สวัสดีครับเพื่อนๆ ใครที่กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงาน อยากหาที่ "ฮีลใจ" แบบไม่ต้องลางานยาวๆ วันนี้ผมมีทริป กาญจนบุรี 3 วัน 2 คืน มาฝากครับ ทริปนี้เน้นพักผ่อน กินของอร่อย ขี่มอเตอร์ไซค์รับลม และนอนแช่อ่างดูวิวภูเขา บอกเลยว่าชาร์จแบตเต็ม 100% แน่นอน ตามไปดูกันเลยครับว่าทริปนี้เราไปไหนกันบ้าง 🗓️ DAY 1 : มุ่งหน้าสู่เมืองกาญจน์ – น้ำตกใสไหลเย็น – หมูกระทะริมเขา 09.00 น. ออกเดินทาง เราเริ่มต้นกันที่ สถานีขนส่งหมอชิต 2 ครับ จองรถรอบ 09.00 น. นั่งหลับเพลินๆ แอร์เย็นๆ ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ประมาณ 11.50 น. เราก็มาถึงขนส่งกาญจนบุรีครับ 12.00 น. เช่ารถคู่ใจ มาถึงปุ๊บ สิ่งแรกคือหารถเช่าครับ เราใช้บริการร้าน "ต่อรถเช่า" ร้านนี้ดีมากครับ พี่เจ้าของมารับเราจากขนส่งไปที่หน้าร้านเลย ค่าเช่า: เริ่มต้น 300-400 บาท/วัน (แล้วแต่รุ่น) (โทร 097-093-7788) หรือ Facebook: ต่อมอเตอร์ไซค์ให้เช่ากาญจนบุรี เอกสาร: ใช้แค่ บัตรประชาชนใบเดียว จบ! ง่ายและสะดวกมาก 12.30 น. มื้อแรกที่ "ครัวชุกโดน" กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราแวะกินข้าวเที่ยงที่ร้าน ครัวชุกโดน ร้านนี้อยู่ติดแม่น้ำเลยครับ บรรยากาศดีมาก ความอร่อย: ให้ 10/10 ไม่หัก! ราคาไม่แพง เมนูห้ามพลาด: "ปลาเห็ดโคนทอด" คือจึ้งมาก! กรอบอร่อย กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ คือฟินที่สุด 13.30 น. แว้นมอเตอร์ไซค์ไปที่พัก & น้ำตก ช่วงบ่ายเราเดินทางไปโซนเอราวัณครับ ระยะทางค่อนข้างไกลประมาณ 70-80 กิโลเมตร และทางเป็นเขา (ใครขี่มอเตอร์ไซค์ต้องเผื่อเวลาและขับขี่ระมัดระวังนะครับ) เราเข้าเช็คอินที่ "บ้านสวนซอย 9 โฮมสเตย์กะเหรี่ยง" ราคา: 1,200 บาท/คืน บรรยากาศ: ฟีล Local มากๆ เงียบสงบ มี อ่างจากุชชี่ ริมระเบียงวิวภูเขา คือสวยตะโกน! 15.00 น. สัมผัสความสดชื่นที่ "น้ำตกเอราวัณ" เก็บของเข้าที่พักเสร็จ เราก็บิดมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าสู่ น้ำตกเอราวัณ กันทันทีครับ ก่อนจะเข้าไปฟินกับน้ำตก เราต้องชำระ ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน กันก่อนครับ (ราคาจำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่ไม่แพงครับ) แต่ไฮไลท์คือ ใครมีบัตรนักศึกษา อย่าลืมพกมาด้วยนะครับ! เพราะสามารถใช้ยื่นขอส่วนลดค่าเข้าได้อีก คุ้มมากๆ ช่วยประหยัดงบไปได้เยอะเลย ส่วนใครที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาแบบเรา หรือขับรถยนต์มา ก็จะมีค่าธรรมเนียมยานพาหนะเพิ่มอีกนิดหน่อยนะครับ พอเข้ามาถึง แม้จะเป็นช่วงบ่าย 3 โมง ทำให้มีเวลาจำกัดเล่นได้แค่ชั้น 1 และชั้น 2 แต่บอกเลยว่าคุ้มค่า! น้ำใสสีฟ้ามรกตตัดกับหินปูนสวยงามมาก น้ำเย็นเจี๊ยบชื่นใจ แถมยังมีน้องปลาตัวเล็กตัวน้อยว่ายมาต้อนรับรอบๆ ตัว ให้ฟีลสปาธรรมชาติบำบัดสุดๆ ค่าบริการ: เช่าเสื้อชูชีพ 20 บาท, รถกอล์ฟรับ-ส่ง (สำหรับใครที่ไม่อยากเดินช่วงแรก) 20 บาท ⚠️ ข้อแนะนำ: ใครตั้งใจจะพิชิตให้ครบ 7 ชั้น (ใช้เวลาเดินไป-กลับ 2-3 ชม.) แนะนำให้แวะเที่ยวน้ำตกก่อนเข้าที่พัก จะดีที่สุดครับ จะได้มีเวลาดื่มด่ำธรรมชาตินานๆ และไม่ต้องขี่ย้อนไปมาครับ 16.30 น. วิวหลักล้านที่ "สันเขื่อนศรีนครินทร์" ความฟินยังไม่จบแค่นั้น! หลังจากตัวเปียกปอนจากน้ำตก เราขี่รถไปต่อกันที่ สันเขื่อนศรีนครินทร์ ครับ ไฮไลท์ของที่นี่คือวิวทิวทัศน์ที่ "จึ้ง" มาก! ภาพถนนบนสันเขื่อนทอดยาว ขนาบข้างด้วยผืนน้ำกว้างใหญ่และทิวเขาสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา ลมพัดเย็นสบาย บรรยากาศเงียบสงบ เป็นจุดเช็คอินที่ถ่ายรูปสวยตะโกน ใครมาโซนเอราวัณห้ามพลาดเด็ดขาดครับ! 18.00 น. หมูกระทะเยียวยาทุกสิ่ง กลับมาที่พัก จบท้ายวันด้วย หมูกระทะ ชุดละ 390 บาท กิน 2 คนอิ่มกำลังดี นั่งปิ้งย่างดูพระอาทิตย์ตก แช่อ่าง ดูหนัง ท่ามกลางอากาศเย็นๆ โรแมนติกสุดๆ ครับคืนนี้ 🗓️ DAY 2 : คาเฟ่ลับ – พักผ่อนในเมือง – เดินสกายวอล์ค 09.00 น. ตื่นสายได้เต็มที่ เช้านี้เราตื่นสายๆ เพราะตั้งใจมาพักผ่อน ทางที่พักมี อาหารเช้าฟรี (ไส้กรอก ไข่ดาว น้ำส้ม) มาเสิร์ฟให้ถึงหน้าห้องพักเลย ประทับใจมาก 12.00 น. แวะ Lakeview Cafe ขากลับเข้าตัวเมือง เราแวะกินข้าวเที่ยงที่ Lakeview Cafe เป็นคาเฟ่ที่ "ติดแกลม" แต่ให้ความรู้สึกสงบ เรียบง่าย ถ่ายรูปสวย ใครผ่านทางนี้ควรแวะครับ 14.00 น. เช็คอิน "เลม่อนโฮม" คืนที่ 2 เราพักในตัวเมืองกาญจน์ ใกล้ขนส่งครับ ชื่อ "เลม่อนโฮม" ราคา: จองผ่าน Agoda ได้มา 500 บาท/คืน สไตล์: เหมาะกับชาว Introvert สุดๆ เงียบสงบ ไม่วุ่นวายกับใคร 17.00 น. ดูพระอาทิตย์ตกที่ Skywalk ตกเย็นเราไปเดินเล่นที่ สกายวอล์คเมืองกาญจนบุรี แนะนำให้มาช่วง 17.00 - 18.00 น. แสงกำลังสวยครับ พระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำคือดีงามมาก ค่าเข้า: 60 บาท/คน (รวมรองเท้าสวมเดิน) 18.30 น. ถนนคนเดินริมน้ำ ด้านล่างสกายวอล์คมีถนนคนเดิน ของกินเยอะมากและคนก็เยอะมากเช่นกัน (ฮ่าๆ) เราซื้อของกินมานั่งทานริมแม่น้ำ เป็นสวนสาธารณะ บรรยากาศ Relax สุดๆ ใครมีเวลาเหลือจะแวะไปถ่ายรูปที่ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ใกล้ๆ กันก็ได้นะครับ 🗓️ DAY 3 : โบกมือลาเมืองกาญจน์ เช้าวันที่ 3 เราตื่นมาเก็บของแล้วตรงไปที่ ขนส่งกาญจนบุรี เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ครับ การจองตั๋ว: จะจองล่วงหน้า หรือ Walk-in ไปซื้อหน้างานก็ได้ครับ รถมีหลายรอบ สะดวกมาก 📝 บทสรุปทริปฮีลใจ สำหรับทริปนี้ ถือเป็นการ "พักผ่อนที่แท้จริง" ครับ ความเครียดจากงานหายไปหมดเลย ได้อยู่กับธรรมชาติ กินของอร่อย ในงบที่จับต้องได้ ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงฯ แบบไปง่ายๆ ได้ชาร์จพลัง แนะนำ กาญจนบุรี เลยครับ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน! หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะครับ ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้าครับ! เครดิตภาพถ่ายทั้งหมดโดย: ผู้เขียนบทความ