การตั้งแคมป์เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวโดยเป็นการใช้ชีวิตกลางแจ้งที่นิยมมากขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลากับธรรมชาติหรือในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งการตั้งแคมป์อาจเริ่มต้นด้วยการใช้เวลาตอนกลางคืนในเต็นท์ที่สวนหลังบ้านของคุณ หรือถ้ามีเวลาว่างอาจจะออกไปท่องเที่ยวยังต่างจังหวัดหรือต่างประเทศดูก็ได้นะ ถ้าคุณได้ไปพักในสถานที่ที่ให้บริการในการตั้งแคมป์ นอกจากได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว คุณยังสามารถที่จะตกปลา ทำอาหาร เล่นเกมส์ และเล่นกีฬาได้เช่น การปั่นจักรยานเสือภูเขาหรืออาจจะแค่พักผ่อนก็ได้ค่ะ ประเภทของการตั้งแคมป์ คนส่วนใหญ่นิยมที่จะขับรถยนต์ส่วนตัวไปยังแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งแคมป์และตั้งเต๊นท์ที่นั่นได้เลย นี่เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด เพราะคุณสามารถนำทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการ สำหรับใช้ในวันหยุดพักผ่อนของคุณเข้าไปในรถได้เลย Photo by Harrison Haines on Pexels ต่อมาคือการเดินทางแบบรถบ้านนั้นจะสะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็มีราคาแพงกว่าเช่นกัน เพราะถ้าคุณไม่มีรถบ้านเป็นของตัวเองแล้วล่ะก็ หากอยากได้ความสะดวกสบายคุณก็จะต้องทำการเช่ารถนั่นเองค่ะ ซึ่งรถบ้านนั้นก็มีอยู่หลากหลายแบบตามความต้องการในการใช้งาน ตั้งแต่ขนาดเล็ก รถพ่วงขนาดใหญ่ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเช่น ที่นอน, ตู้เย็น, ห้องน้ำ และห้องครัวค่ะ Photo by Alan Caldwell on Pexels สำหรับเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ที่เป็นนักเดินทางไกลที่ชอบขนข้าวของสัมภาระต่าง ๆ ไว้บนหลัง พวกเขามักจะไปยังสถานที่ที่คุณไม่สามารถเดินทางโดยรถยนต์ได้ ซึ่งการเดินทางในลักษณะนี้จะต้องมีความแข็งแรงมาก เพราะคุณจะต้องเดินด้วยตัวเอง แถมยังต้องแบกน้ำหนักกระเป๋าไปพร้อม ๆ กันด้วย ฉะนั้นแล้วก่อนการเดินทางทุกครั้งควรหาเวลาออกกำลังกาย และดีที่สุดคือไม่นำสิ่งของที่ไม่จำเป็นไปด้วย เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังเป็นภาระให้กับเราอีกด้วยค่ะ Photo by Snapwire on Pexels อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง เต็นท์ ปกติจะทำจากไนลอนผ้าใบหรือวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ราคาไม่แพงและง่ายต่อการพกพาไปกับคุณ วัสดุต้องกันน้ำและติดตั้งง่ายด้วยนะ หากคุณต้องการนอนในเต็นท์คุณจะต้องใช้แผ่นรองพื้น และถุงนอนเพื่อช่วยปกป้องคุณจากความหนาวเย็นข้างนอกที่สำคัญคืออบอุ่นกว่าผ้าห่มอีกนะ Photo by Xue Guangjian on Pexels เครื่องแต่งกาย ก็มีความสำคัญเช่นกัน เมื่อคุณกำลังจะไปตั้งแคมป์ในวันหยุด ควรตรวจสอบการใช้เสื้อผ้าของคุณเพื่อให้เพียงพอ และช่วยปกป้องคุณจากแสงแดด ฝน และแมลงต่าง ๆ ควรมีขนาดที่น้ำหนักเบาสวมใส่ได้ง่าย และเสื้อแจ็คเก็ตที่ให้ความอบอุ่นเพียงพอสำหรับตอนกลางคืน พกเสื้อกันฝนและรองเท้าแตะไปด้วยค่ะ Photo by Kun Fotografi on Pexels สิ่งของอื่น ๆ ที่ต้องใช้ทุกวันเช่น แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน, สบู่, ครีมและแว่นกันแดด, หมวก, ไฟฉาย, มีดพก, อุปกรณ์ในการประกอบอาหาร, แบตเตอรี่สำรอง, แผนที่และเข็มทิศ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ GPS ค่ะ Photo by Elijah O'Donnell on Pexels ความปลอดภัย มีข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยที่คุณต้องทำเมื่อตั้งแคมป์กลางแจ้ง แคมป์ไฟเป็นหนึ่งในหลาย ๆ กิจกรรมที่คุณจะต้องทำอย่างแน่นอน เพราะสนุกและได้นั่งพูดคุยทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันด้วย แต่ควรดับไฟทุกครั้งหากคุณจะเข้านอนหรือกำลังจะกลับบ้าน เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดไฟไหม้และไฟป่าได้ค่ะ Photo by Vlad Bagacian on Pexels น้ำดื่มที่ปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน โดยปกติแล้วสถานที่ที่กำหนดไว้ให้ตั้งแคมป์มักจะมีน้ำให้ใช้ แต่ถ้าคุณไปอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ควรตรวจสอบให้แน่ใจล่วงหน้าด้วยว่าคุณจะมีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอ หรือถ้าไม่คุณก็ยังสามารถหาซื้อน้ำไปได้ค่ะ Photo by Julia Sakelli on Pexels ถ้าคุณไปปีนเขาในการเดินทางแคมป์ปิ้งนั้นให้ระวังอันตรายอื่น ๆ รอบตัวด้วยอย่าไปสัมผัสพืชที่มีพิษหรือที่คุณไม่คุ้นเคย หากคุณติดอยู่ในพายุฝนฟ้าคะนองให้ลองมองหาที่พัก หากคุณไม่สามารถหาบ้านหรืออาคารอื่น ๆ ได้ให้นั่งใต้ต้นไม้ในป่า และหลีกเลี่ยงต้นไม้สูงในที่โล่งแจ้งค่ะ ก่อนที่คุณจะออกจากบ้านควรบอกใครสักคน ว่าคุณจะไปที่ไหนและเมื่อไหร่คุณจะกลับมา หากคุณไม่เคยไปที่อื่นมาก่อนอย่าไปคนเดียว ในกรณีที่คุณหลงทางให้รอจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง พกไม้ขีดไฟไปด้วยเพื่อจุดไฟและให้ความอบอุ่นค่ะ Photo by Tofros.com on Pexels เมื่อเตรียมพร้อมสำหรับการไปแคมป์ปิ้งแล้ว ก็ออกไปลุยเลยค่ะ เที่ยวให้สนุก แล้วก็อย่าลืมรักษาสิ่งแวดล้อมกันด้วยนะ อย่าทำลายธรรมชาติ เมื่อกลับมาแล้วควรเก็บขยะของตัวเองกลับมาด้วยนะคะ เราจะได้มีที่เที่ยวสวย ๆ แบบนี้ไปนาน ๆ ค่ะ Credit : cover photo by Gabriel Hohol on Pexels