วันหยุดนี้ถ้าใครกำลังรู้สึกเหนื่อยล้าจากงาน แล้วอยากหนีความวุ่นวายในเมืองกรุงไปหาที่เงียบๆ พักผ่อน เราขอชวนทุกคนมา เที่ยวตลาดหัวตะเข้ ชุมชนริมน้ำเก่าแก่สุดคลาสสิกที่ตั้งอยู่ใกล้แค่นิดเดียวกันเถอะ หลายคนอาจจะคิดว่าลาดกระบังมีแต่สนามบิน แต่บอกเลยว่าพอเลี้ยวเข้ามาในซอยนี้แล้ว เหมือนได้หลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งที่มีแต่ความสงบและรอยยิ้มของชาวบ้านที่พร้อมจะให้เรากลับมาสดใสได้อีกครั้งแบบไม่น่าเชื่อ สำหรับการก้าวเท้าเข้ามาใน ตลาดโบราณอายุกว่า 100 ปีครั้งนี้ บอกตามตรงว่าตื่นเต้นสุดๆ เพราะปกติเราจะคุ้นเคยแต่ตึกสูงและห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง พอเดินข้ามสะพานไม้เข้ามาแล้วได้กลิ่นอายความเก่าแก่ของบ้านเรือนไม้ริมคลองประเวศบุรีรมย์ มันทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ผู้คนพูดจาทักทายกันด้วยรอยยิ้ม เป็นความเป็นกันเองที่หาไม่ได้ง่ายๆ จากชีวิตคนเมืองกรุงที่ต้องรีบเร่งในทุกๆ วัน พอเดินลัดเลาะไปตามทางเดินริมน้ำ สิ่งที่เตะตามากๆ ก็คือสะพานไม้เก่าแก่ที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของที่นี่ ใครมาแล้วก็ต้องแวะยืนถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันทุกราย เรากับเพื่อนยืนมองเรือพายของชาวบ้านที่แล่นผ่านไปอย่างช้าๆ บนผิวน้ำ พร้อมกับรับลมเย็นๆ ที่พัดโชยมาตลอดเวลา บอกเลยว่าเป็นวินาทีแรกที่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานตลอดสัปดาห์มันปลิวหายไปกับสายลมเลยล่ะ เดินชมวิวเพลินๆ แล้ว เราก็แวะไปกราบไหว้ ศาลเจ้าพ่อหัวตะเข้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชนที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมาช้านาน การได้แวะเข้าไปขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัวในบรรยากาศเรือนไม้โบราณริมน้ำ มันช่วยทำให้จิตใจของเราสงบและนิ่งขึ้นมาก ศาลเจ้าแห่งนี้เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้นของผู้คนในชุมชนแห่งนี้ที่มีมาอย่างยาวนาน เติมพลังใจเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาเดินหาคาเฟ่ริมคลองนั่งพักขา เราเลือกเดินเข้าร้านกาแฟไม้โบราณที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจสุดน่ารัก บรรยากาศภายในร้านโปร่งสบาย เปิดโล่งรับลมธรรมชาติจากคลองประเวศบุรีรมย์ได้อย่างเต็มที่ ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการได้ไปนั่งห้อยขาริมน้ำ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมมองดูสายน้ำไหลเอื่อยๆ ไปด้วย บอกเลยว่าฟินจนไม่อยากลุกกลับบ้านเลยทีเดียว นอกจากจะได้นั่งจิบกาแฟแล้ว ระหว่างทางเดินเที่ยวในชุมชน เรายังได้เจอกับแก๊งแมวเซาและสุนัขประจำชุมชนที่นอนอิงแอบรับลมกันอย่างสบายใจ เจ้าเหมียวพวกนี้เป็นมิตรและขี้อ้อนมาก เดินมาคลอเคลียต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความน่าเอ็นดู เป็นอีกหนึ่งสีสันเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้คนรักสัตว์อย่างพวกเรายิ้มแก้มปริและใจฟูสุดๆ ระหว่างเดินเก็บบรรยากาศความน่ารักของน้องๆ เดินเที่ยวถ่ายรูปเล่นกันจนเริ่มหิว ท้องก็เริ่มส่งเสียงร้องเรียกหาของกิน เราเลยแวะชิมก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ดและอาหารโบราณของร้านค้าในชุมชน รสชาติอาหารอร่อยกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย แถมราคาก็เป็นกันเองสุดๆ การได้นั่งทานอาหารอร่อยๆ เคล้าเสียงคลื่นน้ำกระแทกตลิ่งเบาๆ เป็นความสุขเรียบง่ายที่เติมเต็มพลังชีวิตให้เราในวันหยุดได้ดีจริงๆ เดินกินอิ่มแล้วก็ชวนเพื่อนเดินย่อยชมงานศิลปะและสตรีทอาร์ตน่ารักๆ ที่ซ่อนอยู่ตามผนังบ้านเรือนของชาวบ้าน ชุมชนหัวตะเข้นอกจากจะอนุรักษ์ความเก่าแก่ไว้แล้ว ยังเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และศิลปินท้องถิ่นได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะภาพวาดสวยๆ ให้ออกมากลมกลืนกับวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ทำให้ทุกมุมถนนของที่นี่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ เพียบ สำหรับเพื่อนๆ ที่กังวลเรื่องการเดินทาง บอกเลยว่ามาง่ายมากกก ไม่ต้องกลัวหลงเลย เรานั่งรถไฟชานเมืองสายตาสั้นหรือแอร์พอร์ตลิงก์มาลงสถานีลาดกระบัง แล้วต่อรถสองแถวหรือวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาอีกแป๊บเดียวก็ถึงตลาดแล้ว ส่วนใครที่ขับรถส่วนตัวมา ทางชุมชนก็มีจุดจอดรถคอยให้บริการรอบๆ สะดวกสบาย ไม่ต้องวนหาที่จอดให้ปวดหัวเลยสักนิด ถ้าถามถึงช่วงเวลาที่แนะนำสำหรับการมาเยือน แนะนำให้มาช่วงสายๆ หรือช่วงบ่ายแก่ๆ ใกล้เย็น เพราะแดดจะไม่ร้อนจนเกินไป และแสงธรรมชาติยามเย็นส่องกระทบผิวน้ำและบ้านไม้เก่าจะสวยละมุนมาก เหมาะกับการเดินเล่นสัก 2-3 ชั่วโมง ถ่ายรูปเก็บความทรงจำ แล้วปิดท้ายด้วยการนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินริมคลอง เป็นอันจบทริปหนึ่งวันที่สมบูรณ์แบบที่สุด สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่ติดใจบรรยากาศความอบอุ่นจนไม่อยากกลับ อยากชวนแก๊งเพื่อนมานอนพักผ่อนยาวๆ 2 วัน 1 คืน ที่นี่ก็มีโฮมสเตย์และ ที่พักตลาดหัวตะเข้ริมน้ำ บรรยากาศสุดอบอุ่นรอต้อนรับอยู่ การได้มาใช้ชีวิตช้าๆ สัมผัสวิถีชุมชนโบราณ ลืมความวุ่นวายในเมืองกรุง แล้วตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้า ถือเป็นการชาร์จแบตให้ร่างกายและจิตใจพร้อมกลับไปลุยงานต่อได้อย่างเต็มที่จริงๆ คลิกดูพิกัดได้ที่ https://maps.app.goo.gl/5qCXk4HvsuC8n2G96 รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !