7 มรดกโลก โบราณสถานทรงคุณค่า ที่ถูกทำลายโดยสงคราม

7 มรดกโลก โบราณสถานทรงคุณค่า ที่ถูกทำลายโดยสงคราม
Muzika
3 สิงหาคม 2564 ( 18:00 )
248

     โลกเรานั้นผ่านภัยสงครามมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสงครามกลางเมืองที่เกิดภายในประเทศเล็กๆ หรือสงครามโลกที่กินอาณาเขตการสู้รบไปทั้งโลกก็ตาม การต้องสูญเสียโบราณสถานอันทรงคุณค่าบางแห่งไปเพราะภัยสงครามนั้นนับเป็นการสูยเสียที่น่าเศร้ายิ่งกว่าการมองเห็นมันผุกร่อนกลายเป็นซากไปตามกาลเวลาเสียอีก แม้การมุ่งเป้าโจมตีไปยังแหล่งโบราณคดีจะถือว่าเป็นอาชญากรรม ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยในการป้องกันได้แต่อย่างใด และต่อไปนี้คือ 7  มรดกโลก โบราณสถานที่ถูกทำลายโดยไฟสงครามจากรอบโลก

 

มรดกโลก โบราณสถานที่ถูกทำลายโดยสงคราม 

 

1. เมืองเก่า ดูบรอฟนิค, โครเอเชีย 

Old City of Dubrovnik, Croatia

 

 

     เมืองเก่าที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศโครเอเชีย ประมาณสมัยศตวรรษที่ 7 อาณาจักรโรมันเข้ามาปกครองแถบนี้ และพัฒนาขึ้นเป็นเมืองท่าค้าขายแหล่งใหญ่ในแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน กระทั่งสมัยศตวรรษที่ 19 มันได้รับสมญานามให้เป็น ไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติก และได้รับการยกให้เป็นมรดกโลกในปี 1979 กระทั่งปี 1991 - 1992 เมื่องท่าแห่งนี้ก็ถูกทำลายไป จากสงครามยูโกสลาฟ (Yugoslav Wars) 2 ใน 3 ของเมืองถูกการโจมตีด้วยอาวุธยิง ส่วนที่เหลือถูกไฟเผาทำลายจนสิ้น 

====================

 

2. ศาลาว่าการกรุงซาราเยโว, บอสเนีย

Vijećnica (City Hall) of Sarajevo, Bosnia

 

 

     Vijećnica หรือศาลาว่าการกรุงซาราเยโว หนึ่งในโบราณสถานอันงดงามที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบมัมลุค (Mamluk) ซึ่งพบเห็นได้มากในช่วงศตวรรษที่ 13 -16 โดยเฉพาะในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ซึ่งในปร 1949 ทางการก็ดัดแปลงให้ที่นี่เป็นหอสมุดแห่งชาติแทน กระทั่งปี 1992 ที่นี่ก็ถูกเผาทำลายในช่วงการบุกโจมตีของซาราเยโว หนังสือกว่า 2 ล้านเล่มถูกเพลิงผลาญจนสิ้น ทางการพยายามบูรณะซ่อมแซมที่นี่อย่างสุดความสามารถ จนทำให้กลับมาเปิดได้อีกครั้งในปี 2014

====================

 

3. พระพุทธรูปแห่งบามิยัน, อัฟกานิสถาน

Buddhas of Bamiyan, Afghanistan

 

อัฟกานิสถาน พระพุทธรูป บามิยัน ตาลีบัน

 

     พระพุทธรูปแห่งบามิยัน 1 ในพระพุทธรูปแกะสลักฝาผนังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในหุบเขาเมืองบามิยัน (Bamiyan) ทางตอนกลางของประเทศอัฟกานิสถาน ประเมินอายุแล้วคาดว่าถูกแกะสลักบนหินผามาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 6 โดยมีบันทึกของ พระถังซัมจั๋ง หรือ พระเสวียนจั้ง ซึ่งออกเดินทางไปยังชมพูทวีป ได้เล่าถึงที่นี่ไว้ว่า "พระพุทธรูปสีเหลืองอร่ามไปด้วยทองคำ ที่นี่มีอารามมากกว่า 10 แห่ง และมีพระกว่า 1,000 รูปจำวัดอยู่" กระทั่งในปี 2001 กลุ่มตาลีบันก็เข้าทำลายพระพุทธรูปที่นี่ทั้งหมด จากการบังคับใช้กฎหมายอิสลามสุดโต่งทั่วประเทศ

 

====================

 

4. มัสยิดจิงเกอเรเบอร์ แห่งทิมบักตู, มาลี

Djinguereber Mosque of Timbuktu, Mali

 

 

     อาณาจักรมาลีได้สร้างหนึ่งในมัสยิดที่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ชาวโลกไว้ นั่นคือ มัสยิดจิงเกอเรเบอร์ มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงทิมบัคตู สร้างด้วยดินเหนียว และไม้ทั้งหลังในสมัยศตวรรษที่ 14 กระทั่งในปี ค.ศ. 2012 กลุ่มนักรบอิสลามิค Ansar Dine ก็บุกเข้าทำลายที่นี่จนเสียหาย รวมไปถึงสุสานโบราณของที่นี่อีก 2 แห่งก็ถูกทำลายไปด้วย

====================

 

5. สุเหร่าเมืองอเลปโป, ซีเรีย

Great Mosque of Aleppo, Syria 

By Gabriele Fangi, Wissam Wahbeh

 

     สุเหร่าแห่งเมืองอเลปโป ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 8 -13 โดยองค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็น หนึ่งในมัสยิดที่สวยที่สุดในโลกมุสลิม แต่ท้ายที่สุดก็ถูกทำลายในช่วงสงครามกลางเมืองซีเรีย ปี 2013 ซึ่งทางรัฐบาลออกมากล่าวว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกบฏ แต่กลุ่มกบฏก็ได้ออกมาตอบโต้ว่าเป็นฝีมือของทหารรัฐบาล   

====================

 

6. เมืองมรดกโลกพัลไมรา, ซีเรีย

Temple of Bel at Palmyra, Syria

 

 

     พัลไมรา เมืองมรดกโลกในซีเรียที่ได้รับความเสียหายอย่างย่อยยับ จากน้ำมือของกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่นี่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 1 โดยมีส่วนของวัดที่ใช้เพื่อบูชาเทพเจ้า Bel (หรือ Baal) เทพแห่งอาณาจักรเมโสโปเตเมีย โดยเป็นโบราณสถานใหญ่ที่ประกอบด้วยเสากว่า 1,000 ต้น สุสาน 500 แห่ง รวมไปถึงเสาโรมันโบราณอีกมากมายด้วย กระทั่งในปี 2015 กลุ่มไอเอสก็เข้าทำลายที่นี่จนราบเป็นหน้ากลอง โดยมองว่าศิลปวัฒนธรรม และรูปเคารพบูชาทุกอย่างที่เกิดก่อนศาสนาอิสลามเป็นสิ่งจอมปลอม ขัดต่อบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม และสมควรต้องถูกทำลายทิ้ง หลังจากเมืองพัลไมราถูกชิงคืนจากไอเอสได้สำเร็จ ยูเนสโกก็ประกาศจะบูรณะเมืองนี้ให้งดงามดังเดิม โดยปัจจุบันมีทีมผู้เชี่ยวชาญ และนักโบราณคดีชาวซีเรียกำลังบูรณะวัตถุโบราณที่เสียหาย

====================

 

7. ประตูนิเนเวห์, อิรัค

The Gates of Nineveh, Iraq

 

By Omar Siddeeq Yousif - Own work, CC BY-SA 4.0

 

     นิเนเวห์ เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่บนลุ่มแม่น้ำไทกริส ปัจจุบันอยู่บริเวณตรงข้ามกับเมืองโมซูล ประเทศอิรัก ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอัสซีเรีย โดยมีประตูเมืองสำคัญ 2 แห่ง คือประตูอาดัด (Adad Gate) และประตูมัชกี (Mashki Gate) หรือ ประตูแห่งเทพเจ้า นั่นเอง แม้อาณาจักรแห่งนี้จะถูกเข้ายึดครอง เปลี่ยนผ่านมือมาหลายต่อหลายอาณาจักร แต่ก็ไม่มีครั้งไหนจะสูญเสียเท่าในปี 2016 ที่กลุ่มไอเอสเข้าทำลายประตูทั้ง 2 จนหมดสิ้น

====================

 

ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวย
แชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปัง ของคุณได้แล้วที่ แอปทรูไอดี
คลิกเลย >> TrueID Travel Community <<