ท่ามกลางความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ยังมีวัดแห่งหนึ่งที่ให้ความรู้สึกสงบและอบอุ่นใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไป นั่นคือ วัดกัลยาณมิตร วัดเก่าแก่ริม แม่น้ำเจ้าพระยา ที่ชาวไทยจำนวนมากนิยมเดินทางมาไหว้ หลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตร พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เชื่อกันว่าให้พรด้าน โชคลาภ การค้าขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา และความมั่งคั่ง นอกจากนี้ยังนิยมขอพรเรื่อง การงานราบรื่น สุขภาพแข็งแรง และการคุ้มครองปัดเป่าสิ่งไม่ดี ประวัติวัดกัลยาณมิตร สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (เจ้าสัวโต) ได้อุทิศบ้านเรือนและซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเดิมเป็นหมู่บ้านที่พักของพระภิกษุจีน มีกุฎีจีนและศาลเจ้า เมื่อซื้อที่ดินได้จึงสร้างวัดขึ้นใน พ.ศ. 2368 ต่อมาในสมัย รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ช่วยสร้างพระวิหารหลวง และทรงพระราชทานนามว่า วัดกัลยาณมิตร ส่วนในสมัย รัชกาลที่ 4 ได้พระราชทานนามพระประธานว่า พระพุทธไตรรัตนนายก หรือที่รู้จักกันในชื่อ หลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริม แม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะการนั่ง เรือข้ามฟากจากท่าปากคลองตลาด มายังท่าเรือวัดกัลยาณมิตร ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของการมาเที่ยว วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลวงพ่อโต ซำปอกง ไฮไลต์สำคัญของ วัดกัลยาณมิตร คือ พระพุทธไตรรัตนนายก หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า หลวงพ่อโต ซำปอกง พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหาร ความใหญ่โตและสง่างามขององค์พระทำให้ผู้ที่ได้มากราบไหว้รู้สึกถึง ความศักดิ์สิทธิ์และความสงบใจ ผู้คนนิยมเดินทางมาไหว้ หลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตร เพื่อขอพรด้าน โชคลาภ การทำมาค้าขาย การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงขอให้มี มิตรภาพที่ดี สมกับความหมายของชื่อวัดที่สื่อถึง มิตรที่ดี เมื่อเดินเข้ามาจากหน้าวัด จะมีจุดจำหน่าย ธูปเทียนสำหรับไหว้หลวงพ่อโต โดยก่อนเข้าพระวิหาร ผู้สักการะควรจุดธูปเทียน อธิษฐาน และปักธูปให้เรียบร้อย จากนั้นจึงเดินเข้าไปภายในพระวิหารเพื่อกราบไหว้ หลวงพ่อโต ซำปอกง อย่างสงบและสำรวม ประตูเฮง ซุ้มประตูเฮง หรือประตูฮกลกซิ่ว ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าพระวิหาร ถือเป็นจุดแรกที่ผู้มาไหว้ หลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตร ไม่ควรพลาด ตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน การเดินลอด ซุ้มประตูฮกลกซิ่ว เปรียบเสมือนการก้าวผ่านสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต ช่วย แก้เคราะห์ร้าย ล้างสิ่งอัปมงคล และเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี อีกทั้งยังช่วย เสริมสิริมงคล ให้ชีวิตราบรื่น พบเจอแต่โอกาสที่ดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการ เริ่มต้นสิ่งใหม่ เสริมดวงชะตา การงาน การเงิน และชีวิต ก่อนเข้าไปสักการะภายในพระวิหารเพื่อความเป็นมงคลสูงสุด หีบสมบัติเจ้าสัวโต กำปั่นโบราณ หรือหีบสมบัติเจ้าสัวโต ตั้งอยู่บริเวณหน้าองค์ หลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตร ถือเป็นหนึ่งในจุดขอพรด้าน การเงิน การค้าขาย และความมั่งคั่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เชื่อกันว่าผู้ที่ประสบปัญหา เก็บเงินไม่อยู่ การเงินติดขัด หรือค้าขายไม่คล่องตัว ควรนำกระเป๋าเงินไปลูบที่ หีบสมบัติเจ้าสัวโต พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรให้ เงินทองไหลมาเทมา เก็บเงินอยู่ ทำมาค้าขึ้น และประสบความสำเร็จในธุรกิจ การงาน และการลงทุนอย่างมั่นคง หอระฆัง หอระฆังวัดกัลยาณมิตร เป็นอีกหนึ่งจุด ศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้มาเยือนนิยมแวะสักการะและตีระฆังเพื่อความเป็นมงคล ตามความเชื่อ การตี ระฆังใบใหญ่ จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ตีมี ชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่ยอมรับของผู้คน รวมถึงช่วยเสริม โชคลาภ ความสำเร็จ และความเจริญก้าวหน้า ในชีวิต เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ เสริมดวงด้านชื่อเสียง หน้าที่การงาน การเลื่อนตำแหน่ง และความก้าวหน้าในอาชีพ ให้เป็นที่รู้จักและได้รับโอกาสที่ดีมากยิ่งขึ้น พระอุโบสถ ภายใน พระอุโบสถ วัดกัลยาณมิตร เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ ซึ่งเป็นปางที่สื่อถึง ความสงบ ความเพียร และการหลุดพ้นจากความทุกข์ บรรยากาศภายในพระอุโบสถมีความเงียบสงบ เหมาะแก่การเข้าไปกราบไหว้ นั่งสมาธิ และตั้งจิตอธิษฐานเพื่อ ความเป็นสิริมงคล เสริมความสงบทางจิตใจ ขอพรให้ชีวิต ราบรื่น ปราศจากอุปสรรค ปัญหา และความวุ่นวาย ทั้งด้านการงาน การเงิน และครอบครัว หอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ หอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ เป็นสถาปัตยกรรมสำคัญของ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างไว้ด้านหลังพระวิหารหลวง เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บรักษา พระไตรปิฎกและคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา อาคารแห่งนี้สะท้อนถึง คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และสถาปัตยกรรมไทย ได้อย่างชัดเจน และเป็นอีกหนึ่งจุดที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในอดีต เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมควบคู่กับการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สถาปัตยกรรมวัดกัลยาณมิตร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมที่ผสมผสาน ศิลปะไทยและศิลปะจีน ได้อย่างลงตัว สะท้อน ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ในสมัย รัชกาลที่ 3 อาคารภายในวัดมีโครงสร้างที่แข็งแรง เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วย ความงดงามแบบคลาสสิก ให้ความรู้สึก สงบและศักดิ์สิทธิ์ เหมาะแก่การเข้ามาสักการะและ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชุมชนวัดกัลยาณมิตร หลังจากสักการะ วัดกัลยาณมิตร แล้วนักท่องเที่ยวสามารถเดินเลียบ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเที่ยวชมสถานที่สำคัญใกล้เคียงในย่าน ชุมชนกุฎีจีน ได้ตลอดเส้นทาง บรรยากาศร่มรื่น มีคาเฟ่ให้นั่งพักผ่อนพร้อมชมวิวแม่น้ำแบบชิลๆ อีกทั้งยังสามารถแวะชิม ขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมโบราณอายุกว่า 200 ปี ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อประจำชุมชน นอกจากนี้ยังมี ศาลเจ้าเกียนอันเกง (ศาลเจ้าแม่กวนอิม) ศาลเจ้าจีนเก่าแก่ที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวจีนฮกเกี้ยนในพื้นที่ ตั้งอยู่ระหว่างวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารและ โบสถ์ซางตาครู้ส โบสถ์นิกายโรมันคาทอลิกที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และถือเป็นหนึ่งในโบสถ์สำคัญของประเทศไทย รวมถึง บ้านวินเซอร์ อาคารเก่าแก่ในซอยกุฎีจีนที่สะท้อนประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างชัดเจน วิธีเดินทางมายังวัดกัลยาณมิตร การเดินทางไป วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง รถไฟฟ้า MRT หรือ เรือข้ามฟากจากฝั่งพระนคร ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของการมาเที่ยว วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางด้วย รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) แนะนำเส้นทางดังนี้ MRT สถานีสนามไชย ทางออก 5 เดินต่อไปยัง ท่าปากคลองตลาด แล้วนั่ง เรือข้ามฟาก มายังท่าเรือวัดกัลยาณมิตร MRT สถานีอิสรภาพ ทางออก 1 จากนั้นสามารถต่อรถหรือเดินทางเข้าวัดได้ สิ่งที่ควรรู้ก่อนมาวัดกัลยาณมิตร ผู้ที่เดินทางไปสักการะ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ควรแต่งกาย สุภาพเรียบร้อย งดเสื้อสายเดี่ยว เสื้อเอวลอย หรือกางเกงและกระโปรงที่สั้นเหนือเข่ามากเกินไป เพื่อความเหมาะสมในการเข้าวัด โดย วัดกัลยาณมิตร เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น. รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน (เพ็ญพิชชา)