เสาชิงช้าสีแดงเด่นตระหง่าน ย่านเสาชิงช้า แลนด์มาร์คตัวแม่ใจกลางพระนครที่บอกเลยว่าต้องเช็กอิน เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่เสาแดงในตำนาน แต่ยังรายล้อมไปด้วยวัดเก่าแก่สุดจึ้ง ร้านอาหารระดับตำนาน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยในอดีตผสมผสานกับวิถีชีวิตปัจจุบันได้อย่างลงตัว เติมพลังกันก่อนลุย ณ ร้านโกปี๊เฮี๊ยะ มาที่แรกก่อนไปเสาชิงช้า เราจะมาลองร้านอาหารที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ ๆ กับเสาชิงช้า นั่นคือ ร้านโกปี๊เฮี๊ยะไถ่กี่ ณ เสาชิงช้า ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ตัวร้านเป็นร้านอาหารเล็ก ๆ การตกแต่งสไตล์ย้อนยุค บรรยากาศดี ภายในร้านมีที่นั่งเยอะพอสมควร เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 7.00 - 20.00 น. ในวันที่ไปนั้นมีคิวที่ค่อนข้างเยอะ จะมีพนักงานแจกบัตรคิว เมื่อถึงคิวแล้วต้องไปสั่งอาหารที่เคาท์เตอร์ จากนั้นไปนั่งรอที่โต๊ะของตัวเอง เมื่อได้อาหารแล้วต้องไปเอาอาหารเองที่เคาท์เตอร์จุดเดียวกับตอนสั่ง หยิบช้อนส้อมที่จุดบริการ กลับมานั่งทานที่โต๊ะของตัวเอง อาหารที่สั่งมากินก็เป็นเมนูแนะนำของทางร้าน คือ ไข่กระทะ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ ชาซีลอนเย็น ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของร้าน รสชาติอร่อยและไม่ซ้ำใคร อย่าลืมแวะวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร เติมพลังเสร็จแล้วก็ออกเดินกันต่อ เดินออกจากร้านเลี้ยวซ้ายตรงไปเรื่อย ๆ จะเห็นเกาะกลางถนนที่มี เสาชิงช้าตั้งตระหง่านอยู่ทางขวามือ ข้ามถนนไปจะพบว่าเสาชิงช้ามีขนาดใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก บริเวณโดยรอบเป็นลานกว้าง เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูป มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติแวะมาเช็กอินกันตลอด จากนั้นข้ามถนนมาอีกฝั่ง จะเจอกับวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า วัดสุทัศน์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ภายในประดิษฐาน พระศรีศากยมุนี (หลวงพ่อโต) เป็นพระประธานของวัด เปิดให้เข้าชมทุกวัน คนไทยสามารถเข้าชมได้ฟรีและชาวต่างชาติมีค่าบริการคนละ 100 บาท แนะนำว่าควรมาช่วงเช้า ๆ อากาศจะเย็นสบาย ไม่ร้อน พอสายมาแดดก็เริ่มออกแล้ว อย่าลืมเตรียมร่มหรือเสื้อกันยูวีมาด้วยล่ะ เทวสถาน ตรงข้ามเสาชิงช้าจะพบกับเทวสถานหรือสำนักพราหมณ์พระราชครูในสำนักพระราชวัง ซึ่งเป็นโบสถ์พราหมณ์เก่าแก่ของย่านนี้ เดิมเคยใช้ประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา เช่น พิธีโล้ชิงช้า บริเวณด้านหน้าประดิษฐานเทวรูปพระพรหม และภายในยังมีเทวสถานพระอิศวร พระมหาวิฆเณศวร (พระคเณศ) และพระนารายณ์ เป็นอีกจุดที่สายมูไม่ควรพลาด แวะเติมพลังกันก่อนไปกันต่อที่ถนนมหรรณพ มูเสร็จก็ได้เวลาเติมพลังรอบสอง! เราไปกันต่อที่ถนนมหรรณพกับร้านลั่นฟ้า ร้านข้าวมันไก่เบตงเจ้าดังที่เปิดมานานกว่า 30 ปี โชคดีที่ตอนไปถึงมีโต๊ะว่างพอดี แถมอาหารก็มาไวมากไม่ถึง 10 นาที ข้าวมันไก่ที่นี่เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปกลมกล่อมและน้ำจิ้มรสเด็ด ไก่สับเนื้อนุ่มกินคู่กับข้าวมันหอม ๆ บอกเลยว่าฟินลืม! ทานคาวเสร็จก็ต้องทานหวาน เดินออกในถนนเส้นเดียวกันจะเจอกับร้านป้านิด เป็นร้านน้ำชงสูตรโบราณขวัญใจคนย่านนี้ โดยจุดเด่นของร้านป้านิดคือฝีมือการชงน้ำกับสไตล์การแต่งตัวที่ใครเห็นต้องมีสะดุดตา ในร้านมีขายน้ำชงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโกโก้ ชาไทย ชาเขียว ในบางเมนูจะมีส่วนผสมของนมสดแท้ ๆ ซึ่งช่วยทำให้มีรสชาติที่หอม หวาน กลมกล่อมยิ่งขึ้น ราคาเข้าถึงง่ายแค่ 40 บาทต่อแก้วเท่านั้น เปิดทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 18.30 น. ศาลเจ้าพ่อเสือ สายมูห้ามพลาด! นอกจากถนนมหรรณพจะมีร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดังแล้ว หากเราเดินเข้าจนสุดทางจะพบกับศาลเจ้าพ่อเสือ เป็นสิ่งศักสิทธิ์ที่เคารพนับถือของเจ้าไทยเชื่อสายจีน มีเทพเจ้าประจำศาล คือ เสียนเทียนซั่งตี้ หรือเจ้าพ่อเสือ เชื่อว่าเจ้าพ่อจะช่วยเสริมอำนาจบารมี การเงิน การงาน การค้า ให้เจริญรุ่งเรือง ภายในศาลจะมีจุดจำหน่ายเครื่องบูชา โดยจะมีธูป 18 ดอกและเทียน 1 คู่เป็นเครื่องสักการะ มีป้ายเขียนบอกลำดับจุดที่ต้องบูชา และยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการมาแก้ชงอีกด้วย ร้านขนมถั่วแปปสด เจ้าเก่าเจ้าเดิมในย่านนี้ ก่อนจะโบกมือลา อย่าลืมแวะร้านยุ้ยขนมถั่วแปป เจ้าเก่าเจ้าเดิม ที่อยู่ติดกับร้านน้ำป้านิด ร้านนี้ทำขนมถั่วแปปสดใหม่ให้ชมระหว่างรอคิวกันไปเลย เรารอขนมประมาณ 5-10 นาทีก็ได้กินขนมถั่วแปปอุ่น ๆ แป้งนุ่มหอมถั่ว จะกินเปล่า ๆ หรือจิ้มน้ำตาลเพิ่มความหวานก็เริ่ด ชุดละ 45 บาท มาทั้งทีต้องอย่าลืมแวะมาลอง! จบ One Day Trip ณ เสาชิงช้า จบทริปเสาชิงช้าแบบแฮปปี้ ได้ทั้งรูปสวย ๆ ไหว้พระเสริมดวง และของกินแบบจุก ๆ การเดินทางก็ง่ายมาก แค่นั่ง MRT มาลงสถานีสามยอดแล้วเดินตาม Map มาที่ร้านโกปี๊เอี๊ยะก่อน จากนั้นก็ไล่เก็บแลนด์มาร์คทั้งเสาชิงช้า วัดสุทัศน์ และเทวสถาน ช่วงเที่ยงก็เดินมาฝากท้องที่ถนนมหรรณพที่มีของอร่อยให้เลือกเพียบ จากนั้นเราสามารถเดินย้อนกลับทางเดิมไปขึ้นรถไฟฟ้าได้แบบสบายๆ เป็น One Day Trip ที่ครบรสสุด ๆ รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !