วัดสวย กรุงเทพ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ชมความงาม พระอุโบสถหินอ่อน

วัดสวย กรุงเทพ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ชมความงาม พระอุโบสถหินอ่อน
เอิงเอย
4 พฤษภาคม 2564 ( 10:00 )
2.7K

      ใน กรุงเทพ เรา มี วัดสวย มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร ที่เรากำลังจะพาทุกคนไปชมความงดงามของ พระอุโบสถหินอ่อน กันในวันนี้ค่ะ อีกทั้งที่นี่ยังถือเป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบของศิลปะไทยอีกด้วย เอาล่ะ ตามมาเที่ยว วัดสวยๆ ในกรุงเทพฯ มารู้จักที่มา ประวัติของวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดเก่าแก่ที่งดงามแห่งหนึ่งของประเทศไทย ไปพร้อมกันเลยค่ะ

เที่ยวกรุงเทพ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
พระอุโบสถหินอ่อน วัดสวย พระนคร

 

      วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ตั้งอยู่ที่ เขตดุสิต กรุงเทพฯ ค่ะ แต่เดิมนั้นมีชื่อว่า วัดแหลม หรือ วัดไทร ทอง และไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด ต่อมาในภายหลังได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ใหม่ว่า วัดเบญจบพิตร ซึ่งหมายถึง วัดของเจ้านาย 5 พระองค์ที่ทรงร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้นั่นเอง

      ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสร้าง สวนดุสิต ขึ้น และพระองค์ทรงสถาปนาวัดด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณ มีการวางแปลนแยกสัดส่วนเป็นเขตพุทธาวาส สังฆาวาส และที่ธรณีสงฆ์ ทำให้ที่นี่เป็นวัดที่มีการวางแปลนแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง และพระราชทานนามว่า “วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม” ซึ่งหมายถึง “วัดของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 5” และเราก็ใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบันค่ะ

 

 

      ภายในวัดมีสถานที่สำคัญ และน่าสนใจมากมายทั้ง ศาลาสี่สมเด็จ พระที่นั่งทรงธรรม หอระฆังบวรวงศ์ พระอุโบสถ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ วัดเบญจมบพิตร ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อจัดแสดงพระพุทธรูปโบราณในสมัยต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ อีกทั้งยังมีสถานที่อื่นๆ ให้เยี่ยมชมอีกมากมายค่ะ


พระอุโบสถหินอ่อน
The Marble Temple

 

 

      นอกจากนี้ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ยังเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า "The Marble Temple" หรือ “วัดหินอ่อน” อีกด้วย เนื่องจาก พระอุโบสถ พระระเบียง ประดับด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี และเป็นวัดที่มีความวิจิตรงดงามด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณ พระอุโบสถเป็นแบบจตุรมุข ด้านในปูหินแกรนิตสีชมพูอ่อนและสีเทา

      ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐาน พระพุทธชินราช ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้หล่อเมื่อปี พ.ศ.2444 เป็นพระนั่งสมาธิราบ ปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย ซึ่งจำลองจากองค์จริงที่จังหวัดพิษณุโลก ประดิษฐาน ณ พระแท่นรัตนบัลลังก์ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้บรรจุพระสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ผู้ทรงสถาปนาวัด ณ ที่นั่นด้วย

 

 

      ที่ซุ้มมุขด้านตะวันตกประดิษฐาน พระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ปิดทอง เป็นพระพุทธรูปที่หล่อจากเศษทองที่เหลือจากการหล่อพระพุทธชินราชจำลอง เรียกกันว่า หลวงพ่อธรรมจักร ค่ะ

      สำหรับหินอ่อนที่ประดับตกแต่งพระอุโบสถ พระระเบียง ตลอดจนสถานที่อื่นๆ สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงวัดขนาดทำแบบส่งไปเป็นตัวอย่างโดยตรงที่บริษัทขายหินอ่อน ประเทศอิตาลี และหินอ่อนทั้งหมดได้มีการสั่งซื้อและเรียกประกวดราคา ส่วนหนึ่งเป็นหินอ่อนจากห้างโนวี ยัวเสปเป้ (Novi Guiseppe) เมืองเยนัว กับหินอ่อนจากเมืองคาร์รารา (Carrara) ประเทศอิตาลี ที่ถือว่าเป็นเมืองที่มีหินอ่อนมากและดีที่สุด

      และในการออกแบบประดับหินอ่อนนั้น มีวิศวกรและสถาปนิกชาวอิตาเลียน จากกรมโยธาธิการ ร่วมดำเนินการด้วยคือ วิศวกร อัลเลกริ (Carlo Allegri) และ สถาปนิก ตะมาโย (Mario Tamagno) เป็นผู้ช่วยเขียนแบบบางส่วน

       ที่นี่จึงเป็นวัดที่มีความสวยงามมากที่สุดวัดหนึ่งของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ค่ะ ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแวะเวียนมาชมความสวยงามของวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามแห่งนี้ไม่ขาดสาย

 

ประวัติ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

 

 

       วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร นั้นแต่เดิมเป็นวัดราษฎร มีชื่อว่า วัดแหลม ค่ะ ต่อมาหลังจากการปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์แล้ว กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ พร้อมพระอนุชาและพระขนิษฐาร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกันอีก 4 พระองค์ คือ

  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ (ต้นราชสกุลกุญชร)
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ (ต้นราชสกุลทินกร)
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทนิล
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงวงศ์

       มีพระประสงค์ที่จะร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดแหลม พร้อมทั้งทรงสร้างพระเจดีย์เรียงรายไว้หน้าวัด 5 องค์ และต่อมาภายหลัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ จึงพระราชทานนามใหม่ว่า วัดเบญจบพิตร หมายความว่า วัดของเจ้านาย 5 พระองค์นั่นเอง

 

 

      ในปี พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกระทำผาติกรรม สร้างวัดแห่งใหม่เพื่อเป็นการทดแทนตามประเพณี ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดเบญจมบพิตร ขึ้นแทนวัดเก่า 2 วัด คือ วัดแหลมกับวัดไทรทอง เพื่อเป็นวัดประจำพระราชวังดุสิต เป็นวัดที่ทรงสถาปนาตามพระราชดำริว่า การสร้างวัดใหม่หลายวัดยากต่อการบำรุงรักษา ถ้ารวมเงินสร้างวัดเดียวให้เป็นวัดใหญ่ และทำโดยฝีมือประณีตจะดีกว่า

      จึงโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้ทรงออกแบบก่อสร้างพระอุโบสถและถาวรวัตถุอื่นๆ และมีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายช่างก่อสร้าง และพระราชทานนามว่า “วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม” ค่ะ

      และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2458 วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามได้ถูกจัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ดังนั้น ชื่อวัดจึงมีนามต่อท้ายด้วย "ราชวรวิหาร" มาจนถึงในปัจจุบันนี้ค่ะ


ข้อมูล วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก
http://www.dhammathai.org
http://www.resource.lib.su.ac.th

 

 

ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวย
แชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปัง ของคุณได้แล้วที่ แอปทรูไอดี
คลิกเลย >> TrueID Travel Community <<