เปิดตำนาน ฮาโลวีน เทศกาลปล่อยผี ตุลาหลอนของชาวตะวันตก

เปิดตำนาน ฮาโลวีน เทศกาลปล่อยผี ตุลาหลอนของชาวตะวันตก
แมวหง่าว
10 ตุลาคม 2561 ( 09:00 )
21.7K
2

     อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลวันฮาโลวีน (Halloween) ที่จัดขึ้นทุกๆ วันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปีนะครับ ฮาโลวีนเป็นอีกเทศกาลหนึ่งของชาวตะวันตกแพร่หลายพอสมควรในเมืองไทยครับ แต่ส่วนใหญ่มักจะรู้จักเพียงในนามของ “วันปล่อยผี” แต่รายละเอียดลึกๆ และที่มาที่ไปของวันนี้ ไม่ค่อยมีใครทราบ แต่ Travel Truelife จะทำให้ฮาโลวีนปีนี้ของคุณหลอนได้อย่างมีรายละเอียด!

 

 

     จริงๆ แล้วรากศัพท์ที่มาของคำว่า “Halloween” นั้น เพี้ยนมาจาก ” All Hallows Eve” คือ คืนก่อนวัน ” All Hallows Day” หรือ ” All Saint’s Day” (วันที่ 1 พฤศจิกายน) ซึ่งเป็นวันที่เหล่าคริสตศาสนิกชนจะมาปฏิบัติศาสนกิจเพื่อระลึกถึงนักบุญต่างๆ

 

     แต่ที่มาเกี่ยวกับเรื่องผีๆ สางๆ ได้ คาดว่าน่าจะมาจากตำนานที่มีมากว่าสองพันปีครับ จากความเชื่อของชาวเซลติก (ชนพื้นเมืองตอนเหนือของยุโรป) ระบุเอาไว้ว่า ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นเทศกาลบูชาเทพเจ้าแห่งความตาย ก่อนจะเข้าสู่ฤดูหนาว โดยจะนำเหล้าและอาหารออกมาวางนอกบ้าน เพื่อให้เทพเจ้าแห่งความตายได้ดื่มกิน แต่บ้างก็ว่า วันที่ 31 ตุลาคม เป็น วันปล่อยผี (คงคล้ายๆ กับวันทำบุญเดือนสิบของไทย)

 

     ในวันปล่อยผีนี้เหล่าวิญญาณจะกลับมายังโลก เพื่อเข้าสิงร่างของคนที่มีชีวิตอยู่ ชาวบ้านที่กลัวว่าจะถูกวิญญาณเข้าสิงก็จะทำการดับเตาไฟในบ้าน เพื่อบ้านจะได้หนาวเย็น วิญญาณจะได้ไม่อยากเข้ามา และต่อจากนั้น ก็จะออกไปรวมตัวกัน ก่อกองไฟเพื่อให้วิญญาณกลัว นอกจากนี้ยังแต่งตัวให้เหมือนผี เดินขบวนส่งเสียงร้องไปรอบๆ หมู่บ้าน เพื่อให้วิญญาณเข้าใจผิดว่าเป็นพวกเดียวกัน

 

 

     และถ้าจะพูดถึงฮาโลวีนแล้ว สัญลักษณ์ที่ลอยเข้ามาในห้วงความคิดของทุกคน นอกจากการแต่งแฟนซีเป็นผีแล้ว “ฟักทอง” ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ติดอันดับ “โลโก้” ของฮัลโลวีน ฟักทองนี้ก็มีที่มาครับ มันถูกเรียกว่า Jack O’Lantern จริงๆ “แจ๊ค” นี้ มาจากชายขี้เมาชาวไอริชจอมเจ้าเล่ห์ ขี้เหนียวแกมขี้โกงครบสูตร ในวันฮาโลวีนในปีหนึ่ง เป็นวันที่ซาตานกำหนดว่าจะเป็นวันตายของแจ๊ค ซาตานจึงเดินทางมาหาเจ็คเพื่อเอาวิญญาณเขาไปนรก ซึ่งขณะนั้นแจ็คกำลังดื่มเหล้าอยู่ จึงขอซาตานว่าดื่มเสร็จแล้ว จะไปลงนรกกับซาตาน เมื่อดื่มเสร็จจึงออกอุบายหลอกล่อ ว่าถ้าซาตานมีอิทธิฤทธิ์จริง ลองแปลงร่างเป็นเหรียญให้ดูหน่อยซิ ซาตานก็หลงเชื่อ ทำตามคำท้าของแจ็ค เมื่อซาตานแปลงร่างเป็นเหรียญ แจ็คก็จัดการเก็บเหรียญใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อซึ่งอยู่ติดกับไม้กางเขน เพื่อไม่ให้ซาตานกลับมาเป็นร่างเดิม ต่อมาแจ็คได้ยื่นข้อเสนอกับซาตานว่า หากอยากกลับมาสู่ร่างเดิม จะต้องสัญญาว่า จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับตนอีก เป็นเวลา 1 ปี ซาตาน ก็ตกลง


     หนึ่งปีผ่านไป ซาตานก็กลับมาหาแจ็คอีก คราวนี้ แจ็คก็ออกอุบายหลอกอีกครั้ง บอกให้ซาตานปีนต้นไม้ไปเก็บผลไม้ให้หน่อย เมื่อซาตานสุดซื่อ ปีนขึ้นไป แจ็คก็จัดการแกะเปลือกไม้ เป็นรูปไม้กางเขน ทำให้ซาตานไม่สามารถปีนลงมาได้ แล้วแจ็คก็ยื่นเงื่อนไขว่า ถ้าซาตานอยากลงจากต้นไม้ จะต้องสัญญาว่าภายใน 10 ปีจะไม่มาเอาวิญญาณของแจ็คไป ซึ่งซาตานก็จำต้องตกลงให้คำสัญญาอีกจนได้

 

 

     แต่มนุษย์ทุกคนก็หนีไม่พ้นความตาย แจ็คก็เช่นเดียวกัน แต่เมื่อเขาตาย กลับไม่มีที่ไหนยอมรับวิญญาณของเขา สวรรค์ไม่ต้อนรับเขาเพราะเป็นคนเจ้าเล่ห์ ส่วนนรกก็ไม่ต้องการ เพราะว่าหลอกซาตานเอาไว้ถึงสองครั้งสองครา แจ็คจึงเป็นผีเร่ร่อน อยู่กับความมืดมิดเพียงลำพัง แต่ซาตานก็ยังใจดี โยนถ่านที่ยังไม่มอดให้กับแจ็ค 1 ก้อน ไว้ส่องทาง และเพื่อรักษาถ่านให้ส่องสว่างอยู่นานที่สุด ผีแจ็คก็ได้แกะหัวผักกาดซึ่งเป็นผักหาง่ายในท้องถิ่นให้เป็นรู และใสก้อนถ่านลงไป แล้วผีแจ็คกับตะเกียงมันแกว ก็ล่องลอยไปตามที่ต่างๆ ซึ่งคนไอริชเรียกผีแจ็คกับตะเกียงว่า Jack of Lantern ภายหลังได้เพี้ยนเป็น Jack O’Lantern ด้วยประการฉะนี้ครับ

 

     ต่อมาคนในไอร์แลนด์ และสก็อตแลนด์ ได้ทำ Jack O’Lantern เอง โดยการแกะสลัก หัวมันแกวหรือหัวมันฝรั่งให้ดูน่ากลัวแล้ววางไว้ที่หน้าต่าง เพื่อให้ผีแจ็คและผีอื่นๆ กลัว และเมื่อชาวอังกฤษ เดินทางอพยพไปอยู่อเมริกา ก็ได้นำธรรมเนียมนี้ติดไปด้วย แต่ที่อเมริกานั้นฟักทองหาง่าย อีกทั้งยังแกะสลักง่ายกว่ามันแกวกับมันฝรั่งด้วย ผู้คนจึงเปลี่ยนจาก การแกะสลักมันแกวมาเป็นฟักทองแทน โดยเนื้อฟักทองที่คว้านออกมาได้ ก็นำไปทำเป็นพายฟักทองกินกันในเทศกาลนี้ไปเลยล่ะครับ

 

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่