ใครกำลังหาที่เที่ยวเพชรบุรีบรรยากาศดี ๆ วันนี้เราพาไปเดินเล่นที่ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระราชวังไม้ริมทะเลที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบย้อนยุค ได้ทั้งชมสถาปัตยกรรมสวย ๆ พร้อมกับรับลมทะเล และเก็บรูปกลับบ้านแบบจุใจกันเลยทีเดียวเชียว ตามไปดูกันเลย! ถ้าพูดถึงเพชรบุรี หลายคนน่าจะนึกถึงทะเลชะอำหรือคาเฟ่เป็นอย่างแรก แต่จริง ๆ แล้วยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ซึ่งก็คือสถานที่ที่เราจะไปกันวันนี้ “พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน” ที่ให้บรรยากาศสุกคลาสสิคริมทะเล จุดเด่นคืออาคารไม้สีอ่อนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว รอบ ๆ มีสนามหญ้าและต้นไม้ทำให้ดูสบายตา ยิ่งมีลมทะเลพัดเข้ามาเบา ๆ ก็ช่วยพาใจให้สงบและผ่อนคลาย ที่นี่จึงเหมาะกับการมาเดินเล่น ชมอาคาร และถ่ายรูปแบบชิล ๆ เป็นที่สุด โดยพระราชวังมฤคทายวันแห่งนี้ ตั้งอยู่ในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งครั้งนี้เราได้เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวซึ่งจากกรุงเทพแล้วมีความสะดวกสบายกว่า สามารถจัดเป็นทริปสั้น ๆ ในวันหยุดได้สบาย จะมาเที่ยวที่นี่ก่อนแล้วค่อยไปทะเลต่อก็ได้เหมือนกัน พอเข้าพื้นที่ของพระราชวังรู้สึกได้เลยถึงบรรยากาศความสงบ รอบ ๆ สนามหญ้าและต้นไม้ช่วยเพิ่มความร่มรื่น ยิ่งวันที่ไปราดันโชคดีไปเจอวันที่อากาศดี ทำให้แสงแดดสาดลงมาที่อาคารไม้ขับให้อาคารดูสวยและสง่างามมมาก ใครชอบเที่ยวแบบไม่รีบ แนะนำให้เผื่อเวลาเดินเล่นที่นี่ไว้สักหน่อยเพราะเราเองก็เดินไปจุกๆถึง 3 ชั่วโมงเลยล่ะ สิ่งที่สะดุดตาตั้งแต่เดินเข้ามาคือตัวอาคารที่ดูโปร่งและสบายตามาก อาคารไม้ไม่ได้ดูใหญ่โตจนรู้สึกเข้าถึงยาก แต่กลับเข้ากับธรรมชาติรอบ ๆ ได้อย่างพอดี เมื่อเดินเข้าไปใกล้จะเริ่มเห็นรายละเอีดยของระเบียง เสา ประตู และหน้าต่างชัดขึ้น หลายส่วนมีทางเดินยาวเชื่อมต่อถึงกัน ทำให้มีมุมใหม่ ๆ ให้เห็นตลอดทาง ช่องเปิดต่าง ๆ ยังช่วยให้ลมสามารถพัดผ่านเข้าอาคารได้ทุกมุม บรรยากาศภายในจึงไม่รู้สึกปิดหรืออึดอัดเลยสักนิด ยิ่งเดินช้า ๆ ก็ยิ่งได้เห็นรายละเอียดของลวดลายรวมถึงโครงสร้างของอาคารไม้แห่งนี้อีกด้วย ถ้าย้อนกลับไปดูเรื่องราวกันสักหน่อย พระราชนิเวศน์มฤคทายวันสร้างขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 6 เพื่อใช้เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานในช่วงฤดูร้อน การรู้เรื่องราวคร่าว ๆ ก่อนเดินชมทำให้สถานที่น่าสนใจขึ้น จากตอนแรกที่เราเห็นเพียงอาคารไม้สวย ๆ ก็เริ่มเข้าใจที่มาของพื้นที่มากขึ้น ตัวอาคารมีการผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัวมาก แต่ยังคงเรียบง่ายและเข้ากับบรรยากาศริมทะเลเหมาะแก่การพักผ่อน หลายส่วนถูกออกแบบให้โปร่งและรับลมธรรมชาติได้ดี บรรยากาศของพระราชนิเวศน์มฤคทายวันจึงยังคงมีเสน่ห์มาจนถึงปัจจุบัน เสน่ห์ของการมาเที่ยวสถานที่เก่าแบบนี้คือเราไม่จำเป็นต้องจำประวัติทั้งหมดก็ได้ แค่รู้เรื่องราวคร่าว ๆ แล้วค่อยเดินดูก็สนุกขึ้นเยอะอย่างมาก ระหว่างทางจะเห็นหมู่อาคารแต่ละส่วนเชื่อมถึงกันด้วยทางเดินที่ทอดยาว บางช่วงมองออกไปเห็นสนามหญ้าและต้นไม้ บางช่วงก็เห็นแนวอาคารทอดยาวออกไป แต่ละมุมเลยให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป ยิ่งเดินช้าลงก็ยิ่งเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ มากขึ้น ทั้งเสา บานหน้าต่าง พื้นไม้ และแสงเงาตามทาง รายละเอียดธรรมดาเหล่านี้พออยู่รวมกันแล้วกลับสร้างบรรยากาศย้อนยุคได้เป็นอย่างดีด้วยความที่เราเรียนด้านสถาปัตยกรรม สิ่งที่อดมองไม่ได้เลยคือตัวอาคารไม้ของที่นี่ แต่ถึงไม่ได้เรียนด้านนี้ก็สามารถเห็นความน่าสนใจได้ไม่ยาก อาคารมีความโปร่ง เบา และเข้ากับพื้นที่ริมทะเลมาก ตัวอาคารยกพื้นสูงและมีช่องเปิดอยู่หลายจุด ระเบียงยาวยังช่วยเชื่อมพื้นที่ต่าง ๆ เข้าหากัน เวลาเดินจะเห็นแนวเสาเรียงต่อกันอย่างเป็นจังหวะ พอมีแสงธรรมชาติเข้ามาก็เกิดแสงและเงาสวย ๆ ตามพื้น เสน่ห์ของที่นี่จึงอยู่ที่ความเรียบง่ายที่ดูแล้วสบายตามากกว่าอีกอย่างที่เราชอบคือความใกล้ชิดระหว่างอาคารกับธรรมชาติ ที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกหรูหราหรือเป็นทางการจนเกินไป ภาพที่เห็นกลับเป็นอาคารไม้ ระเบียงยาว และพื้นที่เปิดโล่ง ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ริมทะเลก็ทำให้มีลมพัดเข้ามาเรื่อย ๆ เวลาเดินตามระเบียงจึงรู้สึกสบายและสดชื่นสุดๆ ทั้งกลิ่นของอาคารไม้ แสงแดด และลมทะเลเข้ากันได้อย่างลงตัว บรรยากาศเหล่านี้ทำให้การเดินชมอาคารเก่าดูมีชีวิตสุด ๆ สำหรับเรา นี่เป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้พระราชนิเวศน์มฤคทายวันแตกต่างจากที่อื่นและน่าจดจำสำหรับสายถ่ายรูป บอกเลยว่าที่นี่มีมุมให้ถ่ายค่อนข้างเยอะ หนึ่งในมุมที่เราแนะนำคือบริเวณระเบียงทางเดิน แนวเสาที่เรียงต่อกันช่วยให้ภาพดูมีมิติและมีเส้นนำสายตาสวย ๆ อีกมุมคือสนามหญ้าด้านนอกที่สามารถถ่ายให้เห็นตัวอาคารได้กว้างขึ้น ใครชอบเก็บรายละเอียดก็ลองถ่ายประตู หน้าต่าง หรือพื้นไม้ดูได้เหมือนกัน ถ้ามาช่วงที่แดดไม่แรงมาก แสงที่ได้จะดูนุ่มพาอาคารไม้ดูเบาและสบายตาสุดๆ ใครชอบภาพฟีลย้อนยุคน่าจะได้รูปกลับไปไม่น้อยเลยถึงจะมีมุมถ่ายรูปเยอะ แต่ก็ควรระวังเรื่องการใช้พื้นที่กันสักนิด เพราะพระราชนิเวศน์มฤคทายวันเป็นสถานที่สำคัญและตัวอาคารมีอายุค่อนข้างมาก ควรปฏิบัติตามกฎและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่ควรปีน นั่ง หรือพิงส่วนต่าง ๆ ของอาคารเพื่อถ่ายรูป ถ้าบริเวณไหนไม่อนุญาตให้เข้าก็ควรหลีกเลี่ยง และที่สำคัญบริเวณชั้น 2 ของอาคารห้ามถ่ายติดบุคคลไม่ว่าจะเป็นตัวเราเอง คนอื่นที่ชมอาคารหรือเจ้าหน้าที่เด็ดขาด นอกจากช่วยรักษาสถานที่แล้วยังไม่รบกวนคนอื่นด้วย ที่สำคัญอย่ามัวแต่มองทุกอย่างผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ลองเก็บกล้องลงบ้างแล้วเดินรับลมชมบรรยากาศรอบตัวก็เพลินไปอีกแบบสำหรับใครที่กำลังวางแผนมาเที่ยว พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.00–16.00 น. ส่วนวันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดราชการเปิด 08.30–16.00 น. โดยปิดทำการทุกวันพุธ ค่าเข้าชมของผู้ใหญ่ 90 บาท นักศึกษา 60 บาท และนักเรียน 30 บาท ส่วนเด็ก พระภิกษุ และผู้สูงอายุสามารถร่วมบริจาคได้ตามจิตศรัทธา หากต้องการขึ้นชมพื้นที่ชั้น 2 อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอยู่ที่ 316 บาท ในบางช่วงที่มีการเปิดเข้าชมพิเศษ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางอีกครั้ง จะได้ไม่พลาดพื้นที่ที่ตั้งใจอยากเข้าไปชมของที่ควรเตรียมมาก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก แนะนำให้พกหมวก ร่ม หรืออุปกรณ์กันแดดติดตัวไว้ เพราะมีบางช่วงที่ต้องเดินกลางแจ้ง รองเท้าที่ใส่สบายก็สำคัญมากๆเพราะได้เดินกันยาว ๆ แน่นอน เพราะพื้นที่ค่อนข้างเหมาะกับการเดินชมไปเรื่อย ๆ สายถ่ายรูปอย่าลืมชาร์จแบตโทรศัพท์หรือกล้องมาให้พร้อม แนะนำให้แต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่ด้วย ที่สำคัญคือไม่ต้องรีบเดินให้ครบทุกจุดในเวลาสั้น ๆ ลองเผื่อเวลานั่งพักและมองบรรยากาศรอบตัวบ้าง แล้วทริปนี้จะรู้สึกพิเศษและฮีลใจขึ้นเยอะ สุดท้ายนี้หากใครกำลังวางแผนมาเพชรบุรีและอยากเปลี่ยนจากทริปทะเลแบบเดิม ๆ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นอีกสถานที่ที่เราอยากชวนให้ลองปักหมุด ที่นี่อาจจะไม่ได้มีกิจกรรมที่หวือหวา แต่มีบรรยากาศที่ทำให้เราอยากเดินช้าลง อาคารไม้ ทางเดินยาว พื้นที่สีเขียว และลมทะเลเข้ากันได้แบบพอดี คนที่ชอบสถาปัตยกรรมก็มีรายละเอียดให้เดินดูได้เรื่อย ๆ ส่วนสายถ่ายรูปก็มีมุมสวยให้เลือกหลายจุด หรือถ้าแค่อยากหาสถานที่สงบ ๆ สำหรับเดินเล่น ที่นี่ก็เหมาะอย่างที่สุด ถ้ามาเที่ยวเพชรบุรีหรือชะอำครั้งหน้า ลองเผื่อเวลาให้กับพระราชนิเวศน์มฤคทายวันดูสักครั้ง แล้วอาจได้อีกหนึ่งบรรยากาศของเพชรบุรีกลับไปเป็นความทรงจำก็ได้ คลิกดูพิกัดได้ที่ https://maps.app.goo.gl/rCvvzQcWhkepeAks8 รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !