ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ อยุธยา ชัยนาท นั่งรถจักรไอน้ำขบวนพิเศษ ไหว้พระ อิ่มบุญ สุดชิลล์

ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ อยุธยา ชัยนาท นั่งรถจักรไอน้ำขบวนพิเศษ ไหว้พระ อิ่มบุญ สุดชิลล์
เอิงเอย
11 มกราคม 2561 ( 08:45 )
4.6K

การเดินทางครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่กี่นาที ข้างหน้าคือ สถานีรถไฟหัวลำโพง และวันนี้ เราจะพาไปเที่ยวแบบย้อนวันวาน

มารู้จักกับมนต์เสน่ห์ของลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่อยู่คู่เมืองไทยมาถึงวันนี้ด้วยรถไฟขบวนพิเศษ รถจักไอน้ำที่จะพาเราไปทำบุญ ไหว้พระ ล่องเรือ และทานอาหารอร่อยๆ กันที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา และชัยนาท ค่ะ

 

 

ใครที่ยังไม่เคยเที่ยวด้วยรถไฟมาก่อน อยากบอกว่าขอให้ลองสักครั้ง เพราะบรรยากาศความคลาสสิคแบบไทยๆ จะมีให้เห็นได้ตั้งแต่ที่ชานชลาของสถานีรถไฟ จนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทางของเราทีเดียวค่ะ ลองจับมือชวนเพื่อนซี้มานั่งรถไฟเที่ยวแบบนี้ดูก็สนุกได้บรรยากาศการเดินทางไปอีกแบบ

อารมณ์ของการมาเที่ยวในครั้งนี้เปลี่ยนไปจากที่เคย วิวนอกหน้าต่างค่อยๆ เปลี่ยนไป จากตึกรามบ้านช่องใหญ่โตในเมืองใหญ่กลายเป็นสีเขียวของต้นไม้ใหญ่ และทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีครามสุดลูกหูลูกตา เพียงครู่เดียว ขบวนรถไฟก็มาหยุดที่ชานชลาพระนครศรีอยุธยา และการผจญภัยเล็กๆ ของเราในวันนี้ก็เริ่มเห็นความสนุกรายล้อมเข้ามาด้วยขบวนรำวงต้อนรับของชาวกรุงเก่า คุณป้า คุณน้า ที่มาร่วมรำวงสร้างความคึกคักในสถานีทำให้อดอมยิ้มไม่ได้ นี่แหละคือเสน่ห์ของบ้านเมืองนี้ที่หาไม่ได้จากที่ไหนจริงๆ ค่ะ

 

 

ก่อนที่เราจะเที่ยวรอบกรุงเก่ากันในหนำใจในวันพรุ่งนี้ เราก็เดินทางต่อไปชิลล์ที่จังหวัดชัยนาทก่อน เพื่อไปทานอาหารกลางวันอร่อยๆ กันที่ร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดัง “ร้านลาบเป็ดชัยนาท” และเที่ยว “วัดปากคลองมะขามเฒ่า” กราบขอพรหลวงปู่ศุข กันค่ะ

ท้องเริ่มส่งเสียงครางเบาๆ ให้เรารีบกระตือรือร้นจนมาถึง ร้านลาบเป็ดชัยนาท ร้านเก่าแก่ประจำจังหวัดชัยนาทที่ถ้ามาถึงชัยนาทแล้วอย่าได้พลาดทีเดียวเชียว เพราะเขามีชื่อร่ำลือในเรื่องของเมนูแซ่บ ลาบเป็ด ที่สาวๆ หลายคนชื่นชอบ และด้วยความที่ที่นี่เป็นร้านอาหารไทยค่ะ ถึงเน้นรสชาติอันจัดจ้านเป็นหลัก เพราะฉะนั้นหากใครไม่ชอบทานเผ็ดมาก แอบกระซิบบอกกันก่อนล่วงหน้าได้จะได้อร่อยแบบกำลังพอดีๆ

 

สำหรับเมนูแนะนำก็คงหนีไม่พ้น ลาบเป็ดรสแซ่บ แกงป่าปลากรายที่มีประโยชน์ด้วยผักสมุนไพร กลิ่นหอมเตะจมูก และปลาทับทิมนึ่งมะนาว ให้สมกับเป็นเมืองลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่อุดมไปด้วยปลานานาชนิดค่ะ

 

 

อิ่มท้องกันไปแล้ว เราก็มาอื่มบุญกันบ้างที่ วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรืออีกชื่อที่ชาวชัยนาทเรียกกันว่า วัดหลวงปู่ศุข นั้น มีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องเครื่องรางของขลังมาช้านานค่ะ โดยเฉพาะพระเครื่องหลวงปู่ศุขที่ยังคงความนิยมจนถึงปัจจุบัน แม้เวลาจะผ่านมาเกือบร้อยปีแล้วก็ตาม

 

 

หลวงปู่ศุข นอกจากท่านจะเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัด และเกจิอาจารย์ที่ประชาชนต่างเลื่อมใสศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ท่านยังเป็นอาจารย์ของเสด็จใน “กรมหลวงชุมพรเขตตุอุดมศักดิ์” พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 บิดาแห่งกองทัพเรืออีกด้วยค่ะ

และที่วัดแห่งนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ คือภายในพระอุโบสถจะมีภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ติดอยู่ตามผนัง ซึ่งเป็นภาพพุทธประวัติที่ทรงวาดร่วมกับข้าราชบริพารเมื่อปี พ.ศ. 2433 อีกด้วย

 

 

ด้วยความพอเหมาะพอเจาะ โชคช่างเข้าข้างเรา จึงมีโอกาสดีๆ ที่วันนี้เราได้มาถึง วัดพระบรมธาตุวรวิหาร จังหวัดชัยนาท ซึ่งกำลังตระเตรียมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ประเพณีเก่าแก่ของชาวชัยนาท นั่นก็คือ “พิธีร่วมผ้าพระธาตุเจดีย์” ซึ่งเชื่อกันว่า หากเราได้ทำการห่มผ้าพระธาตุเจดีย์จะมีความเจริญรุ่งเรือง และเป็นสิริมงคลกับตนเองค่ะ

 

 

และที่สำคัญ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร นี้ ในอดีตวัดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีพุทธาภิเษกของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ โดยถือกันว่าน้ำหน้าวัดเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นำไปใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอีกแห่งหนึ่ง และภายในวิหารมีบ่อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีน้ำออกมาตามธรรมชาติ มีอายุกว่า 700 ปีทีเดียว

 

 

ระหว่างทางกลับจากจังหวัดชัยนาท ก่อนที่จะไปพักค้างคืนกันที่พระนครศรีอยุธยาเพื่อเตรียมตะลุยเที่ยวเมืองเก่าในวันพรุ่งนี้ เราก็ได้มาแวะสักการะ หลวงปูทวด องค์ใหญ่ที่ “พุทธอุทยานมหาราช” ค่ะ ว่ากันว่า ถ้าได้มากราบขอพรหลวงปู่ จะแคล้วคาดจากภัยอันตรายทั้งปวง และมีเมตตามหานิยมอีกด้วยค่ะ

 

 

หลังจากหลับสนิทด้วยพรของหลวงพ่อหลายวัดที่ชัยนาท วันนี้เลยตื่นเช้ามาด้วยความกระปรี้กระเปร่าสุดๆ ค่ะ สำหรับการเดินทางเที่ยวรอบกรุงเก่าของเราในวันนี้จะเน้นที่เกาะเมืองของพระนครศรีอยุธยา เราเลยมาเริ่มต้นที่ “หอนิทรรศการประวัติศาสตร์ฯ” ที่ศาลากลางหลังเก่าของจังหวัดเพื่อรำลึกถึงเรื่องราวของกรุงศรีอยุธยาช่วงที่ยังเป็นราชธานีก่อนค่ะ

หอนิทรรศการประวัติศาสตร์ฯ นั้นภายในจัดแสดงเรื่องเกี่ยวกับวัดต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเพณีต่างๆ อยุธยามรดกโลก ท่องเที่ยวเมืองอยุธยา ศิลปกรรมแห่งอาณาจักรอยุธยา วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นนั่นเอง เราก็จะได้รู้เรื่องอาณาจักรอยุธยาถึงแก่นทีเดียว

 

 

รู้เรื่องกรุงเก่ากันพอสังเขปแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปไหว้พระกันที่ วิหารมงคลบพิตร ค่ะ วิหารพระมงคลบพิตรนี้สันนิษฐานกันว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ช่วงแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เราเริ่มด้วยนมัสการหลวงพ่อมงคลบพิตร แล้วไปเดินตลาดบริเวณหน้าวิหารพระมงคลบพิตร ซึ่งมีร้านค้าตั้งเรียงรายมากมายหลายร้าน จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองแทบทุกชนิด เช่น ปลาตะเพียน เครื่องจักสาน เครื่องหวาย มีด ผลไม้กวน และขนมชนิดต่างๆ มากมายเลย

 

 

เดินออกมาหน่อย ติดๆ กับวิหารมงคลบพิตร คือ วัดมหาธาตุ ค่ะ ที่นี่เป็นวัดที่มีความสำคัญยิ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร

 

 

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยังเป็นที่พำนักของ สมเด็จพระสังฆราชอีกด้วย และวัดมหาธาตุนี้ก็ได้ถูกทำลายลงหลังจากสงครามการเสียกรุงในครั้งที่ 2 นั่นเอง ตอนนี้ที่เห็นจะเป็นซากปรักหักพัง ถือว่าเป็นโบราณสถานแห่งหนึ่งในอยุธยาที่น่าไปแวะเดินเที่ยวชมมากค่ะ

มหาธาตุเป็นวัดที่มีความสำคัญยิ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยาค่ะ เพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยังเป็นที่พำนักของ สมเด็จพระสังฆราช นั่นเองค่ะ และวัดมหาธาตุนี้ก็ได้ถูกทำลายลงหลังจากสงครามการเสียกรุงในครั้งที่ 2 นั่นเอง

 

 

นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี “เศียรพระพุทธรูปหินทราย” ซึ่งมีรากไม้ต้นโพธิ์ปกคลุมอยู่ จนเลื่องลือกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกสิ่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่ะ ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของวัดมหาธาตุ โด่งดังไปทั่วโลก มีชาวต่างชาติมาเที่ยวที่นี่เพื่อชมความงามของเศียรพระพุทธมากมาย

 

 

ออกจากวัดมหาธาตุท้องก็เริ่มร้องจ๊อกๆ เอาล่ะมาถึงอยุธยาทั้งทีต้องไปพลาดไปเที่ยว แวะชิมของอร่อยๆ ที่ตลาดโบราณ ตลาดโก้งโค้ง บ้านแสงโสม ตำบลขนอนหลวง ค่ะ

ตลาดโก้งโค้งนี้จะเปิดตลาดสัปดาห์ละ 4 วัน คือวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่นี่ยังคงรักษาความดั้งเดิมของบรรยากาศในสมัยก่อนๆ ไว้ มีข้าวของมากมายให้เราได้เลือกซื้อ ทั้งอาหารคาว อาหารหวานขนมโบราณ ผลไม้ต่างๆ จนไปถึงเครื่องไม้ เครื่องมือ อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน ของแต่งบ้านนานาชนิดทีเดียว

 

 

ออกจากตลาดก่อนกลับกรุงเทพฯ เราก็มาแวะวัดใหญ่ในกรุงเก่ากันอีกสัก 2 ที่ก่อนค่ะ คือ วัดพนัญเชิง และ วัดใหญ่ชัยมงคล นั่นเองค่ะ ที่ วัดพนัญเชิง นี้ เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญวัดหนึ่งของอยุธยา ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศโดยเฉพาะหลวงพ่อโต หรือเจ้าพ่อซำปอกง

ซึ่งเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยาค่ะ และเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย และชาวจีนต่างให้ความเคารพนับถือมาช้านานอีกด้วย พอทำบุญ ไหว้หลวงพ่อซำปอกงเป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินมาให้อาหารปลาด้านหลังของวัดได้ด้วยค่ะ

 

 

จากวัดพนัญเชิงมาหน่อย เราก็มาถึง “วัดใหญ่ชัยมงคล” ค่ะ ซึ่งวัดจะตั้งอยู่นอกเกาะเมือง ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคล เดินตรงมาอีกหน่อย เราก็จะได้มาแวะไหว้พระนอนที่วิหารพระพุทธไสยาสน์ด้วยค่ะ ปิดท้ายด้วยการสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่อยู่ด้านข้างวัด

 

 

ขากลับกรุงเทพฯ เราก็ได้ไปรอขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟบางปะอินค่ะ เรียกได้ว่าทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน ทัวร์กรุงเก่า ไหว้พระ ทำบุญ ได้ชิมของอร่อยๆ แบบนี้สนุกไปอีกแบบ ยิ่งได้นั่งรถไฟมาเที่ยวด้วยแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศไปโดยสิ้นเชิงทีเดียวค่ะ ยังไงใครสนใจก็มาชิลล์แบบเราได้นะคะ

 

 

 

 

ที่เที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ขับรถเที่ยว ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา 1 วัน

 

ไหว้พระ 9 วัด แก้ชง เสริมดวง เที่ยวกรุงเทพ ฯ

 

 

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

Facebook Add friend ที่ ID : @TrueID

และ แอปพลิเคชั่น

TrueID Application

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง