“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” ทักทายกันวันอังคารที่ 1 กันยายน 2569 เริ่มต้นเดือนใหม่พาทุกท่านท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้และเชิงวัฒนธรรมกราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันที่ "วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร" พระอารามหลวงชั้นเอกของเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร เริ่มต้นกันที่ประวัติความเป็นมาของ "วัดบวรนิเวศฯ" แห่งนี้เริ่มสร้างขึ้นมาในปี พ.ศ. 2367-2375 สมัยแผ่นดินล้นเกล้ารัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงโปรดฯ ให้สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้าฟ้ามงกุฎซึ่งครั้งนั้นทรงผนวชอยู่พอสร้างแล้วเสร็จให้ชื่อว่า "วัดใหม่" ย่านริมคลองบางลำพูส่วนพระอุโบสถเมื่อครั้งนั้นยังไม่มีองค์พระประธานสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้าฟ้ามงกุฎหรือสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพหรือต่อมาคือล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงโปรดฯให้อัญเชิญองค์พระพุทธรูปจากวัดสระตะพานเมืองเพชรบุรีมาประดิษฐานเป็นองค์พระประธานในพระอุโบสถเรียกว่า "หลวงพ่อโตหรือพระพุทธสุวรรณเขต" เหตุผลเพราะพบแร่สุวรรณเขตเป็นแร่คล้าย ๆ ทองคำส่วนหน้าตักกว้าง 9 ศอก 21 นิ้ว ถือว่าเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่จึงเรียกว่า "หลวงพ่อโต" แล้วต่อมาก็ทรงโปรดฯให้อัญเชิญ "พระพุทธชินสีห์" มาจากวัดใหญ่หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหารเมืองสองแคว-พิษณุโลกมาประดิษฐานเป็นพระประธานองค์ที่สองหน้าองค์หลวงพ่อโต สำหรับพระอุโบสถดูสวยงามมาก ๆ ทั้งประตูและหน้าต่างมีลวดลายแกะสลักมองแล้วคล้าย ๆ มีพลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของแต่ละคน พระอุโบสถ สวยงามมากครับ ส่วนหลังพระอุโบสถมีองค์พระเจดีย์สูงเด่นก็เดินเยี่ยมชมได้สำหรับอีกหนึ่งเรื่องของวัดบวรนิเวศฯคือบานประตูทางเข้าพระอุโบสถมีเรื่องราวเล่าขานเกี่ยวกับเทพรักษาบานประตูหรือเรียกว่าทวารบาลหรือเชียงกางเรื่องนี้ขอเขียนเล่าเรื่องย้อนกลับไปในสมัยแผ่นดินล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งนั้นน่าจะเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 2 อยู่มาวันหนึ่งมีชาวจีนผู้ติดการสูบฝิ่นมาก ๆ แต่โรงสูบฝิ่นก็มีการยกเลิกใครสูบฝิ่นก็ผิดกฎหมายชาวจีนคนนี้เข้าไปในวัดบวรนิเวศฯ เพราะไม่ได้สูบฝิ่นหรือหยุดสูบฝิ่นทำให้ลงแดงแล้วเสียชีวิตในวัดนี้ด้วยเหตุนี้ทางวัดจึงได้ประกอบพิธีกงเต๊กให้ตามประเพณีชาวจีนและในคำคืนนั้นชาวจีนที่เสียชีวิตได้เข้าฝันท่านเจ้าอาวาสเพื่อขอสถิตอยู่ที่บานประตูทางเข้าพระอุโบสถ ทางวัดก็ทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณให้สถิตบานประตูตามที่ขอนี่เองที่มาของคำว่า "เชียงกางหรือทวารบาน" มีเทพสถิตแต่ทุกวันนี้ประตูสองบานนี้ก็บูรณะขึ้นมาใหม่ก็ทำให้บานประตูดูสวยงามมากครับ เจดีย์ด้านหลังอุโบสถ "วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร" น่าสนใจไปเที่ยวมาก ๆ จุดแรกคือบานประตูทางเข้าพระอุโบสถ บานประตูทางเข้าพระอุโบสถ สวยงามมากครับ ส่วนจุดที่ 2 หน้าบันพระอุโบสถประดับด้วยเครื่องเบญจรงค์ สวยงามครับ จุดที่ 3 ในพระอุโบสถกราบบูชาขอพรองค์พระพุทธรูป "หลวงพ่อพุทธชินสีห์" ศิลปะสมัยสุโขทัยและ "หลวงพ่อโตหรือพระพุทธสุวรรณเขต" ศิลปะสมัยอยุธยาขอพรให้เป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวหรือเรื่องหน้าที่การงานให้เจริญก้าว "หลวงพ่อพุทธชินสีห์" และ "หลวงพ่อโตหรือพระพุทธสุวรรณเขต" สำหรับชื่อ "วัดบวรนิเวศฯ" สมัยปลายรัชกาลที่ 3 ครั้งนั้นสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จประทับแรกวัดใหม่แล้วทรงโปรดฯให้วัดรังษีสุทธาวาสรวมเป็นวัดเดียวกันกับวัดใหม่แล้วทรงโปรดฯให้ชื่อว่า "วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร" ไปกราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมความงดงามในจุดต่าง ๆ กันได้ครับ "กินเที่ยวทั่วไทย เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ ถ้าอยากรู้ต้องออกเดินทางไป...กับ...ผมหนุ่ม-สุทน” แล้วฝากติดตามฟังรายการ "กินเที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์" ทางคลื่นข่าว fm 100.5 mhz ฟังเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ วิถีชุมชน วัฒนธรรมและอาหารถิ่นของชุมชนได้ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. ขอบคุณและสวัสดีครับ ไปกันได้ครับ "วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร" พิกัด "วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร" https://maps.app.goo.gl/Y2S2HMGpPfFbsDNv8 เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์ แฟนเพจเฟซบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/ #ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. #ติดต่อวิทยากรด้านการท่องเที่ยวได้ที่ได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ค #เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !