เป็นครั้งแรกที่บินกับสายการบินlion air ระหว่างประเทศ ครั้งนี้อยากไปญี่ปุ่น เมือง Tochigi ในงบประหยัด 9 วัน ในงบ 3 หมื่นเลย พยายามหาตั๋วเครื่องบินไปกลับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ซึ่งเราเปรียบเทียบ อยู่ 3 สายการบินคือ Greater bay airlines Hong Kong airlines และ Thai lion air เราได้เลือกThai lion air เนื่องจากเป็นการแวะเติมน้ำมัน กลับมาขึ้นเครื่องลำเดิม ไม่ต้องกลัวว่า ถ้าไฟล์ทจากดอนเมืองดีเลย์แล้วจะตกเครื่อง และราคาดีถูกที่สุด ซึ่งได้มา 9495 บาท + 200 บาทเลือกที่นั่งฝั่งซ้าย เพราะ หวังว่าอาจจะเห็นฟูจิ ก่อนเครื่องลง และ + 320 บาท อาหาร 2 มื้อ SL394 เครื่องออก 06:15 เนื่องจากไม่โหลดกระเป๋า เลยมาถึงดอนเมือง 04:30 เช็คอินแล้วจะได้สติกเกอร์ international transfer สีแดงมาแปะ เวลา boarding 05:30 เครื่องออกตรงเวลาเป๊ะ เครื่องเต็ม ไม่เห็นที่ว่างเลย เครื่องเล็ก ที่นั่ง 3-3 ที่นั่งค่อนแคบพอสมควร เอนเก้าอี้ได้นิ๊ดหน่อย ไม่มีที่ชาร์จให้ เราผู้หญิงสูง 165 หนัก 56 นั่งแล้วยังแอบอึดอัด จะกางโต๊ะนั่งฟุบกับโต๊ะ ก็ก้มไม่ได้นะ หัวติด แคบไป เศร้ามากๆ เมื่อเครื่องขึ้น สัญญาณนัดเข็มขัดดับ ก็ได้อาหาร เลือกไว้เป็นข้าวไก่เทริยากิ รสชาติโอเค อร่อยดี หลังจากผ่านไปได้ เกือบ 4 ชั่วโมง ก็ถึง ไทเป ถึงก่อนกำหนดเวลานิ๊ดหน่อย ช่วง transit ที่แวะคือการรอเครื่องเติมน้ำมัน ต้องเอาสัมภาระ carry on ลงจากเครื่อง เมื่อลงจากเครื่องจะมีพนักงาน คอยแจกบัตร transit card สีแดงให้ และเดินนำเราพาไป ผ่าน security เข้าเครื่อง x-ray ใหม่ และกลับมาที่เกทเดิม กลับมาขึ้นเครื่องบินลำเดิม ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากๆ ไม่มีเวลาเดินดูอะไรทั้งนั้น แต่ก็ไม่ถึงกับต้องวิ่งหรือรีบจนเหนื่อยนะ ทำได้แค่ เข้าห้องน้ำและกดตู้หน้าหน้าเกทเท่านั้น เอาจริงๆ รูู้สึกดีที่ได้แวะ ออกมาเดินแปบนึงเพราะ ที่นั่งแคบมาก นั่งแล้วเมื่อยปวดก้นปวดหลังใช้ได้ ได้เดินยืดเส้นหน่อยก็รู้สึกดีขึ้น เครื่องออกจากไทเป ตรงเวลา เครื่องขึ้น สัญญาณนัดเข็มขัดดับ ก็ได้อาหาร เลือกไว้เป็นลาซานย่าไก่ รสชาติโอเคใช้ได้ นั่งไปอีก ประมาณ 3 ชั่วโมงก็ถึงนาริตะ ตรงเวลาเปะๆ เสียดายที่ อากาศไม่ค่อยดี ก่อนลง ไม่เห็นอะไรเลย ลาก่อน 200 ที่จ่ายเพิ่มไป เพราะ อยากเห็นฟูจิ ขามาจาก กรุงเทพผ่านไปเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาอะไร ทีนี้มาถึงขากลับ จะราบลื่นไป ก็ไม่ใช่ฉันหนะสิ ตอนเช็คอินพนักงานก็ได้แจ้งให้ทราบว่า ดีเลย์จร้าาาาา 1 ชั่วโมง ฉันที่เช็คตอนเช้าแล้วยังไม่มีแจ้ง ก็แอบเซ็งเพราะ เพื่อนกลับอีกไฟล์ทที่ออกช้ากว่า 1 ชั่วโมง ต้องรีบมาสนามบินพร้อมกัน ได้สติกเกอร์เปลี่ยนเครื่องสีแดงเหมือนเดิม ก็ได้แต่เดินเล่นไปเรื่อยๆ หาขอกิน เพราะขากลับไม่ได้ สั่งอาหารไว้ ขอนอกเรื่อง อันนี้อร่อยมากกก แนะนำ ห้ามพลาด ขากลับก็เครื่องเดิม เล็กเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือ ฉันที่ไป hike เข้าป่าขึ้นเข้า มาอย่างหนักหน่วง ปวดเมื่อยสุดๆ ก็คือ อยากจะกรีดร้อง เครื่องเต็มเหมือนเดิม แต่จะบ่นใครได้หละ เพื่อนชวนนั่ง full service ด้วยกันแต่ฉันอยากประหยัด 55555555 ความเศร้ายังไม่หมดแค่นี้ เพราะ เมื่อถึง ไทเป ได้ bus gate ต้องต่อรถบัสเข้าเทอมินอลจร้า แถมฝนตกด้วย มาถึงเทอมินอลก็มีคนคอยแจก transit card สีแดงให้เหมือนขามา และก็เหมือนเดิมคือ พนักงานเดินนำเราพาไป ผ่าน security เข้าเครื่อง x-ray ใหม่ และกลับมาที่เกทเดิม และก็ต่อรถบัสไปที่เครื่อง ซึ่งเที่ยวนี้ เค้าเร่งเรามากกว่าขามา เพราะน่าจะเครื่องดีเลย์มาเยอะแล้วมั้ง แล้วก็นั่งต่ออีก 3 ชั่วโมงกว่า ถึงดอนเมือง ตอนแรกดีใจมาก เพราะ กระเป๋ามาเร็วมากแต่ ที่มาเร็วคือ กระเป๋าที่มาจากไทเป ส่วนกระเป๋าที่มาจากนาริตะ รอนานมากกกก สรุปคือ ถึงจะนั่งไม่ค่อยสบาย ดีเลย์ชั่วโมงกว่าๆ (โชคดีที่ดีเลย์ขากลับ) ก็ถือว่าคุ้มค่า เมื่อเทียบกับไฟล์ทเพื่อนที่ไป full-service ราคา x2 ได้เอาส่วนต่างไปจ่ายส่วนอื่นแทน และส่วนตัวคิดว่าการที่ได้แวะเติมน้ำมันถือว่าเป็นข้อดีนะที่ได้ลงมาเดินยืนเส้น และไม่ต้องกลัวว่าจะ ต่อเครื่องไม่ทันเพราะ นั่งเครื่องเดิมต่อ แต่ครั้งหน้า อาจจะยอมจ่ายเงินเพิ่มนั่งแถวหน้าสุด ที่มีที่ยืดขาได้ น่าจะสบายกว่าเยอะเลย ภาพถ่ายโดย praegrates อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !