต่การนั่งเฉย ๆ แล้วปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่าน ก็เป็นความสุขที่หาได้ยากจากชีวิตประจำวัน ระหว่างทางจะมีร้านกาแฟเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่หลายร้าน แต่ละร้านตกแต่งด้วยสไตล์ที่แตกต่างกัน บางร้านเต็มไปด้วยหนังสือเก่า ภาพวาด และของสะสมจากเจ้าของร้าน บางร้านเปิดระเบียงให้นั่งชมวิวคลองแบบใกล้ชิด จะสั่งกาแฟ ชาไทย หรือเครื่องดื่มเย็น ๆ สักแก้ว แล้วนั่งปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปอย่างช้า ๆ ก็ถือเป็นการพักผ่อนที่คุ้มค่าไม่น้อย นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ยังมีร้านขายขนมไทยสูตรโบราณ ขนมครก ขนมตาล ขนมใส่ไส้ และของกินเล่นอีกหลายอย่าง ราคาไม่แพง แถมยังได้อุดหนุนชาวบ้านในชุมชนโดยตรงอีกด้วย หรือหากวันไหนโชคดีอาจจะได้ลิ้มรสก๋วยเตี๋ยว ร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่คลองบางหลวงมานาน ที่คนในชุมชนให้ฉายาว่า " ร้านก๋วยเตี๋ยวหยุดบ่อย " Chida Guide ขอรับรองเลยว่าอร่อยจริงแน่นอน แต่เสียดายวันนี้ร้านหยุด และอีกหนึ่งร้านที่อยากแนะนำ คือ ร้านก๋วยจั๊บ ตั้งอยู่ริมคลองบางหลวง ตรงเชิงสะพานข้ามคลองพอดี แค่เดินผ่านกลิ่นเครื่องเทศก็ลอยมาเตะจมูก ชวนให้ต้องแวะทันที บ้านศิลปิน...หัวใจของคลองบางหลวง จุดหมายสำคัญที่หลายคนตั้งใจมาเยือนคือ บ้านศิลปิน คลองบางหลวง บ้านไม้โบราณอายุกว่าร้อยปีที่ถูกปรับให้กลายเป็นพื้นที่รวมงานศิลปะและกิจกรรมสร้างสรรค์ ภายในยังคงโครงสร้างบ้านแบบดั้งเดิม ทั้งพื้นไม้ เสาไม้ และระเบียงริมน้ำ ทำให้ทุกมุมเต็มไปด้วยเสน่ห์ของวันวาน ภายในบ้านศิลปินมีทั้งภาพวาด งานหัตถกรรม งานเซรามิก งานประดิษฐ์ รวมถึงผลงานของศิลปินท้องถิ่นหมุนเวียนมาจัดแสดงอยู่ตลอด หากใครชื่นชอบงานศิลป์ รับรองว่าเดินชมได้เพลินโดยไม่รู้ตัว แต่สิ่งที่ทำให้เราหยุดอยู่ที่นี่นานกว่าที่ตั้งใจ ไม่ใช่เพียงการชมงานศิลปะ หากเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ทำให้ลืมเวลาไปเสียสนิท กิจกรรมร้อยลูกปัด...ความสุขง่าย ๆ ที่ทำให้ลืมเวลา ก่อนมาเที่ยว เราไม่คิดเลยว่าการ ร้อยลูกปัด จะกลายเป็นไฮไลต์ของทั้งทริป เมื่อเดินเข้ามาในร้านเล็ก ๆ ภายในบ้านไม้ จะพบโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่เรียงรายไปด้วยช่องลูกปัดหลากหลายสีสัน ทั้งสีพาสเทล สีสดใส สีใสประกาย ไปจนถึงลูกปัดรูปหัวใจ รูปดอกไม้ รูปดาว ตัวอักษร และลูกปัดแฟนซีอีกนับร้อยแบบ วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบจนเลือกแทบไม่ถูก ตอนแรกตั้งใจว่าจะนั่งทำเล่น ๆ แค่สิบห้านาที แต่พอเริ่มเลือกสี เลือกแบบ และค่อย ๆ ร้อยทีละเม็ด กลับรู้ตัวอีกทีว่าเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงโดยไม่ทันสังเกต ความสนุกของกิจกรรมนี้ไม่ได้อยู่ที่ความยากหรือความสวยงามของผลงาน แต่อยู่ที่การได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่มีเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ ไม่มีงานให้รีบทำ ไม่มีใครเร่งรีบ มีเพียงเสียงพูดคุยเบา ๆ ของนักท่องเที่ยว เสียงลมพัดผ่านบ้านไม้ และลูกปัดหลากสีที่ค่อย ๆ เรียงร้อยออกมาเป็นกำไลหรือพวงกุญแจชิ้นเล็ก ๆ ที่มีชิ้นเดียวในโลก แม้จะไม่ใช่คนที่มีพื้นฐานด้านงานฝีมือ ก็สามารถทำได้อย่างสบาย เพราะเจ้าของร้านคอยแนะนำอย่างเป็นกันเอง สามารถเลือกสี เลือกลวดลาย และออกแบบได้ตามใจชอบ สำหรับใครที่มาเที่ยวคนเดียว กิจกรรมนี้ถือว่าเหมาะมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง ได้ใช้สมาธิ และรู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนใครมาเป็นคู่หรือมากับครอบครัว ก็สามารถนั่งร้อยลูกปัดด้วยกัน กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ ที่ได้สร้างร่วมกัน ที่สำคัญ ผลงานที่ทำเสร็จยังสามารถนำกลับบ้านเป็นของที่ระลึกได้อีกด้วย ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาดู ก็จะนึกถึงวันสบาย ๆ ริมคลองบางหลวงในทันที ราคาการร้อยลูกปัด เริ่มต้นที่ 100 บาท นั่งมองคลอง...แล้วปล่อยใจให้ว่าง หลังจากใช้เวลาอยู่กับงานศิลปะและการร้อยลูกปัด ลองเดินออกไปนั่งที่ระเบียงไม้ริมคลอง มองเรือที่แล่นผ่านช้า ๆ รับลมเย็นที่พัดมาตลอดทั้งวัน หลายครั้งเราใช้ชีวิตเร็วเกินไป จนลืมว่าการได้นั่งเฉย ๆ โดยไม่ต้องทำอะไร ก็เป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง ที่นี่ไม่มีเสียงเร่งรีบ ไม่มีห้างสรรพสินค้า ไม่มีตึกสูง มีเพียงบ้านไม้เก่า ผู้คนที่ยิ้มให้กัน และสายน้ำที่ไหลไปอย่างไม่เร่งร้อน เมื่อก่อนช่วงวันเสาร์และอาทิตย์จะมีการแสดงหุ่นละครเล็กคลองบางหลวงด้วยนะคะ แต่ช่วงนี้จัดแบบ Private Group ต้องจองล่วงหน้า อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ศิลปะการแสดงไทยที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน นักแสดงเชิดหุ่นด้วยความพร้อมเพรียง ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านดนตรีและท่าทางที่อ่อนช้อย แม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่ก็สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทุกวัย มุมถ่ายรูปที่ไม่ต้องแต่งเยอะก็สวย อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คลองบางหลวงเป็นที่ชื่นชอบของสายถ่ายภาพ คือทุกมุมมีเสน่ห์ในแบบธรรมชาติ บ้านไม้เก่า หน้าต่างบานเฟี้ยม สะพานไม้เล็ก ๆ เงาสะท้อนบนผิวน้ำ หรือแม้แต่กระถางต้นไม้หน้าบ้าน ก็สามารถกลายเป็นองค์ประกอบของภาพสวย ๆ ได้โดยไม่ต้องจัดฉาก ช่วงเวลาที่แสงสวยที่สุดคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงแดดจะส่องผ่านต้นไม้ลงมายังผืนน้ำ ทำให้ภาพที่ได้มีโทนอบอุ่น ดูละมุน และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวันเก่า ๆ ของอร่อยที่ไม่ควรพลาด เดินเที่ยวจนเริ่มหิว สามารถแวะร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว หรือร้านกาแฟในชุมชนได้หลายร้าน ราคาไม่แพง และยังคงรสชาติแบบโฮมเมดที่หากินได้ยากในเมืองใหญ่ ที่นี่มีผัดไทยอร่อยทุกร้าน ถ้ามาเสาร์ อาทิตย์ บางร้านจะแน่นมาก อย่าลืมปิดท้ายด้วยขนมไทยหรือไอศกรีมโบราณสักถ้วย ก่อนเดินเล่นต่ออีกสักรอบ รับรองว่าเป็นมื้อเล็ก ๆ ที่เติมเต็มวันได้อย่างลงตัว ของฝากที่ห้ามพลาด...กระยาสารทโบราณ หอม หวาน มัน ทำสดใหม่ทุกวัน ก่อนเดินทางกลับ อย่าเพิ่งรีบขึ้น MRT เพราะยังมีอีกหนึ่งของดีประจำชุมชนที่ไม่อยากให้พลาด นั่นก็คือ "กระยาสารทโบราณ" ขนมไทยที่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ แต่หาแบบทำสด ๆ รับประทานได้ไม่ง่ายนักในปัจจุบัน ความพิเศษของกระยาสารทที่คลองบางหลวง คือยังคงใช้กรรมวิธีแบบดั้งเดิม เริ่มตั้งแต่การเคี่ยวน้ำตาลและกะทิด้วยไฟอ่อนจนได้ความเหนียวกำลังดี ก่อนนำมาคลุกเคล้ากับข้าวตอก ถั่วลิสง งาขาว และส่วนผสมต่าง ๆ ที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ทุกขั้นตอนทำกันสด ๆ ภายในร้าน ส่งกลิ่นหอมหวานลอยออกมาจนอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปดู เพียงได้เห็นจังหวะการกวนกระยาสารทอย่างต่อเนื่อง ก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจและความประณีตของคนทำ เพราะขนมชนิดนี้ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์และจังหวะที่พอดี หากกวนไม่นานพอ ขนมจะไม่เหนียว แต่หากกวนนานเกินไปก็จะแข็งจนเสียรสสัมผัส เมื่อได้ชิมคำแรก จะสัมผัสได้ถึงความหอมของงาคั่วและถั่วลิสงที่เข้ากันอย่างลงตัว รสหวานกำลังพอดี ไม่หวานจัดจนกลบรสวัตถุดิบ เนื้อกระยาสารทเหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน แตกต่างจากแบบที่ผลิตในโรงงานอย่างชัดเจน นอกจากจะซื้อไว้รับประทานเองแล้ว กระยาสารทโบราณยังเหมาะสำหรับซื้อกลับไปเป็นของฝาก เพราะเป็นขนมไทยที่สะท้อนภูมิปัญญาและรสชาติแบบดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการอุดหนุนร้านเล็ก ๆ ของคนในชุมชน ช่วยส่งต่อรายได้กลับสู่ท้องถิ่นอีกด้วย ราคาไม่แพง แบบแผ่นเล็ก 30 บาท และแบบแผ่นใหญ่ 50 บาท บางครั้งของฝากที่ดีที่สุด ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นของราคาแพง แต่เป็นของที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ความตั้งใจ และรสชาติที่ทำให้ผู้รับสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของสถานที่ที่เราเพิ่งเดินทางไปเยือน ซึ่งกระยาสารทโบราณแห่งคลองบางหลวงก็เป็นหนึ่งในของฝากแบบนั้นอย่างแท้จริง One Day Trip ที่ได้มากกว่าการเที่ยว สิ่งที่เราชอบที่สุดของคลองบางหลวง คือการที่ที่นี่ไม่ได้พยายามเปลี่ยนตัวเองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามวิถีของชุมชน ผู้คนยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม นักท่องเที่ยวเป็นเพียงแขกที่แวะเข้ามาเรียนรู้และชื่นชมความเรียบง่าย บางทีความสุขอาจไม่ได้อยู่ที่การเดินทางไกล ไม่จำเป็นต้องขึ้นเขาหรือไปทะเล แค่ได้เดินช้า ๆ ในชุมชนเก่า จิบกาแฟ ร้อยลูกปัด พูดคุยกับคนในพื้นที่ และปล่อยใจให้ว่างเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็ช่วยเติมพลังให้กับชีวิตได้มากกว่าที่คิด สำหรับคนที่กำลังรู้สึกเหนื่อยล้า หรืออยากหาเวลาพักจากความวุ่นวายของเมือง คลองบางหลวงคือจุดหมายที่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะเดินทางง่าย ใช้งบไม่มาก และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ทำให้หัวใจอบอุ่น บางครั้งการฮีลใจ ก็อาจอยู่ห่างจากเราเพียงไม่กี่สถานีรถไฟฟ้าเท่านั้น พิกัด : https://maps.app.goo.gl/HUAthjiidz39VZyr6 ข้อมูลการเดินทาง สถานที่: ชุมชนคลองบางหลวง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร การเดินทาง: MRT สายสีน้ำเงิน ลงสถานีบางไผ่ ทางออก 4 เดินประมาณ 800 เมตร หรือใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ 15 บาท ระยะเวลาแนะนำ: 4–6 ชั่วโมง งบประมาณ: ประมาณ 400-500 บาทต่อคน เหมาะสำหรับ: คนชอบถ่ายภาพ สายคาเฟ่ คนรักงานศิลปะ ครอบครัว คู่รัก และนักท่องเที่ยวที่อยากออกมาเที่ยวคนเดียว เรื่องและภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน Chida Guide อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !