หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ แต่เบื่อการเดินห้างแบบเดิมๆ อยากหาโลเคชั่นถ่ายรูปปังๆ ที่ให้ฟีลเหมือนได้วาร์ปไปต่างประเทศ Harajuku Thailand(ฮาราจูกุไทยแลนด์)ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด!เพราะที่นี่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมดาครับ แต่คือการเนรมิตหมู่บ้านญี่ปุ่นย้อนยุคในสมัยเอโดะ ที่รวมเอาเสน่ห์ของญี่ปุ่นไว้แบบครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการการแวะขอพรที่ศาลเจ้า หรือจะนั่งพักเหนื่อยในคาเฟ่จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ดูผู้คนเดินผ่านไปมาในบรรยากาศย้อนยุค เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับมาพักผ่อนกับคนพิเศษในวันหยุดมากเลยครับ ที่ฮาราจูกุไทยแลนด์นั้น ถูกออกแบบมาให้เป็นสวรรค์ของคนที่ชอบการถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมบ้านไม้ญี่ปุ่นย้อนยุค สะพานไม้ข้ามคลอง หรือโคมไฟกระดาษยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญ และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศมากขึ้น ที่นี่เขาก็มีบริการเช่าชุดกิโมโนและยูคาทะให้เราได้ใส่เดิน เพื่อให้เข้ากับสถานที่ด้วย บอกได้เลยว่าเพียงแค่เดินเล่นเพียงแค่ไม่กี่ก้าว ก็จะได้รูปสวยๆไปอัปลงโซเชียลกันจนเลือกไม่ถูกกันเลยครับ และเริ่มด้วยจุดแรกที่ทุกคนต้องแวะมาถ่ายรูปให้ได้ คือ โคมไฟกระดาษสีแดงยักษ์ ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าครับ โดยมุมนี้จะให้ฟีลเหมือนเรากำลังก้าวเข้าสู่ในช่วงเทศกาลรื่นเริงที่ญี่ปุ่นเลยครับ และถ้าใครเพิ่งไปเช่าชุดกิโมโนและยูคาทะมา ผมแนะนำให้มาโพสท่าถ่ายรูปตรงนี้เลยครับ ต่อมาจุดที่ที่สองที่ผมแนะนำให้มาถ่ายครับ คือ ตรงภูเขาไฟฟูจิจำลองครับ แม้ว่าจะเป็นแค่ภูเขาฟูจิจำลอง แต่ทางฮาราจูกุไทยแลนด์ก็ออกแบบได้สมจริง และสวยงามมากเลยครับ และบริเวณรอบๆ ภูเขาไฟฟูจิจำลอง ก็ยังถูกล้อมรอบด้วยต้นซากุระเทียมสีชมพู ทำให้บรรยากาศดูเหมือนฤดูใบไม้พลิที่ญี่ปุ่นเลยครับ ไม่ว่ามาตอนไหนก็จะได้รูปสวยกลับไปแน่นอนครับ และข้างๆก็ยังมี ก็อตซิลล่า ตั้งอยู่ครับ สำหรับใครที่เป็นซี่รีย์ก็อตซิลล่าก็คงชอบมากเลยครับ และจุดสุดท้ายที่ผมแนะนำให้มาถ่ายครับ คือ ศาลเจ้าจำลองครับ ยิ่งถ้าใครมาตอนกลางคืนแบบผม ก็จะได้เห็นความสวยงามของสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นที่ถูกประดับด้วยไฟสีนวลตา ทำให้บรรยากาศดูขรึมและศักดิ์สิทธิ์ เหมาะสำหรับการถ่ายรูปมากเลยครับ หลังจากเดินถ่ายรูปจนเหนื่อยแล้ว ก็ถึงเวลาไปเติมพลังกับ โซนอาหารและสตรีทฟู้ด ที่มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ขนมญี่ปุ่นทานเล่นอย่างทาโกยากิร้อนๆ ไปจนถึงคาเฟ่ที่ตกแต่งร้านได้น่านั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ และมองดูผู้คนเดินผ่านไปมาในบรรยากาศย้อนยุค เป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่ดีสุดๆ นอกจากโซนอาหารและสตรีทฟู๊ด ก็ยังมีโซนกิจกรรมที่ให้ร่วมสนุกอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น ตู้คีบมนุษย์ ชิงช้าซากุระ รถไฟจิ๋ว หรือโรยตัวจากหอคอย รวมไปถึงกิจกรรมอย่างการเขียนแผ่นไม้ขอพรที่ศาลเจ้าจำลอง หรือจะไปให้อาหารสัตว์ ใน Mini Zoo ก็ได้ ซึ่งปกติถ้าเราจะเข้าโซนนี้เราต้องเสียค่าเข้า 20 บาท ครับ และหลังจากสนุกกับน้องๆ ใน Mini Zoo แล้ว ก็ยังมี โซนของฝาก โดยในโซนนี้ ได้รวบรวมสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นไว้ให้เราได้เลือกช้อปกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ขนมนำเข้านานาชนิด เครื่องรางนำโชคดีไซน์น่ารัก หรือของที่ระลึกจุกจิกที่เห็นแล้วต้องอยากซื้อเก็บไว้ นอกจากนี้ ยังมีสินค้าแฮนด์เมด ที่เหมาะสำหรับซื้อไปฝากคนสำหรับพิเศษ เพื่อเป็นของที่ระลึกที่เราเคยได้มาเที่ยวที่นี่ครับ และวิธีเดินทางจากลาดกระบังไปฮาราจูกุไทยแลนด์นะครับ สำหรีบคนที่ไม่รถส่วนนะครับ ก็ให้เรามารอที่หน้าซอยจินดา หรือเส้นทาง รถเมย์สาย 1-47(143) ผ่านนะครับ ซึ่งรถเมย์สายนี้เดินทางไปที่สถานีรถไฟฟ้ามีนบุรีครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อมาถึงแล้ว ให้เราเดินไปที่อู่รถเมย์ เพื่อไปขึ้นรถเมย์สาย 1-61 นะครับ ซึ่งรถเมย์สายจะผ่านฮาราจูกุไทยแลนด์ครับ ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที ครับ เวลาเดินทางกลับก็ขึ้นรถเมย์สายเดิมได้เลยครับ ฮาราจูกุไทยแลนด์ ตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุวินทวงศ์ 110 (ใกล้กับสถานีตำรวจนครบาลสุวินทวงศ์) และโดยมีเวลาเปิด-ปิดดังนี้ครับ : • จันทร์-พฤหัสบดี: 10:30-21:00 น. • ศุกร์-อาทิตย์ : 10:00-22:00 น. โดยรวมแล้วที่ฮาราจูกุไทยแลนด์มีกิจกรรมทำให้เยอะครับ และก็มีจุดสวยๆให้ถ่ายรูปด้วย สำหรับใครที่เดินห้างจนเบื่อแล้ว หรือไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ผมแนะนำให้มาเปลี่ยนบรรยากาศที่ฮาราจูกุไทยแลนด์ครับ คุณจะติดใจแน่นอน! รูปภาพทั้งหมดโดย Natthaphat (ผู้เขียน) อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !