"อิติปิโส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ" วัดจุฬามณี วัดเก่าแก่ริมคลองอัมพวาแห่งเมืองแม่กลอง สร้างมาตั้งแต่ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ราว พ.ศ. 2172–2190 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เดิมชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “วัดแม่เจ้าทิพย์” หรือ “วัดแม่ย่าเจ้าทิพย์” เพราะมีผู้มีศรัทธานามว่า “ท่านทิพย์” เข้ามาช่วยบูรณะวัดที่เคยทรุดโทรมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จนผู้คนเรียกชื่อวัดตามผู้ที่อุปถัมภ์สืบต่อกันมา ตลอดหลายร้อยปี วัดแห่งนี้ผ่านทั้งช่วงรุ่งเรืองและซบเซา มีผู้คนเข้ามาทำนุบำรุงอยู่เรื่อย ๆ กระทั่งมาถึงยุคของ หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท พระเกจิชื่อดังแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง ผู้ปลุกชีวิตวัดจุฬามณีให้กลับมาเป็นศูนย์รวมศรัทธาอีกครั้ง หลวงพ่อเนื่องเป็นที่เลื่อมใสทั้งด้านพุทธาคม วิชาอาคมโบราณ และความแม่นยำในการทำนาย จนหลายคนยกให้เป็นยุคทองของวัดอย่างแท้จริง หลังจากนั้น ภารกิจแห่งศรัทธาถูกสานต่อโดย หลวงพ่ออิฏฐ์ หรือพระครูโสภิตวิริยาภรณ์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ผู้สร้าง “ท้าวเวสสุวรรณ” ตามนิมิตความเชื่อ จนกลายเป็นจุดศรัทธาสำคัญที่ทำให้ผู้คนจากทั่วประเทศหลั่งไหลมากราบไหว้ไม่ขาดสายพูดแบบง่าย ๆ ถ้าเอ่ยถึง “ท้าวเวสสุวรรณ” ชื่อของวัดจุฬามณีแทบจะติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยแบบไม่ต้องสงสัยเลยครับ วัดจุฬามณีไม่ได้มีชื่อเสียงแค่เรื่องการขอพรหรือความศักดิ์สิทธิ์ของท้าวเวสสุวรรณเท่านั้น แต่ยังเป็นวัดโบราณคู่เมืองอัมพวาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และกลิ่นอายความคลาสสิกของลุ่มน้ำแม่กลอง วันนี้เราจะพาทุกคนเดินเที่ยวแบบครบทั้งสายบุญ สายมู และสายถ่ายรูป กับ 5 จุดไฮไลท์ห้ามพลาด ของวัดแห่งนี้ ที่บอกเลยว่ามาแล้วต้องแวะให้ครบครับ 1. ลานเทวบดี (จุดสักการะท้าวเวสสุวรรณโณ) จุดนี้ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดของวัดจุฬามณี และเป็นจุดที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้มากที่สุด โดย หลวงพ่ออิฏฐ์ มีดำริให้จัดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณขนาดใหญ่ขึ้นบริเวณด้านข้างอุโบสถ เพื่อรองรับพุทธศาสนิกชนที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากองค์ท้าวเวสสุวรรณเดิมซึ่งประดิษฐานอยู่ในพื้นที่เล็กเริ่มคับแคบไม่เพียงพอ องค์ประธานตรงกลางเป็น “ปางหน้ายักษ์” มีลักษณะโดดเด่นทั้งความสง่างามและความเข้มขลัง ตามคติความเชื่อของไทย ท้าวเวสสุวรรณถือเป็นหนึ่งในจตุโลกบาล ผู้ปกปักรักษาทิศเหนือ และเป็นเทพผู้คุ้มครองจากสิ่งไม่ดี ภูตผี และอัปมงคลต่าง ๆ จึงทำให้ผู้คนจำนวนมากนิยมมาขอพรเรื่องโชคลาภ การงาน การค้าขาย รวมถึงขอให้ชีวิตราบรื่นปลอดภัย บรรยากาศบริเวณลานเทวบดีค่อนข้างอลังการ โดยเฉพาะช่วงเย็นและวันหยุดจะเต็มไปด้วยผู้ศรัทธาที่เดินทางมากราบไหว้ จุดธูป และถวายของแก้บนกันอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเป็นหัวใจแห่งศรัทธาของวัดจุฬามณีในยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้ครับ 2. อุโบสถจัตุรมุขหินอ่อน อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดของวัดจุฬามณีคือ “อุโบสถจัตุรมุขหินอ่อน” อาคารขนาดใหญ่สุดอลังการที่ผสมผสานศิลปกรรมไทยร่วมสมัยเข้ากับความประณีตแบบโบราณได้อย่างลงตัว โดยเริ่มวางรากฐานก่อสร้างมาตั้งแต่สมัย หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท เมื่อราวปี พ.ศ. 2511 ก่อนจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในยุคของ หลวงพ่ออิฏฐ์ ตัวอุโบสถสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหลัง โดดเด่นด้วยรูปแบบ “จัตุรมุข” หรือมีมุขยื่นออกทั้ง 4 ทิศ สื่อถึงความสมดุลและความสง่างามตามคติสถาปัตยกรรมไทย เมื่อมองจากภายนอกจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ตั้งแต่แรกเห็น ส่วนภายในยิ่งอลังการไม่แพ้กัน เพราะพื้นอุโบสถปูด้วยหินหยกสีเขียวนำเข้าจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน ซึ่งให้ความรู้สึกเย็นสบายทันทีเมื่อเดินเข้าไป อีกหนึ่งความงดงามที่หลายคนประทับใจคือจิตรกรรมฝาผนังลายรดน้ำขนาดใหญ่ ที่บอกเล่าเรื่องพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และวรรณคดีไทยต่าง ๆ อย่างละเอียดอ่อน โดยใช้เวลาเขียนด้วยมือยาวนานหลายปี กว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในแบบที่เห็นทุกวันนี้ ภายในอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานพระประธานองค์สำคัญของวัด เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสีทองอร่าม ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีสูงเด่น รายล้อมด้วยโคมไฟระย้าและลวดลายตกแต่งสุดวิจิตร ทำให้บรรยากาศภายในดูสงบ ขลัง และเต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธา สายบุญส่วนใหญ่นิยมเข้ามากราบพระประธานภายในโบสถ์ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมพลังใจ แล้วค่อยออกไปสักการะท้าวเวสสุวรรณหรือขอพรด้านโชคลาภตามจุดต่าง ๆ ภายนอกวัด ถือเป็นอีกหนึ่งธรรมเนียมที่หลายคนเชื่อกันว่าช่วย “เปิดทาง เปิดดวง” ก่อนเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ครับ 3. วิหารวัดจุฬามณี ถัดจากอุโบสถหินอ่อน หากเดินต่อมาอีกเล็กน้อยจะพบกับ “พระวิหารวัดจุฬามณี” อาคารอีกหนึ่งจุดสำคัญของวัดที่หลายคนอาจเดินผ่าน แต่จริง ๆ แล้วเต็มไปด้วยบรรยากาศสงบและเสน่ห์แบบวัดไทยโบราณ ภายในวิหารประดิษฐานพระประธานเก่าแก่ที่มีพุทธลักษณะงดงาม ดูสงบน่าเลื่อมใส โดยรอบตกแต่งอย่างเรียบง่าย ต่างจากโซนลานท้าวเวสสุวรรณที่เต็มไปด้วยผู้คนและความคึกคัก ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นมุมพักใจของหลายคนที่อยากเข้ามานั่งสงบจิตใจแบบเงียบ ๆ จุดเด่นของวิหารแห่งนี้คือบรรยากาศร่มเย็น ลมพัดผ่านตลอดทั้งวัน เมื่อเดินเข้ามาจะรู้สึกถึงความนิ่งและสบายใจ เหมาะสำหรับนั่งกราบพระ ทำสมาธิ หรืออธิษฐานขอพรในเรื่องชีวิต ครอบครัว และความสงบร่มเย็นมากกว่าสายขอโชคลาภแบบด้านนอก สำหรับสายเที่ยววัด บริเวณนี้ยังเป็นอีกมุมที่สะท้อนเสน่ห์ของวัดจุฬามณีได้ดี เพราะยังคงกลิ่นอายความเป็นวัดเก่าแก่ริมคลองอัมพวาเอาไว้ค่อนข้างชัด ทั้งสถาปัตยกรรม บรรยากาศ และความเรียบง่ายที่แตกต่างจากความอลังการของโซนหลักด้านหน้าอย่างเห็นได้ชัดครับ 4. วิหารเรือนไทย (ศาลาการเปรียญหลวงพ่อเนื่อง) อีกหนึ่งจุดสำคัญที่เปรียบเสมือนหัวใจแห่งศรัทธาของวัดจุฬามณี คือ “วิหารเรือนไทย” หรือศาลาการเปรียญหลวงพ่อเนื่อง อาคารเรือนไทยไม้สักทองขนาดใหญ่ที่ยังคงความงดงามแบบไทยดั้งเดิมเอาไว้อย่างสมบูรณ์สถานที่แห่งนี้เคยเป็นกุฏิและที่พำนักของ หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท พระเกจิชื่อดังแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง ผู้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูวัดจุฬามณีให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง จนกลายเป็นที่เคารพศรัทธาของลูกศิษย์ทั่วประเทศ ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน “สรีระสังขารหลวงพ่อเนื่อง” ภายในโลงแก้ว เพื่อให้ลูกศิษย์และผู้มีจิตศรัทธาได้ขึ้นไปกราบสักการะอย่างใกล้ชิด หลายคนเชื่อว่าท่านเป็นพระที่เปี่ยมเมตตาและมีบารมีสูง จึงมักนิยมมาขอพรเรื่องชีวิต การงาน สุขภาพ และความเป็นสิริมงคล สิ่งที่ทำให้จุดนี้โดดเด่นไม่แพ้ความศักดิ์สิทธิ์ คือความงามของสถาปัตยกรรมภายใน ตัวอาคารตกแต่งด้วยงานพุทธศิลป์ไทยแบบโบราณ ทั้งผนัง เสา คาน และเพดาน ล้วนประดับด้วยลวดลายรดน้ำปิดทองอย่างละเอียดอ่อน มองไปทางไหนก็สัมผัสได้ถึงความประณีตและกลิ่นอายศิลปกรรมไทยชั้นครู บรรยากาศด้านในค่อนข้างสงบ หลายคนจึงเลือกมานั่งพักใจ สูดบรรยากาศเย็น ๆ ของเรือนไทยไม้เก่า และใช้เวลาอยู่กับความเงียบสงบสักพักก่อนเดินเที่ยวต่อ ถือเป็นอีกมุมที่ทั้งสวย คลาสสิก และเต็มไปด้วยพลังศรัทธาของวัดจุฬามณีครับ 5.ท้าวเวสุวรรณองค์แรก อีกหนึ่งจุดที่สายมูและสายศรัทธาไม่พลาดคือ “ท้าวเวสสุวรรณองค์แรก” หรือองค์สีขาวในปางเทวดา ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสศรัทธาท้าวเวสสุวรรณแห่งวัดจุฬามณีที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ตามเรื่องเล่าของทางวัด หลวงพ่ออิฏฐ์ ได้เกิดนิมิตฝันเห็นท้าวเวสสุวรรณพาไปยังยมโลก พร้อมบอกให้กลับมาสร้างรูปเคารพของท่าน เพื่อช่วยปกปักคุ้มครองผู้คนและผู้มีจิตศรัทธา หลังจากนั้นจึงมีการจัดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณขึ้นเป็นครั้งแรกภายในวัด และกลายเป็นต้นกำเนิดของศรัทธาที่ทำให้ชื่อของวัดจุฬามณีเป็นที่รู้จักไปทั่วไทยในเวลาต่อมา บริเวณนี้ถือเป็นจุดดั้งเดิมของการสักการะท้าวเวสสุวรรณของวัด โดยรอบจะประดิษฐานองค์ท้าวเวสสุวรรณทั้ง 4 ปาง ซึ่งแต่ละปางมีความหมายและความเชื่อแตกต่างกันออกไป ปางพรหมาสูติเทพ: รูปกายสีทอง สวมภูษาสีทอง เชื่อกันว่าเด่นด้านโชคลาภ เงินทอง และความมั่งคั่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ขอพรเรื่องการเงิน การค้าขาย และความเจริญรุ่งเรือง ปางเทพบุตรสูติเทพ: รูปกายสีทอง สวมภูษาสีแดง เป็นปางแห่งเสน่ห์ ความรัก และสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา ผู้คนจึงนิยมมาขอพรเรื่องคู่ครอง ความรัก และความสัมพันธ์ ปางจาตุมหาราช: ปางยักษ์ร่างใหญ่ที่หลายคนคุ้นตา รูปกายสีเขียวเข้มหรือดำ สวมภูษาสีเขียว เชื่อว่าเด่นด้านการปกป้องคุ้มครอง ปัดเป่าสิ่งไม่ดี ภูตผี และอัปมงคลต่าง ๆ ปางมนุษย์: เป็นปางที่เชื่อกันว่าช่วยเรื่องชีวิตราบรื่น ทำสิ่งใดก็ผ่านพ้นอุปสรรค เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงในการใช้ชีวิตและหน้าที่การงาน ด้วยความเชื่อว่าท้าวเวสสุวรรณเป็นเทพผู้ดูแลทรัพย์สมบัติและคุ้มครองมนุษย์จากสิ่งชั่วร้าย จึงทำให้ผู้คนจำนวนมากนิยมพกเหรียญ รูปหล่อ หรือผ้ายันต์ของท่านติดตัว บางคนถึงขั้นตั้งภาพท้าวเวสสุวรรณไว้หน้าจอโทรศัพท์มือถือ โดยเชื่อว่าจะช่วยเสริมบารมีและความสำเร็จในการติดต่อการงานอีกด้วย วัดจุฬามณีอาจเป็นที่รู้จักในฐานะวัดดังแห่งสายมูและศูนย์รวมศรัทธาของท้าวเวสสุวรรณ แต่เมื่อได้ลองเดินเข้าไปสัมผัสจริง ๆ จะพบว่าสถานที่แห่งนี้มีมากกว่าการขอพร เพราะทุกมุมของวัดล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ ศิลปกรรมไทย และบรรยากาศสงบแบบวัดเก่าแห่งลุ่มน้ำแม่กลองที่ยังคงเสน่ห์เอาไว้ได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นความอลังการของอุโบสถหินอ่อน ความขลังของท้าวเวสสุวรรณองค์แรก หรือความสงบร่มเย็นภายในวิหารเรือนไทย ทุกจุดต่างสะท้อนแรงศรัทธาที่สืบทอดต่อกันมาหลายยุคหลายสมัยและบางที…เสน่ห์ที่แท้จริงของวัดจุฬามณี อาจไม่ใช่แค่การ “มาขอ” แต่คือความรู้สึกอิ่มใจ สงบใจ และได้กลับออกไปพร้อมพลังบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ด้วยคำพูด หากมีโอกาสแวะมาอัมพวา ลองหาเวลาสักครึ่งวันเดินเที่ยววัดจุฬามณีแบบช้า ๆ แล้วคุณอาจเข้าใจว่าทำไมวัดแห่งนี้ถึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ศรัทธาที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดของเมืองไทยครับ ที่อยู่ : 93 หมู่ 9 ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม แผนที่ : https://goo.gl/maps/tHaPfvudoJaprJyx8 เวลา : 08.00-17.00 น. เบอร์โทร : 08-1845-0713 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/watjulamanee ภาพและเนื้อหาโดย : เสือซ่อนยิ้ม อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !