เนื่องจากวีซ่าท่องเที่ยวประเทศออสเตรเลีย Visitor visa (subclass 600) ของเราเพิ่งอนุมัติสด ๆ ร้อน ๆ แบบรวดเร็วภายใน 1 อาทิตย์ เลยอยากมาแชร์แนวทางการเตรียมเอกสารของเราค่ะ เพราะทุกวันนี้การยื่นวีซ่าท่องเที่ยวมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เจ้าหน้าที่ดูละเอียดมากขึ้น (บางคนใช้เวลา 1-2 เดือนกันเลยทีเดียวกว่าผลจะออก) โดยเฉพาะเรื่องหน้าที่การงาน ปัจจัยหรือเงินที่เราจะใช้ซัพพอร์ตตัวเองในขณะท่องเที่ยว และ ความตั้งใจจริงที่จะไปเที่ยวประเทศเขา ที่หลายคนยังเตรียมไม่ครบจนต้องเจอกับการขอเอกสารเพิ่ม ทำให้ผลล่าช้าแบบไม่จำเป็น หรือแม้กระทั่งโดนปฏิเสธวีซ่า จากประสบการณ์ตรง บอกได้เลยว่าการยื่นครั้งนี้เราเตรียมเอกสารให้ชัดเจน และแน่นตั้งแต่ต้น เพราะถ้าส่งครบ ส่งชัด เราคิดว่าโอกาสผ่านไวสูงมาก ด้วยความที่ค่าสมัครวีซ่าเองก็แพงอยู่แล้ว ตั้ง 200 AUD ยังไม่รวม VAT และค่าทำ Biometric อีก 450 บาท (เราทำวันธรรมดา ช่วงเวลาทำการนะคะ) เราเลยพยายามเตรียมตัวเองให้พร้อมที่สุด เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเงินหลายรอบ จนสุดท้ายผลก็ออกมาอย่างที่ตั้งใจ วันนี้เลยขอมาแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวในการยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย ฉบับปี 2025 ค่ะ เอกสารที่ควรเตรียมให้ครบ และสมบูรณ์ที่สุด (อ้างอิงจากประสบการณ์เราเอง) 1) เอกสารด้านตัวตนแบบครบชุด เอกสารที่เราแนบ สำเนาพาสปอร์ตหน้าที่มีรูปเรา บัตรประจำตัวประชาชน หน้า - หลัง (ไม่ได้รับรองสำเนาถูกต้อง) ทะเบียนบ้าน ฉบับภาษาอังกฤษ (ขอที่สำนักงานเขต) ทะเบียนสมรส ฉบับภาษาอังกฤษ (ขอที่สำนักงานเขต) สำเนาพาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พร้อมแสกนทุกหน้าที่มีประวัติเข้าออก ใครที่เคยเปลี่ยนชื่อ-สกุล แนบไปด้วยนะคะ แนบทุกอย่างแบบไม่ต้องให้เขามาไล่ขอเพิ่มค่ะ 2) เอกสารเกี่ยวกับการทำงาน เอกสารที่เราแนบ หนังสือรับรองการทำงาน (ภาษาอังกฤษ) ระบุวันที่วันที่เริ่มงาน ตำแหน่ง และเงินเดือน สลิปเงินเดือนล่าสุด 3 - 6 เดือน ใบอนุมัติการลาพักร้อน ข้อมูลติดต่อ HR ที่ตรวจสอบได้ เนื่องจากเราเป็นพนักงานประจำเลยขอเอกสารเหล่านี้ได้ง่าย และข้อมูลค่อนข้างชัดเจนในตัว ถ้าเป็นฟรีแลนซ์: ควรเตรียมอินวอยซ์ รายรับ รายจ่าย และ Statement ที่สอดคล้องกัน ถ้าว่างงานล่าสุด/ลาออก: ควรแนบเหตุผล + เอกสารอื่นที่ชดเชย เช่น การเงินที่มั่นคงหรือความผูกพันด้านครอบครัว 3) เอกสารด้านการเงิน เอกสารที่เราแนบ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน 3 บัญชี (บัญชีเงินเดือน บัญชีใช้รายวัน และบัญชีเงินเก็บ) ยอดฝากเงินที่มีความเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ สำเนาโฉนดคอนโด (แปลด้วยตัวเอง พร้อบรับรอง) เอกสารสัญญาการผ่อนชำระคอนโดกับธนาคาร (แปลด้วยตัวเอง พร้อบรับรอง) เลี่ยง: บัญชีที่พึ่งเติมเงินใหม่ บัญชีที่มีเงินแน่นิ่ง ไม่มีความเคลื่อนไหว การเงินไม่จำเป็นต้องเยอะมาก แต่ต้องสอดคล้องกับแผนการเดินทาง อย่างเช่น ถ้าจะไปเที่ยว 7 วัน ก็ควรเตรียมงบอย่างน้อยวันละ 5,000 ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน จากที่เราได้สอบถามประสบการณ์ของหลายคนรอบตัว ก็เจอทั้งคนที่มีเงินเป็นล้านแต่โดนปฏิเสธ กับบ้างคนหลักหมื่นก็ผ่าน เพราะเป็นพนักงานประจำ มีเงินเข้าออกทุกเดือน เพราะฉะนั้นตรวจสอบข้อมูลส่วนนี้ดี ๆ นะคะ ส่วนถ้าเราไม่ได้ทำงานประจำและอยากให้มั่นใจเลย เราจะเขียนเอกสารเพิ่มเป็นตัว Financial Declaration เพื่ออธิบายรายรับ รายจ่าย จะใช้เงินส่วนไหนในขณะท่องเที่ยว ค่ะ ส่วนถ้าใครมีเงินเข้าก้อนใหญ่ ก็ควรจะต้องมีคำอธิบายประกอบ (เช่น ขายของ ได้โบนัส ปรับโอนเงินเก็บ ฯลฯ) 4) เอกสารด้านการเดินทาง แผนเที่ยว เอกสารที่เราแนบ คือ แผนท่องเที่ยวประเทศออสเตรเลียของเรา ตลอดระยะเวลาที่เราขอ ซึ่งระบุ วันที่ไป-กลับ เมืองที่จะไปในแต่ละวัน สถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปในแต่ละวัน ใบจองตั๋ว/ที่พัก (ย้ำว่า “ใบจอง” ไม่ใช่ใบเสร็จจริงก็ได้ค่ะ) ไม่ต้องทำยิ่งใหญ่ขนาดไกด์บุ๊ค แต่เอกสารต้องแสดงว่าคุณวางแผนมาแล้ว ไม่ได้คิดหน้างาน คนจะไปเที่ยวแต่ไม่วางแผนก็แปลก ๆ อยู่ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นเขียนไปให้ละเอียดที่สุดค่ะ 5) เอกสารสำหรับคนมีคู่/แฟน อยู่ที่ออสเตรเลีย ในส่วนของเราเนื่องจากมีสามีอยู่ที่นู่น เลยแนบเอกสารเขาไปด้วยค่ะ ได้แก่ สำเนาพาสปอร์ต สำเนา ID Card สำเนาใบขับบี่ ใบรับรองการทำงาน สลิปเงินเดือน 3 เดือน เอกสารเชิญ และระบุว่าเราจะไปพักที่บ้านของเขา ไปทำอะไร ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง พร้อมลงนามกำกับ แนบที่อยู่ และข้อมูลติดต่อค่ะ ในส่วนนี้เราไม่ได้แนบรูปสักใบเลยค่ะ เพราะเราคิดว่าเจ้าหน้าที่เขาวัดที่เอกสารของผู้สมัครว่าจะกลับมาประเทศไทยจริงไหม แต่เราแนบข้อมูลเหล่านี้ไป เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเรามีคนที่รู้จักอยู่ที่นู่นนะ คือบุคคลนี้ พักทีนี้ อะไรประมาณนี้มากกว่าค่ะ 6.) เอกสารอื่น ๆ เนื่องจากในหน้าแนบเอกสารไม่มีหัวข้อที่ตรงกับเอกสารที่เราจะแนบ เราสามารถแนบไปที่หัวข้อ Other Documents ได้เลยนะคะ ซึ่งในหัวข้อนี้เราแนบ Statement of Purpose ชี้แจงรายละเอียดว่าเราเป็นใคร อยู่ที่ไหน จะไปประเทศออสเตรเลียช่วงวันที่เท่าไหร่ เพื่อไปทำอะไร พักที่ไหน และเหตุผลที่ต้องกลับไทยแน่ ๆ มีอะไรบ้าง ซึ่งเหตุผลของแต่ละคนก็จะต่างกัน ในส่วนนี้พยายามใส่หมดค่ะ ต้องกลับมาทำงาน มีบ้าน/คอนโดที่ผ่อนอยู่ หนี้ที่ต้องชำระ มีพ่อแม่อยู่ที่นี่ ท้ายที่สุดนี้ การยื่นวีซ่าท่องเที่ยวประเทศออสเตรเลีย Visitor Visa Subclass 600 ด้วยตัวเองไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย ถ้าเรามีเอกสารครบ และเอกสารสามารถตอบทุกคำถามที่เจ้าหน้าที่อาจจะอยากรู้ตั้งแต่แรก การเตรียมตัวให้ละเอียดตั้งแต่ก่อนกด Submit จะช่วยร่นเวลาไปได้เยอะมาก หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ใครที่กำลังหาข้อมูลเพื่อยื่นวีซ่า และเตรียมทุกอย่างด้วยเอง สามารถทำได้เป็นระบบมากขึ้นกว่าเดิมนะคะ ขอให้ทุกคนได้ผลอนุมัติไว ๆ แบบไม่ต้องลุ้นหลายรอบเหมือนกันนะคะ เครดิตภาพปก canva.com/@carleighemelie ภาพประกอบทั้งหมดโดยครีเอเตอร์ อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !