คนวัยทำงานอย่างเราวัน ๆ ต้องเจอแต่ความเครียดความกดดันมากมาย ทั้งเรื่องงานทั้งเรื่องครอบครัว สมองมีแต่เรื่องตึงเครียด ชีวิตประจำวันของเราทุกวันนี้มีแต่งาน ตัวผู้เขียนเองก็เป็นค่ะ ทั้งเหนื่อยทั้งล้าจนบางวันรู้สึกว่าไม่ไหวเลยก็มี แต่ด้วยความที่ผู้เขียนเป็นคนชอบไปเที่ยวธรรมชาติ จึงชอบหาเวลาในช่วงวันหยุดไปนั่งรถไฟเที่ยวบ่อยๆ ส่วนใหญ่ก็จะไปแค่น้ำตกกับทะเล บางครั้งการที่เราได้เที่ยวคนเดียวบ้างก็ดีนะคะ ทำให้เราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น สำหรับตัวผู้เขียนเองชอบมากค่ะ เพราะมันอิสระดี ไม่เร่งรีบ และยังทำให้ได้อยู่คนเดียวมากขึ้นไม่มีใครมากวนใจเวลาที่คิดอะไรเพลิน ๆ ภาพถ่ายโดยผู้เขียน สำหรับทริปนี้ผู้เขียนได้หยุดงานติดต่อสามวันจึงถือโอกาสเก็บกระเป๋าไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณซะเลย เช่นเคยค่ะเดินทางคนเดียว ผู้เขียนไปขึ้นรถไฟที่สถานีศาลายารอบเช้าประมาณ 8 โมงครึ่ง หลังจากที่รถไฟออกจากสถานีศาลายา ผู้เขียนก็นั่งดูบรรยากาศสองข้างทางไปเรื่อย ๆ ในช่วงเช้าอากาศดีมากไม่ร้อนเท่าไหร่ ผู้เขียนก็มองข้างทางไปเรื่อย ๆ เห็นป่าเห็นต้นไม้ข้างทางเขียวขจีดูสบายตามาก ๆ ทำให้ลืมเรื่องเครียด ๆ ที่แบกมาจนหมด ผู้เขียนชอบการนั่งรถไฟมาก รู้สึกมีความสุข ทุกครั้งที่นั่งได้รถไฟ การนั่งรถไฟมองไปข้าง ๆ เรื่อย ๆ เสียบหูฟังฟังเพลง รถไฟโยกไปโยกมา มันเป็นอะไรที่มีความสุขมากค่ะ อยากให้คนที่แบกความเครียดเต็มหัวได้ลองมาปลดปล่อยความเครียดออกไป แล้วดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบนี้ดูบ้างค่ะ แล้วจะรู้ว่าการได้ออกไปเที่ยวคนเดียวมันมีความสุขแค่ไหน นั่งฟินจนเพลินเลยค่ะมารู้สึกตัวก็ถึงสถานีกาญจนบุรีแล้ว พอลงจากรถไฟมามีก็จะมีคนขับรถสองแถวมาถามว่าไหน ในตอนนั้นผู้เขียนพึ่งไปเป็นแรกจึงไม่รู้ว่าต้องไปไหนต้องไปยังไงจึงยืนงงอยู่แบบนั้นสักพัก ก็กลุ่มเด็กๆน่าจะเรียนมหาลัยกันแล้วมายืนดูแผนที่ท่องเที่ยวของกาญจนบุรีอยู่ข้างๆ แล้วก็คุยกันว่าจะไปไหน แล้วก็มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งถามว่าพี่จะไปไหน ผู้เขียนจึงตอบว่าไปน้ำตกเอราวัณ น้องผู้หญิงคนนั้นจึงชวนให้ไปกับกลุ่มของเขา ผู้เขียนเห็นมาคนเดียวแล้วก็ไม่รู้จะไปยังไงด้วยจึงตอบตกลงพวกและไปกับกลุ่มของน้องเขา พวกเรานั่งรถสองแถวรับจ้างไปแวะตามวัดต่าง ๆ ตามถ้ำ และที่ต่าง ๆ ระหว่างทางไปเรื่อย จนไปถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว รถสองแถวก็หยุดให้พวกเราลงตรงนี้ ผู้เขียนจึงเดินไปถ่ายรูปตรงสะพาน ตรงนั้นมีผู้คนมากมายเพราะเป็นช่วงวันหยุดมีทั้งคนไทยและต่างชาติ หลังจากนั้นก็เดินไปขึ้นรถประจำทางเพื่อไปที่น้ำตกเอราวัณนั่งรถมาได้สักพักใหญ่ ๆ เลยก็ถึงน้ำตกเอราวัณแต่ด้วยความที่มาถึงก็เย็นแล้วจึงต้องหาที่พักก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินขึ้นไปบนน้ำตก ภาพถ่ายโดยผู้เขียน ในตอนเช้าที่นี่บรรยากาศดีมาก อากาศสดชื่นเย็นสบาย รู้สึกว่าหายใจได้เต็มมปอด เนื่องจุดที่ผู้เขียนพักเป็นแพริมน้ำจึงทำให้เห็นทั้งแม่น้ำและภูเขา เป็นภาพที่สวยงามมาก ผู้เขียนไปหาอะไรทานแล้วจึงเดินขึ้นไปบนน้ำตก ในชั้นล่างๆก็ดูธรรมดาไม่ค่อยเท่าไหร่ผู้คนไม่เยอะมากเดินแบบสบาย ๆ แต่พอเริ่มขึ้นไปสูงขึ้นก็เริ่มเหนื่อย จนผู้เขียนต้องนั่งพัก ตรงจุดนั้นสวยมากน้ำเป็นสีฟ้าในน้ำมีปลาเต็มไปหมด นั่งดูปลาเพลิน ๆ สักพักก็เดินต่อขึ้นไปต่อถึงจุดที่เขายืนชมวิวกัน มองไปมีแต่สีเขียวสุดลูกหูลูกตา ยิ่งเดินสูงขึ้นก็ยิ่งเหนื่อย แต่พอไปถึงชั้นบนสุดก็ถึงกับหายเหนื่อยเลย ด้านบนน้ำตกสวยมาก มีคนขึ้นไปนั่งเล่นน้ำเต็มไปหมด ผู้เขียนก็ได้ไปนั่งเอาขาแช่น้ำเหมือนกันค่ะ น้ำเย็นมากนั่งดูเด็ก ๆ เล่นน้ำกันจนเพลินเลย ลมก็เย็น อากาศก็ดี วิวก็สวย ผู้เขียนนั่งมองผู้คนเล่นน้ำกันเพลินดูเวลาอีกทีก็บ่ายกว่าๆแล้วจึงเดินลงจากน้ำตกลงมาเรื่อย ๆ น่าแปลกใจมากตอนขึ้นไปรู้สึกว่าช้ามากไม่ยอมถึงสักที แต่พอกลับขากลับทำไมรู้สึกว่าลงมาถึงเร็วจัง ลงมาถึงด้านล่างก็บ่ายแก่แล้วผู้เขียนกะว่าจะเดินทางกลับเลย จึงมานั่งรอรถประจำทางแต่บังเอิญมีคุณลุงกับคุณเข้ามาถามว่าจะไปไหนเมื่อทราบว่าจะกลับกรุงเทพคุณป้าก็ให้ติดรถมาด้วยกันเพราะมาทางเดียวกัน สรุปในการเดินทางกลับครั้งโชคดีมากที่มีคุณลุงกับคุณป้าให้กลับมาด้วยจึงทำให้ได้กลับบ้านไวขึ้น ในการเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่มีความสุขมาก ได้อยู่กับธรรมชาติจนลืมเรื่องราวความทุกข์ต่างๆไปหมด ได้พบมิตรภาพกับเพื่อนต่างต่างวัยอย่างน้องๆกลุ่มนั้น และยังได้เจอกับคุณลุงคุณป้าใจดีทั้งสอง สำหรับใครที่ไม่เคยเที่ยวแบบนี้อยากให้ลองดูค่ะ แล้วจะรู้ว่ามีความสุขมากแค่ไหนค่ะ บางครั้งการไปเที่ยวคนเดียวก็ทำให้เรามีความสุขได้ไม่น้อยเลยนะคะ ภาพถ่ายโดยผู้เขียน