วัดสุทัศน์เทพวรารามถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางจิตวิญญาณใจกลางกรุงเทพฯ ที่สายมูต้องมาเช็คอินให้ได้สักครั้งในชีวิตไฮไลต์สำคัญคือการกราบขอพร พระศรีศากยมุนี พระประธานองค์ใหญ่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีเมตตาบารมีสูงมาก เชื่อกันว่าใครที่มาขอพรที่นี่จะช่วยให้ชีวิตที่ติดขัดกลับมาราบรื่นและมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ภาพที่ 1 ภาพถ่ายภายในวัดสุทัศน์เทพวราราม Cr. Fitne Thanakorn สำหรับการทำบุญเสริมดวง แนะนำให้เดินเวียนเทียนรอบพระวิหารหลวงเพื่อรับพลังงานบวกและทำจิตใจให้สงบนิ่งก่อนเริ่มขอพร อย่าลืมเตรียมดอกบัวสีชมพูและธูปหอมมาถวายเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อโบราณ หลายคนนิยมมาแก้เคล็ดหรือถอนคำสาบานที่หน้าพระวิหาร ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่เป็นเอกลักษณ์และหาทำได้ยากจากวัดอื่นในพระนครนอกจากการไหว้พระประธานแล้ว การเดินชม พระอุโบสถ ที่ยาวที่สุดในไทยยังช่วยให้คุณได้ซึมซับงานศิลปะชั้นครูไปพร้อมกับการสะสมบุญ ภายในประดิษฐานพระพุทธตรีโลกเชษฐ์ที่งดงาม ช่วยเสริมบารมีด้านความมั่นคงและโชคลาภให้ชีวิต การได้มานั่งสมาธิสั้นๆ ในบรรยากาศที่เงียบสงบจะช่วยเติมพลังใจให้คุณได้ ภาพที่ 2 ภาพถ่ายภายในวัดสุทัศน์เทพวราราม Cr. Fitne Thanakorn จุดถ่ายรูปวัดสุทัศน์ ฟีลเมืองเก่าแต่เก๋แบบตะโกน พร้อมมุมลับเสาชิงช้าที่สายคอนเทนต์ห้ามพลาด ภาพที่ 3 ภาพถ่ายภายในวัดสุทัศน์เทพวราราม Cr. Fitne Thanakorn เตรียมกล้องให้พร้อมแล้วมาเช็คอินที่วัดสุทัศน์เทพวราราม แหล่งรวมงานสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกที่ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูแพงและมีสตอรี่ มุมมหาชนที่ห้ามพลาดคือการถ่ายภาพสะท้อนน้ำบริเวณลานรอบพระวิหารหลวงในช่วงที่แสงแดดอ่อนๆ แสงและเงาจะตกลงบนพื้นหินอ่อนช่วยสร้างมิติให้ภาพถ่ายของคุณดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสาร อีกหนึ่งจุดเช็คอินที่ต้องโพสต์ลงโซเชียลคือ ตุ๊กตาศิลาจีน หรือ "ถะ" ที่ตั้งเรียงรายอยู่รอบพระอารามซึ่งให้กลิ่นอายแบบวินเทจผสมผสานวัฒนธรรมไทย-จีน มุมนี้แนะนำให้ใส่ชุดผ้าไทยประยุกต์หรือชุดสีเอิร์ธโทนจะช่วยให้ตัวบุคคลเด่นขึ้นมาท่ามกลางงานหัตถศิลป์โบราณ ถือเป็นพิกัดที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์นิยมมาเก็บภาพสไตล์ย้อนยุคแต่ยังคงความทันสมัยไว้อย่างลงตัว เดินถัดมาที่บานประตูแกะสลักอันวิจิตรบรรจง ซึ่งเป็นงานศิลปะที่มีความละเอียดสูงและเป็นฉากหลังชั้นยอดสำหรับการถ่ายภาพ Portrait ลวดลายพันธุ์พฤกษาที่อ่อนช้อยจะช่วยเพิ่มความละเมียดละไมให้กับรูปภาพของคุณโดยไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์เพิ่มเลย หากมาในช่วงบ่ายแก่ๆ แสงสีทองจะส่องกระทบบานประตูทำให้ได้มู้ดแอนด์โทนที่ดูอบอุ่นและหรูหราไปพร้อมๆ กัน ภาพที่ 4 ภาพถ่ายเสาชิงช้า Cr. Fitne Thanakorn เมื่อเดินออกจากเขตวัด พลาดไม่ได้กับการข้ามไปถ่ายรูปคู่กับ เสาชิงช้า ในมุมจากฝั่งหน้าลานคนเมืองที่เห็นตัวเสาสีแดงตัดกับท้องฟ้ากว้าง มุมนี้คือที่สุดของความเก๋ที่บอกให้โลกรู้ว่าคุณมาถึงใจกลางกรุงเทพฯ แล้ว แนะนำให้รอช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่ไฟสปอร์ตไลท์เริ่มสว่างขึ้น จะได้ภาพบรรยากาศเมืองเก่าที่โรแมนติกและดูน่าค้นหามากกว่าช่วงกลางวัน ปิดทริปถ่ายรูปด้วยการเดินไปที่ สวนรมณีนาถ ที่อยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งเป็นคุกเก่าที่ถูกรีโนเวทเป็นสวนสาธารณะสุดชิคสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกของที่นี่จะช่วยเปลี่ยนฟีลภาพถ่ายของคุณให้ดูเหมือนอยู่ต่างประเทศได้ในพริบตา รับรองว่ามาทริปเดียวได้รูปอัปโหลดลงไอจีได้เป็นเดือนจนเพื่อน ต้องตามมากดไลก์และถามพิกัดกันรัวๆ