สัมผัสวิถีชีวิตภายใต้ท้องฟ้าสีครามและทุ่งหญ้าของชาวมองโกลเลีย หากเคยไปเที่ยวที่ต่างๆของประเทศจีนวันที่แล้ว ฮ่องกง มาเก๊าหรือท่องเที่ยวในเขตเมืองจนเบื่อแล้ว ในบทความนี้ เรามีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในประเทศมองโกลเลียกันบ้าง ที่ซึ่งเป็นการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่ในการไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวมองโกล ชนเผ่าเร่ร่อนกันที่เขตปกครองตนเอง บ้านพี่เมืองน้องกันกับประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ขอบคุณภาพจาก pixabay ด้วยความที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน หากใครรู้จักเจงกิสข่านก็จะพอนึกภาพออกว่าชาวมองโกลเลียเป็นอย่างไร การท่องเที่ยวในแบบสัมผัสวิถีชีวิตของชาวมองโกลนั้น อันดับแรกท่านต้องมีงบที่มากหน่อย หากซื้อเป็นแพคเก็จทัวร์ ก็จะตกอยู่ที่ ห้าหมื่นบาท อันนี้คือรวมกินเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ เช่นวัด ทะเลสาบ ค่าเครื่องบินไปกลับ ราคานี้แม้จ่ายแบบจุกๆแต่รับรองคุ้มแน่ ๆ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า การไปเที่ยวมองโกลเลียเองนั้น ควรซื้อทัวร์ดีกว่า เพราะเราไม่อาจจะรับรองความปลอดภัยได้เนื่องจากพื้นที่ที่ไปห่างไกลความเจริญมาก ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้าทุกอย่างคือธรรมชาติจริง ๆ ซึ่งทัวร์ที่ซื้อคือชาวมองโกลเลียในพื้นที่จะชำนาญและดูแลความปลอดภัยให้เราได้ดีกว่าการไปไม่มีทัวร์ ขอบคุณภาพจาก pixabay ข้อควรรู้ของการมาเที่ยวมองโกลเลียนั้น ต้องรู้ไว้เลยว่า มาเที่ยวที่นี้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก ท่านจะต้องพกทิชชู่เปียกไปซึ่งสำคัญมาก เพราะห้องน้ำที่นี้เป็นแบบมีหลังคา ไม่มีประตู เป็นการนั่งส้วมที่เวิ้งว้างมาก ส้วมนั้นเป็นแบบออริจินอลของส้วม คือขุดหลุมเอาไม่พาดสองข้างเว้นตรงกลางไว้ให้พอเหยียบได้ จากนั้นก็ทำภารกิจจ้า ไม่มีน้ำล้างนะจ้ะ ดังนั้นอย่าลืมทิชชู่ เรื่องของที่พัก ทุกคนจะได้นอน เกอร์ เกอร์นั้นคือที่พักแบบชาวมองโกลหรือเรียกว่ากระโจมก็ได้ ส่วนเรื่องของอาหารการกิน มาที่นี้คุณจะได้แทะขาแกะ ขาม้า ขาแพะ แบบทั้งขาและชีส นม เนย หากกังวลว่าจะเลี่ยนแนะนำให้พกน้ำพริกแห้ง ๆ ติดไปด้วย ขอบคุณภาพจาก Pixabay จุดไฮไลท์ที่หลายคนอย่างมาคือ การมาเห็นท้องฟ้าใส ๆ สีฟ้ากว้าง ๆ กับทุ่งหญ้าเขียวขจี มาที่นี้คุณได้เห็นแบบนี้แน่นอน หากมาในหน้าหนาวคุณจะได้เห็นท้องฟ้าสีครามและทุ่งหิมะแทน สวยไปอีกแบบ ถ้าอยากตัดขาดโลกภายนอกแล้วออกไปใช้ชีวิตแบบนี้ต้องลองไปสักครั้ง สำหรับคนที่อยากเล่นกิจกรรมกับนักเขียน หรืออยากอ่าน นิยาย + 100 ซีรี่ส์ห้ามพลาด แอดไลน์ @ThaiBrand หรือจิ้มลิ้งนี้เลยจ้า >> https://lin.ee/8vLdSOD ขอบคุณภาพจาก pixabay Km33