เดทวาเลนไทน์กับอัลปาก้า สี่ขาขนปุย ที่ Alpaca Hill @ สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

เดทวาเลนไทน์กับอัลปาก้า สี่ขาขนปุย ที่ Alpaca Hill @ สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
Travel TrueID
7 กุมภาพันธ์ 2556 ( 10:45 )
31.4K

คุณทราบมั้ย ว่าเจ้านี่คือตัวอะไร??


 

วินาทีแรกที่ผู้เขียนเห็น ถึงกับร้อง โอ๊วะ!! เจ้าสี่ขาหน้าตาเหมือนอูฐ คอยาวเหมือนยีราฟ ขนปุยเหมือนแกะ พอเข้าไปดูคลิป เจ้าตัวนี้เป็นมิตรกับคน มีนิสัยชอบอ้อนๆอย่างกับน้องหมา เอ…นี่มันสัตว์สายพันธุ์ใหม่หรือไงหว่า ว่าแล้วก็สืบค้นข้อมูลได้ความ เจ้าตัวนี้คือ อัลปาก้า

 

 

อัลปาก้า (Alpaca) นับว่าเป็นสัตว์เลี้ยง อยู่ในตระกูลเดียวกับอูฐ ลักษณะคล้ายตัวลามา และถูกเลี้ยงเพื่อนำขนมาทำเป็นเสื้อผ้า, เครื่องนุ่งห่ม มีถิ่นฐานบ้านเกิดอยู่ในอเมริกาใต้ แถบเทือกเขาแอนเดสทางตอนใต้ของประเทศเปรู

และในปัจจุบันนี้บ้านเราก็มีน้องปุกปุยมาอาศัยอยู่ด้วยค่ะ ที่ Alpaca Hill ฟาร์มอัลปาก้าแห่งแรกของไทย สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี  

 

ด้วยเมื่อปี 2553 พันตรีหม่อมราชวงศ์พีรานุพงศ์ ภาณุพันธุ์ ได้พบและประทับใจเจ้าหนูอัลปาก้าระหว่างพักร้อนในประเทศเปรู ท่านจึงตั้งใจว่าจะนำกลับมาให้ชาวไทยได้ชื่นชมบ้าง หลังจากนั้นจึงได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับอัลปาก้าอยู่หลายปี จนกระทั่งปี 2555 ท่านก็สามารถพาอัลปาก้าฝูงแรก จำนวน 36 ตัวข้ามน้ำข้ามทะเลระยะทางกว่าพันไมล์จากประเทศออสเตรเลียมาสู่ผืนแผ่นดินไทยค่ะ

 

ภายในอัลปาก้าฮิลล์ มีพื้นที่ทั้งหมด 250 ไร่ โดยจัดสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติที่สุด คุณสามารถเดินชมน้องอัลปาก้าได้อย่างใกล้ชิด และถ้าหากคุณซื้อบัตรวีไอพีในราคา 250 บาท คุณจะได้อาหาร 2 ชุด ไปป้อนให้น้องอัลปาก้าด้วย คิดดูสิคะ หากคุณไปกับหวานใจ เดินกระหนุงกระหนิง ป้อนอาหารให้เจ้าขนปุยด้วยกันในช่วงสุดสัปดาห์วันแห่งความรัก มันจะโรมานซ์ขนาดไหน

 

แต่ระวังไว้นิด อย่างที่บอกไว้แต่แรกว่า อัลปาก้าเป็นมิตร ช่างอ้อน บางทีคุณอาจหลงเสน่ห์เจ้าปุกปุยจนลืมคนข้างๆเลยก็ได้….

 

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้น้องอัลปาก้าต้องเหนื่อยและเครียดกับการรับแขกมากเกินไป ทางฟาร์มจึงได้จำกัดผู้เข้าชมเพียงวันละ 200 ท่านเท่านั้น และห้ามนำอาหารจากข้างนอกฟาร์มมาป้อนน้องเด็ดขาดเลยค่ะ

 

และหากใครหลงรักน้องอยากได้กลับไปเลี้ยง ก็ติดต่อคุยกับทางฟาร์มได้ค่ะ….(แต่ต้องมั่นใจนะคะว่ารับเค้าเข้าไปในชีวิตแล้ว จะรัก ใส่ใจ ไม่ทอดทิ้งให้กลายเป็นอัลปาก้าจรจัด)

ราคาค่าเข้าชม เป็นมิตรมากๆค่ะ ผู้ใหญ่ 150 บาท, ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) และเด็ก (สูงไม่เกิน 100 ซม.) เข้าชมฟรี, นักเรียน-นักศึกษา 80 บาท หรือจะจองบัตร VIP 250 บาท ได้อาหารป้อนน้อง พร้อมของที่ระลึกค่ะ

 

ฟาร์มจะเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันศุกร์ เวลา 9.30-17.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-17.00 น.โดยต้องจองการเข้าชมผ่านระบบออนไลน์ล่วงหน้าเท่านั้น ที่ http://www.alpacahill.com/?cid=1779373 ค่ะ


ย้ำ!! วอล์กอินเข้าไป ไม่ได้ดูนะคะ



 

 

….วาเลนไทน์นี้ คนมีคู่ได้อีกหนึ่งสถานที่เดทแล้วสินะ….

 

เรื่องโดย : Tana T.
เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพประกอบจาก : http://www.alpacahill.com https://www.facebook.com/AlpacaHillThailand

ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และสุขภาพ คลิกที่ http://travel.truelife.com
มาเป็นเพื่อนกับเราได้อีกหนึ่งช่องทางที่ Facebook http://www.facebook.com/TravelTruelife