มีความประทับใจในจังหวัดน่านอีกหลายๆ อย่าง เพราะเปรียบเหมือนบ้านหลังที่ 2 ก็ว่าได้ เวลา 3 ปีที่อยู่ที่จังหวัดน่าน รู้สึกได้ว่าคนน่านที่นี่เหมือนมีความเป็นหนึ่งเดียวกันมากๆ มีแผนที่ท่องเที่ยวหลังเสื้อพื้นเมือง มีสติกเกอร์แผ่นที่จังหวัดน่านติดท้ายรถ มีเสื้อเอกลักษณ์เมืองน่าน มีลักษณะการพูดไม่เหมือนคนจังหวัดอื่น เหมือนเป็นญาติกันทั้งจังหวัดก็ว่าได้ เพราะเหมือนจะรู้จักกันหมด เวลาบอกชื่อหมู่บ้านที่อาศัย คนที่อื่นก็เหมือนจะมีญาติหรือรู้จักหมู่บ้านนั้นๆ คนต่างจังหวัดที่ไปอยู่ที่น่านก็รู้สึกได้ถึงความภูมิใจในความเป็นคนน่าน พอไปอยู่น่านนานๆ ก็เหมือนกลายเป็นคนน่านโดยความรู้สึก จนรู้สึกได้ว่าสำเนียงการพูดเหนือแบบน่านไม่เหมือนที่อื่น บางทีไปฟังสำเนียงคนเชียงใหม่พูดเหนือเหมือนคนภาคกลางหัดพูดภาษาเหนือเลย เพราะรู้สึกได้ถึงสำเนียงที่แตกต่าง (เชื่อว่าคนแต่ละจังหวัดในภูมิภาคเดียวกันก็ยังมีสำเนียงหรือคำที่ยังพูดต่างกันออกไป) เพิ่งมาเห็นภาพของคำว่า "คนเหนือเมฆ" หรือคนบนดอยอย่างชัดๆ ก็ตอนมาอยู่จังหวัดน่าน เพราะมีโอกาสไปบ้านนักเรียนที่อยู่นอกตัวอำเภอ เป็นพื้นที่บนภูเขาสูง ยิ่งไปตอนฤดูหนาวจะมีโอกาสเห็นหมอกอยู่คลุมบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กันบนเขา จนอยากอุทานออกมาว่า "คนเหนือเมฆ" เป็นแบบนี้นั่นเอง ที่นี่ก็มีคนไทยเชื้อสายอื่นๆ อีกมาก เช่น ม้ง (ไม่ควรเรียก แม้ว) เมี่ยน (เย้า) ลัวะ (ถิ่น) ฯลฯ ที่อาศัยอยู่บนภูเขาจริงๆ เราอาจจะเคยเห็นแต่ในหนังหรือภาพถ่าย พอมาเจอจริงๆ รู้สึกได้ถึงความวิถีความเป็นคนบนภูเขา เคยไปหมู่บ้านม้ง ขนาดเดือนเมษายน หน้าร้อน ยังรู้สึกได้ถึงความหนาวเลย ยิ่งเทศกาลปีใหม่ม้งก็จะเห็นชุดสวยๆ ของชนเผ่าม้งทั้งผู้ชายและผู้หญิงเลย และคนไทยเชื้อสายอื่นๆ ที่นี่ก็จะพูดได้อย่างน้อย ก็ 3 ภาษา คือ ภาษาถิ่น ภาษาเหนือ และภาษาไทยกลางอีกด้วยวัฒนธรรมที่จังหวัดน่านจะนับถือพระสงฆ์มาก แต่ขณะเดียวก็แสดงออกเหมือนคนในครอบครัวด้วยเดียวกัน พระสงฆ์ สามเณรที่มาอยู่วัดก็เปรียบเหมือนลูกหลานตนเอง มีอะไรก็จะมาถวายให้เสมอ และที่แปลกมากๆ ที่สังเกตได้ในศพ ซึ่งที่นี่นิยมเรียกว่า "งานสีดำ" ตอนทำบุญบำเพ็ญกุศลศพที่บ้าน คือ ทุกคนสามารถเป็นเจ้าภาพร่วมได้ แค่มีปัจจัยใส่ซอง 80 บาท ถวายรูปละ 20 บาท 4 รูป กี่คนก็ได้ที่มาร่วมงานสามารถไปร่วมถวายได้หมด ไม่ต้องใช้เงินที่ถวายเยอะเลย ส่วนอีกเทศกาลที่ได้บุญด้วย สนุกด้วย คือ พิธีตานก๋วยสลาก ประเพณีทำบุญให้ผู้ล่วงลับ หรือ "งานสลากภัต" ในภาคกลาง เพื่ออุทิศให้ผู้ล่วงลับ พระสงฆ์ สามเณรก็จะจับสลากหมายเลขจะได้เบอร์ของญาติโยมคนไหนต้องไปหาและให้พร วันนั้นพระสงฆ์ สามเณรก็จะเหนื่อยและสนุกไปกับการลุ้นว่าจะได้รับของถวายจากญาติโยมคนไหนอีกด้วย ส่วนการแข่งเรือก็จะได้ชมกันสดๆ ที่ริมน้ำน่านในตัวเมืองน่าน ติดต่อกันในหลายๆ วันตามจำนวนเรือที่ร่วมการแข่งขัน หรือจัดตามแต่ละอำเภอด้วยตามแต่ความสะดวก ตั้งแต่ช่วงกลางพรรษาจนถึงเดือนพฤศจิกายนเลย การลุ้นการแข่งเรือก็สนุกไม่แพ้การแข่งขันอย่างอื่นเช่นกัน นี่แหล่ะเสน่ห์ของเมืองน่าน ที่ได้สัมผัสมาตลอดระยะเวลา 3 ปีหมายเหตุ ทั้งหมดเป็นประสบการณ์ส่วนตัว เรื่องราวตั้งแต่ปี 2551-2554 อาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง ก็ต้องขออภัยคนพื้นที่ด้วยนะครับทุกภาพประกอบ โดยผู้เขียน และภาพจากหนานดุนย์ จ.น่านขอบคุณ Canva ช่วยตกแต่งปกให้สวยงามอยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !