"ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว" ไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดง หรือ คนแก่คนเฒ่า ใคร ๆ ก็คุ้นเคยกับสุภาษิตนี้กันดี วันนี้เราจะมาแนะนำท่าน ๆ ในการท่องเที่ยวแบบ 2-in-1 หรืออย่างสุภาษิตว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นั่นเอง เรียกได้ว่าเดินทางครั้งเดียวได้เหยียบเท้าเข้าสองจังหวัด แถมยังเป็นสถานที่ที่เข้าถึงได้ง่าย และเต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์มากมาย ส่วนเรื่องความสะดวกสบายนั้น ไม่ต้องห่วง มีหลากหลาย options ให้เหล่าผู้มาผจญภัยเลือกสรรกันตามสมควร สุดแท้แต่กำลัง สถานที่ที่ว่านั้น คือ " ดอยขุนตาล " โดยความพิเศษสุด ๆ ของดอยขุนตาล นั้นคือ การเข้าถึงที่เรียกได้ว่าไม่มีอุทยานแห่งชาติอื่นใดในประเทศจะทำได้ ซึ่งก็คือ การที่สถานีรถไฟนั้นตั้งอยู่ ณ ทางขึ้นอุทยานเลย ซึ่งถูกเรียกว่า สถานีรถไฟ " ขุนตาน " ยิ่งไปกว่านั้นสถานีรถไฟดอยขุนตานนั้น ถือเป็นสถานีที่มีอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ( ณ ปัจจุบัน ) ซึ่งนับว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษาอย่างมาก การ ขุด เจาะ ระเบิด สร้าง เผา ตั้งแต่ยุคสมัยรัชกาลที่ 5 โดยใช้ระยะเวลาสร้างนานถึง 11 ปี นอกเหนือจากนี้ ตามที่ได้เกริ่นไปช่วงต้น ความพิเศษของดอยนี้มีอีกอย่าง คือ การที่มีพื้นที่ครอบคลุมสองจังหวัดครับ โดยดอยขุนตาลนั้นมีพื้นที่ครอบคลุม จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง การเดินทางโดยรถไฟนั้นมีให้เลือกหลายหลายเวลา ส่วนรอบที่นิยมกันมากที่สุดคงจะไม่พ้น รอบหัวค่ำ จากสถานีกรุงเทพฯ เพื่อที่จะได้ไปถึงสถานีขุนตาลตอนเช้าพอดี การเดินทางเฉลี่ยใช้เวลา 10-13 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประเภทของรถไฟและโชคชะตา หลังจากเดินทางโดยตู้นอน ( ข้อย้ำว่าควรเป็นตู้นอน ) มามากกว่า 10 ชั่วโมง คณะเดินทางที่หลับไหลได้ตื่นมาเติมพลัง ณ ตู้เสบียงของรถไฟ ซึ่งอาหารก็เป็นอาหารเรียบ ๆ ง่าย ๆ แต่ราคาแรงใช้ได้ เริ่มที่ set ละ 100 บาท รถไฟเทียบชานชลา นาฬิกาบอกเวลา 11 โมงกว่า ถือว่าช้าจากกำหนดการเดิมไปมากพอสมควร เราจึงไม่รีรอรีบบึ่งเท้าเดินไป ณ จุดทำการอุทยานทันที โดยระยะทางจากสถานีไปยังจุดทำการนั้น ประมาณได้อยู่ที่ 1 กิโลเมตรนิด ๆ แต่ต้องเดินขึ้นทางชัน นับว่าเป็นการอุ่นเครื่องที่ดีพอตัวเลย ความพิเศษอีกอย่างที่น่าจะถูกใจใครหลาย ๆ คน คือ อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลนั้น แบ่งการเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติเป็น 4 ระดับ ครับ หรือในอุทยานเรียกกันว่า 4 ย. ซึ่งย่อมาจาก จุดยุทธศาสตร์ ซึ่งแต่ละจุดนั้นได้ถูกใช้งานจริง ๆ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง โดยเส้นทางที่ค่อนข้างจะเป็นมิตร ที่คณะเราตกลงกันวันนี้ คือ การเดินไป ย.2 แล้วกลับมากางเต็นท์ ณ ข้างจุดทำการ เนื่องจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า จุดทำการ ย.2 และ ย.3 นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะแล้ว โดยมองจากเวลาครั้นจะเดินไป ย.4 เห็นจะไม่ทันพระอาทิตย์ เราจึงตัดสินใจเดินชมธรรมชาติ แล้ววกกลับมาพักที่ทำการดีกว่า พรุ่งนี้จะได้จับรถไฟรอบเช้าได้ทันการ ตลอดเส้นทางการเดินจากจุดทำการไป ย.2 นั้น ทางเดินถือว่าค่อนข้างทำออกมาดีในช่วงก่อนถึง ย.1 ส่วนหลังจาก ย.1 ไปแล้วก็ไม่ได้ถือว่าแย่อะไร แต่ก็มีช่วงให้หอบกันบ้างบางจังหวะ เป็นรสชาติของการเดิน โดยระหว่างทางเดินช่วงแรกจะมีสถานที่ให้แวะถ่ายรูปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอุโมงค์จำลองของสถานีขุนตาน หรือจุดชมวิวต่าง ๆ หลายท่านอ่านมาถึงตรงนี้อาจจะสับสนระหว่าง ชื่อ ขุนตาน - ขุนตาล ต้องเขียนแบบไหนกันแน่ถึงจะถูก จากการวิเคราะห์ของนักวิชาการต่างกล่าวสรุปไว้ว่า “ ขุนตาน ” นั้นเป็นคำที่ถูกต้องกว่า “ ขุนตาล ” เพราะต้นตาลไม่ใช่พันธุ์ไม้ที่เติบโตบนยอดเขาสูง โดยหากอิงตามนี้จะเห็นได้ว่าตัวป้ายที่สถานีรถไฟ จะเขียนไว้ว่า สถานี " ขุนตาน " แต่ตัวอุทยานกลับเขียนไว้ว่า " ขุนตาล " จึงเป็นอันว่า แล้วแต่ว่าจะกล่าวถึงสถานที่ใด หรือจะใช้แบบไหนก็ไม่ว่ากัน ใครที่ขึ้นมาถึงช่วง ย.2 แนะนำให้พกเปลสนามมาจะได้บรรยากาศมากกว่า เนื่องจากพื้นที่จุดกางเต็นท์นั้นมีต้นไม้ให้จัดเตรียมเปลได้เหมาะสมอย่างยิ่ง ณ จุด ย.2 นั้นมีจุดประกอบอาหารและน้ำไว้เพียงพอประมาณ แต่ไม่เหมาะสำหรับคนหมู่มาก นี่ก็อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผล ที่เจ้าหน้าที่จะเริ่มทำการแนะนำ และคัดกรองนักท่องเที่ยว ที่จะขึ้นมาจุดกางเต็นท์ด้านบน สำหรับใครที่รักความสะดวกสบาย การกางเต็นท์ ณ จุดทำการอุทยาน ดูจะเป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย ( แบบคณะเรา ) นอกจากจะมีเต็นท์จากอุทยานคอยให้บริการแล้ว เหล่านักท่องเที่ยวยังสามารถเช่ายืมอุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มได้อีก อาทิเช่น แผ่นรองนอน หมอน ถุงนอน ฯลฯ แล้วยังมีร้านค้าสวัสดิการ และร้านอาหารตามสั่งคอยให้บริการอีกด้วย น่าเสียดายอย่างยิ่งที่คณะของเราไม่มีเวลาเพียงพอที่จะขึ้นไปยังจุด ย.3 และ ย.4 แต่เพียงเดินเท้าเข้ามาถึงจุด ย.2 ก็สามารถรับรู้ได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ อีกหนึ่งอย่างที่ห้ามพลาดเลยก่อนกลับบ้าน อย่าลืมชักภาพกับ landmark ที่เป็นเอกลักษณ์สุด ๆ ของที่นี่ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ที่นี่ คือ อุทยานที่คาบเกี่ยวสองจังหวัด โดยทางอุทยานได้จัดทำพื้นที่ถ่ายรูปเก๋ ๆ ไว้ด้านหน้าจุดทำการกันเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่สนใจจะมาเยือนดอยขุนตาลนั้น แนะนำสำหรับมือใหม่และมือเก๋า สามารถเลือกระดับความหินได้ตามต้องการ ส่วนสิ่งของที่จำเป็นนั้นก็สามารถตระเตรียมมาได้พอประมาณ หากขาดเหลืออะไรสามารถใช้จ่ายสนับสนุนร้านค้าสวัสดิการกันได้ครับ ภาพถ่ายโดย : ผู้เขียน