"เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม เลิศล้ำเมืองกีฬา" บุรีรัมย์ 1 ใน 12 เมืองต้องห้ามพลาดที่จะมาเยือนสักครั้ง เพราะด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่เจริญขึ้นอย่างมากมายใน 10 ปีให้หลังมานี้ ด้วยความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคประชาชน การที่ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว ที่ใกล็หมู่บ้านหรือชุมชนตัวเองให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น การที่ชาวบ้านได้เข้ามาพัฒนาที่ท่องเที่ยวนี้ ทำให้ชาวบ้านได้รับผลประโยชน์บางส่วนจากการท่องเที่ยวด้วย เช่นการขายของฝากที่ได้จากผลิตภัณฑ์ภายในชุมชน เป็นต้น ดังนั้นวันนี้ ผมจึงจะพาทุกคนไปชมสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งสถานที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีความอุสมบูรณ์ทางธรรมชาติ สิ่งศักสิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และผลิตภัณฑ์จากชุมชนรอบข้าง ซึ่งที่กล่าวมานั้นจะเป็นที่ไหนไม่ได้เลย นอกจาก "วนอุทยานเขากระโดง" วนอุทยานเขากระโดง ถูกบูรณาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบจากเมื่อก่อน เมื่อ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนชาวบ้าวโคกใหญ่ หมู่ 13 ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่วนอุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ วนอุทยานแห่งนี้ก็จะมีจุดเด่นหลักอยู่คือ บันไดนาคราช บันไดที่ไปถึงบนยอดเขามีทั้งหมด 297 ขั้น เชื่อกันว่าถ้าเดินขึ้นไปจะได้โชคได้ลาภ (ผมก็เป็นอีกคนที่ไม่พลาดที่จะเดินขึ้นไป แต่ก็จะเหนื่อยหน่อยๆ) 2 ฝั่งบันไดก็จะพบกับธรรมชาติที่สวยงาม ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจีตลอดทั้งปีเลยครับ นอกจากบันไดนาคราชแล้วก็จะมี ปากปล่องภูเขาไฟ ผลิตภัณฑ์สินค้าชาวบ้าน และองค์พระขนาดใหญ่บนยอดเขา เพื่อไม่ให้เป็นการรอช้างั้นเราไปชมกันเลยครับ เมื่อเราเดินขึ้นไปถึงบนยอดเขาก็จะเจอกับองค์พระขนาดใหญ่ องค์พระนี้คือ พระสุภัทรบพิตร พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ครับ ผมอ่านจากป้ายประวัติมาคร่าวๆ เขาบอกว่า องค์พระนี้ถูกสร้างโดยเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดพระพุทธบาทเขากระโดงตอนปี พ.ศ. 2521 เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ครับ ทุกปีในเดือนธันวาคมจะมีพิธีขึ้นเขา เพื่อเปลี่ยนผ้าอังสะ องค์พระสุภัทรบพิตรครับ ตอนผมไปจะมีร้านดอกไม้ธูปเทียนให้บูชาอยู่ข้าง ๆ ครับ ถ้าใครไปก็อย่าลืมไปไหว้พระกันนะครับ เพื่อความเป็นศิริมงคลให้กับชีวิต ผมก็ไม่พลาดที่กราบไหว้ขอพรเช่นกันครับ เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ด้านหลังองค์พระจะมีทางลงไปชมปากปล่องภูเขาไฟที่มี่สะพานแขวนขนาดใหญ่ เพื่อให้เดินผ่านปากปล่องภูเขาไฟไปอีกฝั่ง ปากปล่องภูเขาไฟนี้อายุประมาณ 900,000 ปีครับ ตอนผมอ่านป้ายเสร็จผมรู้อึ้งมากเลยครับ เพราะถือเป็นสถานที่ประวัติการเกิดมนุษย์เลยก็ว่าได้ครับ สะพานแขวนแห่งนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปมากครับ ด้วยวิวข้างหลังเป็นธรรมชาติป่าไม้สวยงาม ถือว่าเป็นแบล็กกราวรูปภาพได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ เมื่อเที่ยวจนเต็มอิ่มแล้ว ใครที่ไปก็อย่าลืมแวะไปอุดหนุนผลิตภัณฑ์สินค้าจากชาวบ้านด้วยนะครับ จะขายอยู่บริเวณที่จอดรถทางขึ้นวนอุทยาน สินค้าที่ขายก็จะมีตั้งแต่ ผ้าภูอัคณี ผ้าที่ยอมจากดินภูเขาไฟ ผ้าซิ่นตีนแดงเป็นลายผ้าไหมเอกลักษณ์ของชาวบุรีรัมย์ ผ้าไหมผ้าฝ้ายลายต่าง ๆ และเครื่องจักสานหลายชนิด สินค้าทุกอย่างเป็นงานแฮนด์เมดจากชาวบ้านครับ ถือว่าเป็นงานฝีมือที่สวยและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลยทีเดียวครับ สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวชมภูเขาไฟ ไหว้พระศักสิทธิ์ประจำเมือง และช้อปสินค้าแฮนด์เมนจากชาวบ้าน ก็สามารถไปได้นะครับที่ วนอุทยานเขากระโดง ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00-18:00 น. ไม่มีอัตราค่าเข้าชมครับ ถ้าใครไปเที่ยวแล้วก็นำประสบการณ์ดีๆ ที่ไปเที่ยวมาแชร์กันได้นะครับ...