พูดถึงที่เที่ยวสตูล หลายคนมักนึกถึงน้ำทะเลใสแจ๋วของเกาะหลีเป๊ะ ที่ขึ้นแท่นขวัญใจสายทะเลทั้งไทยและต่างชาติแบบเหนียวแน่น แต่ถ้าลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง ท่ามกลางความเขียวขจีของเทือกเขาบรรทัดในอำเภอมะนัง ยังซ่อนที่เที่ยวสุดอลังการระดับโลกไว้อีกแห่ง และคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ นั่นก็คือ "ถ้ำภูผาเพชร" เป้าหมายของสายลุยและคนรักธรรมชาติที่อยากหลบบรรยากาศของเมือง ไปสัมผัสความตื่นเต้นใต้ดินจริง ๆ บอกเลยว่าบทความนี้จะพาคุณออกนอกเส้นทางเดิม ๆ สตูลมีดีมากกว่าทะเลแน่นอน อ่านจบแล้วต้องรีบจดลงลิสต์ทันที ถ้ำภูผาเพชร ความยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูเท่าไหร่ แต่รู้ไหม ที่นี่คือถ้ำใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ใหญ่ที่สุดในไทยด้วยนะ! ไม่ใช่แค่เรื่องขนาด แต่หินงอกหินย้อยที่นี่อายุเป็นล้านปี แถมซ่อนตัวในห้องต่าง ๆ มากกว่า 20 ห้อง เดินกันจนลืมเหนื่อย ไม่ต้องกลัวอึดอัดเลย แม้จะเป็นที่เที่ยวลับที่ชาวต่างชาตินิยมสุด ๆ แต่คนไทยเองหลายคนยังไม่เคยไป การมาที่นี่เลยเหมือนย้อนกาลเวลากลับไปยุคดึกดำบรรพ์ เดินดูหินแล้วคิดว่าธรรมชาตินี่สุดยอดจริง ๆ บรรยากาศและที่ตั้ง ถ้ำภูผาเพชรตั้งอยู่บนเขาหินปูนในเขตหมู่บ้านควนดินดำ รอบ ๆ เป็นคลองลำโลนและคลองระเกด บรรยากาศร่มรื่น สูดอากาศสดชื่นเต็มปอด คนที่ชอบธรรมชาติจริงจังจะรู้ว่าสตูลไม่ได้มีดีแค่ทะเล ถ้ำนี้นี่แหละของจริง วัยรุ่นต้องมาเช็กอิน เตรียมชุดลุยกับกล้องให้พร้อม แล้วไปลุยกับถ้ำนี้กันเลยครับ จุดเริ่มต้นของการค้นพบ ถ้ำนี้ไม่ได้ถูกค้นพบโดยนักโบราณคดีนะ แต่เป็นชาวบ้านที่ไปเจอโดยบังเอิญ เรื่องเล่าบอกว่าเมื่อปี 2517 ครอบครัวของนายช่วงและนางถั้นเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เจอ บ้างก็ว่าหลวงตาแผลง พระธุดงค์เข้าป่าแล้วเจอราวปี 2535 หลังจากนั้นเริ่มมีคนมาสำรวจจริงจัง พัฒนาจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการในปี 2540 ชื่อเก่าที่ชาวบ้านเรียกก็มีทั้ง "ถ้ำลอด" "ถ้ำยาว" หรือ "ถ้ำเพชร" ตามลักษณะทางกายภาพของถ้ำที่ยาวและหินงอกหินย้อยสุดตระการตา สุดท้ายเปลี่ยนเป็น "ถ้ำภูผาเพชร" ให้สมกับความสวยงามเหมือนเพชรเม็ดโตในอ้อมกอดภูเขา ย้อนรอยอารยธรรมหมื่นปี ถ้ำภูผาเพชรไม่ได้เป็นแค่ที่เที่ยวธรรมชาติ แต่ยังมีหลักฐานทางโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลาสำรวจแล้วเจอร่องรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ พบเครื่องมือหินกะเทาะแบบ "สุมาตราลิธ" อายุตั้งแต่ 4,000 - 10,000 ปี รวมถึงชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะและภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ หลักฐานพวกนี้บอกเลยว่าถ้ำเคยเป็นทั้งที่พักอาศัยและใช้ประกอบพิธีกรรมที่มาตั้งแต่สมัยบรรพกาล เดินอยู่ในถ้ำแล้วนึกถึงมนุษย์เมื่อหมื่นปีก่อน รู้สึกถึงสายใยเวลาที่ยังไม่ขาดหาย เพิ่มความขลังให้กับทริปนี้แบบไม่เหมือนใคร "ชาวมันนิ" ลมหายใจแห่งป่า มนุษย์กับถ้ำแห่งนี้ยังเชื่อมโยงถึงปัจจุบันผ่าน "ชาวมันนิ" หรือเผ่านิกริโตที่ยังใช้ชีวิตดั้งเดิมในป่าลึก แถบอำเภอมะนัง พวกเขาล่าสัตว์ด้วยลูกดอก ไม่ใช้น้ำประปาหรือไฟฟ้า อยู่แบบพึ่งธรรมชาติจริง ๆ มาเที่ยวสตูลนอกจากจะดูความสวยของหินปูนแล้ว ยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืนที่สุดของมนุษย์ เรื่องราวเหล่านี้ทำให้ถ้ำภูผาเพชรไม่ใช่แค่แหล่งท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็น "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ สู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับ: เส้นทางพิชิตปากถ้ำ เริ่มเดินเข้าไปในถ้ำ ก้าวแรกยังไหวอยู่หรอก แต่พอถึงขั้นที่ร้อยสองร้อยกว่า ๆ ขาสั่นแน่นอน ต้องพักดมยาดมกันบ้างแหละ! เหนื่อยนิดหน่อย อยากจะเอ่ยปากไปว่า "กี่โมง" แต่พอหันกลับไปมองวิวข้างหลัง เท่านั้นแหละ หายเหนื่อยเลย! ทางเดินจะพาขึ้นไปปากถ้ำเล็ก ๆ บนยอดเขา พอลอดเข้าไป เพดานถ้ำสูงโปร่ง ลมเย็น ๆ พัดผ่าน ความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้ง ด้านในกว้างใหญ่กว่า 50 ไร่ มีห้องต่าง ๆ ถึง 20 ห้อง แต่ละห้องตั้งชื่อตามลักษณะของหินงอกหินย้อย เช่น ห้องผ้าม่าน ห้องปะการัง โดมศิลาเพชร ฯลฯ หมายเหตุ: ทางเดินภายในถ้ำมีสะพานไม้กับไฟส่องสว่าง เดินชมได้อย่างปลอดภัย (แต่อย่าเผลอไปจับหินนะครับ เพราะอาจทำให้หินหยุดการเติบโตได้) "ลานแสงมรกต" จุดเช็กอินระดับตำนาน จุดไฮไลต์ที่ทุกคนห้ามพลาด คือลานแสงมรกต ลึกสุดของเส้นทางถ้ำ ไฮไลต์อยู่ที่ช่องเพดานใหญ่ที่ปล่อยแสงอาทิตย์ตกกระทบหินก้อนยักษ์กลางห้อง แสงกลางความมืดนี่แหละคือที่สุดของธรรมชาติ ถ่ายรูปแล้วออกมาปังแน่นอน เวลาที่เหมาะสุดคือช่วง 15.00 - 16.00 น. ของเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน จะเห็นลำแสงสีทองกระทบกับสีเขียวของตะไคร่น้ำ กลายเป็นลานมรกตสุดอลังการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวันด้วย "โดมศิลาเพชร" ความงามของถ้ำที่มีชีวิต โดมศิลาเพชร คือความว้าวอีกจุดในถ้ำที่ถ้าไม่ได้เห็นถือว่าพลาด ลานแสงมรกตก็ว่าสวยแล้วนะ แต่ตรงโดมนี้ แค่มัคคุเทศก์ส่องไฟไปที่ผนังถ้ำหรือหินงอกหินย้อย ทุกอย่างก็เปล่งประกายเหมือนมีเพชรโรยอยู่เต็มห้อง มันระยิบระยับจนรู้สึกว้าวสุด ๆ ทีเด็ดก็คือผลึกแร่เหล่านี้ไม่ได้มาเล่น ๆ นะ เพราะมันค่อย ๆ ก่อตัวจากหยดน้ำแคลไซต์ที่ยังไหลลงมาอยู่ทุกวัน เลยบอกได้เต็มปากว่าถ้ำนี้ยังมีชีวิต ยังโตอยู่ทุกวินาที เห็นศิลปะที่ธรรมชาติค่อย ๆ สร้างทีละหยด ทีละเม็ด ผ่านเวลานับพันปี มันทำให้เรารู้สึกเลยว่าเรานี่เล็กจิ๋วมากเมื่อเทียบกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ เก็บครบทุกพิกัดอันซีนสตูล: มะนัง – ละงู – ทุ่งหว้า - เมืองสตูล สายลุยถ้าจะเที่ยวสตูลทั้งที จะหยุดแค่ที่เดียวก็ใช่เรื่อง! มะนัง – ละงู – ทุ่งหว้า – เมืองสตูล ใครอยากเก็บครบแบบอันซีน เรารวมมาไว้ให้แล้ว อยากวาร์ปไปที่ไหนก็เลือกตามใจเลย 1. โซนมะนัง – โซนนี้สายลุยน้ำ สายป่าต้องมา น้ำตกวังสายทอง อยู่ไม่ไกลจากถ้ำภูผาเพชร น้ำตกหินปูนสีเหลืองทองเหมือนน้ำผึ้ง สวยจนหยุดมองไม่ได้ ที่สำคัญ เดินลุยได้จริงไม่ลื่นเลย ล่องแก่งวังสายทอง กิจกรรมที่วัยรุ่นต้องลอง ล่องแก่งที่คลองลำโลน ได้ฟีลผจญภัยแบบเต็มที่ ทั้งสนุก ทั้งปลอดภัย เหมาะกับการมาลุยกับแก๊งเพื่อน ๆ 2. โซนทุ่งหว้า – ใครชอบเรื่องยุคดึกดำบรรพ์ ต้องแวะ ถ้ำเล สเตโกดอน ของแปลกมีจริง ตั้งอยู่รอยต่อสตูล - ตรัง พายคายัคลอดถ้ำน้ำเค็มที่ยาวที่สุดในไทย (4 กิโลเมตร) เคยเจอฟอสซิลช้างกับแรดโบราณด้วย ถูกใจสายธรณีวิทยาและสายลุยแน่นอน ถ้ำเจ็ดคต (ถ้ำสัตคูหา) ถ้ำน้ำลอดทางคดเคี้ยวยาวกว่า 600 เมตร มีถึง 7 คูหา ไฮไลต์ห้ามพลาดคือคูหาที่ 7 เรียกว่า "ส่องนภา" หินย้อยรูปดอกบัวคว่ำสวยจนต้องหยุดถ่ายรูป 3. โซนละงู & เมืองสตูล – อันซีนฝั่งทะเล ปราสาทหินพันยอด (บ้านปากบารา ละงู) พายคายัคเข้าไปจะเจอหินปูนแหลม ๆ เหมือนยอดปราสาท รายล้อมด้วยน้ำทะเลสีมรกต เห็นแล้วถึงกับร้องว้าว สันหลังมังกร (บ้านตันหยงโป เมืองสตูล) สันทรายที่เกิดจากเปลือกหอยนับล้านทับถมกัน พอน้ำลดเหมือนมังกรโผล่ขึ้นมาจากทะเลให้เราเดินถ่ายรูปเก๋ ๆ คู่มือสายเดินทาง: แบกเป้ลุยถ้ำภูผาเพชร & มะนัง การเดินทางไปมะนังไม่ยากอย่างที่คิดครับ วัยรุ่นยุคใหม่ไปเองได้สบาย ๆ 1. เดินทางจากกรุงเทพฯ วิธีเร็วที่สุด นั่งเครื่องบินลงหาดใหญ่ (HDY) แล้วต่อมินิบัสหรือรถตู้เข้าเมืองไปสถานีขนส่งหาดใหญ่แห่งที่ 2 (ตลาดเกษตร) จากนั้นก็ต่อรถตู้สาย "หาดใหญ่ - สตูล" หรือ "หาดใหญ่ - ปากบารา" แจ้งคนขับว่าลง "สามแยกควนกาหลง" แล้วต่อรถเข้าอำเภอมะนัง ประหยัดทั้งเงินและเวลา ไม่ต้องไปอ้อมถึงตัวเมืองสตูล วิธีสายชิว/ประหยัด ขึ้นรถทัวร์จากสายใต้ใหม่ (บรมราชชนนี) ไปถึงสตูลหรืออำเภอละงูได้ตรง ๆ 2. เดินทางในพื้นที่ ถึงมะนังแล้ว แต่ละที่เที่ยวค่อนข้างห่างกัน แนะนำเหมารถสองแถว หรือเช่ามอเตอร์ไซค์ขับเองจะสะดวกกว่า ทางไปถ้ำภูผาเพชรเป็นถนนลาดยางตลอด ขับง่าย มีป้ายบอกตลอดเส้นทาง ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก็มีที่จอดรถกว้างมาก 3. ช่วงเวลาที่เหมาะ & เตรียมตัว เที่ยวได้ทั้งปี แต่ช่วงพีคสุด คือพฤศจิกายน - พฤษภาคม อากาศในถ้ำเย็นสบาย พื้นไม่ลื่น ห้ามพลาด "ลานแสงมรกต" ตอนบ่าย 3 โมง แสงสวยสุด ๆ ของที่ควรพก มีไฟฉาย รองเท้าผ้าใบที่เกาะพื้นดี ๆ พกน้ำดื่มไว้เดินขึ้นเขาได้ แต่ห้ามเอาขวดน้ำเข้าถ้ำไปในถ้ำ ลดขยะนะครับ การแต่งกาย ใส่ชุดลุย ๆ พร้อมปีนบันได มุดถ้ำได้เลย เตรียมตัวให้พร้อม: ข้อมูลค่าใช้จ่ายและของที่ต้องมี เที่ยวธรรมชาติระดับโลกแต่จ่ายแค่หลักสิบมีอยู่จริง! มาถ้ำภูผาเพชรอย่าลืมเซฟเช็กลิสต์นี้ไว้เลยครับ 1. ข้อมูลเกี่ยวกับถ้ำภูผาเพชร เวลาทำการ 08:30 – 15:30 น. เปิดทุกวัน ค่าเข้าอุทยาน ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท ค่าไกด์ท้องถิ่น 20 บาท/คน (ต้องมีไกด์นำทางเพื่อความปลอดภัยและข้อมูลที่เป๊ะปัง) ค่าเช่าไฟฉาย 20 บาท (แนะนำให้ต้องเช่า ข้างในมืดมาก ไฟฉายช่วยให้เห็นประกายเพชรบนหินชัด ๆ) 2. ไอเท็มที่ต้องมีในเป้ กระเป๋ากันน้ำ ของชิ้นนี้สำคัญ เพราะต้องลุยน้ำตกและเข้าถ้ำที่มีน้ำ เสื้อผ้าสำรอง เผื่อเปียกตอนล่องแก่งหรือลุยน้ำตก ยาแก้แมลงกัดต่อย กับครีมกันแดด (เตือนแล้วนะว่าแดดใต้แรงแบบไม่เกรงใจใคร!) กล้องถ่ายรูปกับพาวเวอร์แบงค์ ห้ามลืมเด็ดขาด บทสรุป: ทำไม "ถ้ำภูผาเพชร" ถึงกลายเป็นจุดหมายที่ต้องมาให้ได้ในปี 2569 - 2570? ง่าย ๆ เลย เพราะนี่คือประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครจริง ๆ เริ่มที่เรื่องระดับโลกก่อน ถ้ำภูผาเพชรได้รับการยอมรับจากยูเนสโกแล้วนะ นี่คือมรดกของมนุษยชาติที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าในไทย คุณจะเจอทั้งความตื่นเต้น ความอลังการ แล้วก็เรื่องราวทางโบราณคดีที่ลึกซึ้งแบบที่หาที่อื่นไม่ได้ สำหรับสายคอนเทนต์หรือคนที่ชอบเที่ยวที่ลับ บอกเลยว่ามาเช็กอินที่นี่ก่อนใคร รูปคุณจะยูนีคสุด ๆ ไม่มีใครเหมือนแน่นอน ลบภาพจำเรื่องถ้ำมืด ๆ อับชื้นไปได้เลย เพราะที่นี่เหมือนมหานครใต้ดินที่สวยจนลืมหายใจ โดยเฉพาะ "ลานแสงมรกต" ที่เหมือนธรรมชาติสะกดให้คุณหยุดมอง จะมาเท่คนเดียว แบกเป้ลุย หรือพาแก๊งเพื่อนมาก็ได้ทั้งนั้น สตูลกับถ้ำภูผาเพชรพร้อมเสิร์ฟความทรงจำดี ๆ ให้คุณอยากกลับมาอีกไม่รู้จบ เมืองนี้อบอุ่นเหมือนมาเยี่ยมบ้านเพื่อนจริง ๆ คุณจะได้ทั้งรอยยิ้มจากคนท้องถิ่น ความรู้แน่น ๆ จาก "อุทยานธรณีโลกสตูล" แล้วก็มีมัคคุเทศก์ตัวน้อยคอยเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้ฟังตลอดทางด้วย เก็บกระเป๋า เตรียมใจ แล้วไปเจอกันที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูลเลย! รูปภาพนี้ถ่ายโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !