สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ทุกคน หลังจากบทความที่แล้ว ที่เราได้พาเพื่อน ๆ ทุกคนไปเที่ยวอ่าวยน อ่าวที่ยังคงความสงบและเป็นธรรมชาติที่สุดของภูเก็ตเท่าที่เราเคยสัมผัส วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ออกเดินทางต่อไปยังแหลมพันวา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากอ่าวยนค่ะ เราออกจากอ่าวยนกลับมาตามเส้นทางถนนศักดิเดช ไปไม่ยากเลยค่ะ ไม่ว่าอย่างไรก็ไปถึง เพราะแหลมพันวาอยู่สุดเส้นทางถนนเส้นนี้เลย เส้นทางอาจจะคดเคี้ยวนิดหน่อย เพื่อน ๆ ขับรถระมัดระวังกันนิดนึงนะคะ แหลมพันวา อยู่ในเขตพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ตค่ะ ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 15 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับอควาเรี่ยมภูเก็ตนั่นเอง ก่อนหน้านี้แหลมพันวายังคงมีความเป็นธรรมชาติและเงียบสงบกว่าทุกวันนี้ มีต้นไม้เต็มพื้นที่ มีวิถีชีวิตชาวบ้านที่ออกหาปลา แต่ปัจจุบันบริเวณแหลมพันวา เป็นที่ตั้งของโรงแรมห้าดาวหลาย ๆ แห่ง ที่รู้จักกันดี เช่น โรงแรมศรีพันวา, โรงแรมเคปพันวา หรือโรงเแรมเรดิสัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวหรือโรงแรมยังคงไม่มากมายเท่าชายหาดอื่น ๆ และตอนนี้เรามาถึงแหลมพันวาแล้วค่ะ เราจอดรถบริเวณหน้าอควาเรี่ยม และเดินเข้าไปด้านในของศูนย์ชีววิทยาภูเก็ตที่สามารถเดินไปชมหาดแหลมพันวาได้ใกล้ ๆ มาที่นี่เมื่อไหร่ แหลมพันวายังคงต้อนรับเราด้วยฟ้าสีสวย ทะเลสีใส ประทับใจผู้มาเยือนอย่างเราเสมอ เรานั่งลงบนขอบผนังกั้นระหว่างทะเลและพื้นดิน มองออกไปไกล ๆ จะเห็นประภาคารสีขาว และภูเขาน้อยใหญ่อยู่ไกล ๆ ความสวยของทะเลตรงหน้า เราคงไม่สามารถเพียงแค่นั่งมองได้ ขอลงไปสัมผัสแผ่นน้ำตรงหน้าสักหน่อย เราเดินเลียบชายหาดมาอีกสักพักหนึ่ง ก็จะเห็นมุมความเป็นธรรมชาติของแหลมพันวาที่ยังพบได้ นั่นคือเรือประมงของชาวประมง ซึ่งยังคงมีวิถีชิวิตประมงพื้นบ้าน นำเรือมาจอดไว้หลังจากออกหาปลาเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ถัดจากภาพเรือประมงไปด้านหลัง คือที่ตั้งของอควาเรียมนั่นเองค่ะ เราเดินกลับมาที่โขดหินอีกฝั่ง หาที่ร่มเพื่อนั่งที่นี่สักพัก ตั้งใจว่าจะรอดูพระอาทิตย์ตกก่อนแล้วค่อยกลับ ขณะที่นั่งชมธรรมชาติตรงหน้า เราเห็นพ่อผู้ซึ่งเป็นชาวประมงพาลูกชายตัวน้อยมาเก็บกวาดทำความสะอาดเรือประมงซึ่งเป็นเครื่องมือหากินของเขากลางแดดร้อนจ้า แต่พ่อและลูกดูมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า นึกย้อนกลับมาที่ตัวเอง เป็นภาพพนักงานบริษัทนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในห้องแอร์เย็น ๆ ที่ใคร ๆ มองว่าเป็นการทำงานที่ดูสุขสบาย แต่เรากลับรู้สึกถึงความไม่มีอิสระ เหมือนถูกจองจำ แบกรับความเครียด ความคาดหวังตลอดเวลา จนเรารู้สึกว่าทุกวันนี้ เรากลายเป็นคนที่มีความสุขยากขึ้น หลายคนอาจมองว่าเรามีหน้าที่การงานที่น่าอิจฉา แต่สำหรับเรา เรากลับนึกอิจฉาพ่อลูกคู่นี้ ที่สามารถมาดื่มด่ำกับธรรมชาติสวย ๆ ตรงนี้เมื่อไหร่ก็ได้ นี่แหละหนาที่เขาว่า ลางเนื้อชอบลางยา นึกถึงพรุ่งนี้ที่ต้องเดินทางกลับไปทำงานที่แสนจะเบื่อหน่ายต่อ ก็พาลจะงอแงเสียแล้ว เฮ้อ! เราก็หวังใจว่าเราจะสามารถเรียนรู้การมีความสุขกับปัจจุบันให้มากกว่านี้ ว้า! แย่จริง เราพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวที่สวย ๆ กลับหักมุมเป็นบทความชวนเศร้าไปเสียอย่างนั้น แต่อย่างน้อยเราอยากให้เพื่อน ๆ รู้ว่า ทะเลเป็นเพื่อนเราได้ทั้งยามสุขและทุกข์ เมื่อมีความสุข การมาทะเลทำให้เรายิ่งมีความสุข หากมีความทุกข์ การมาทะเลก็ช่วยบรรเทาความทุกข์ในใจลงได้จริง ๆ นั่งอยู่จนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็ได้เวลากลับแล้วค่ะ อย่าลืมนะคะเพื่อนคนไหนชอบมาเที่ยวทะเลในแบบที่เงียบ ๆ เป็นส่วนตัว มานั่งอ่านหนังสือ มานั่งฟังเพลงชิล ๆ รับลมทะเลเบา ๆ แนะนำที่นี่ค่ะ ธรรมชาติสวยงามที่เราไม่ต้องซื้อหา แค่เพียงมาก็มีความสุขแล้วค่ะ วันนี้ขอจบบทความแค่นี้ก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ แหลมพันวา...แล้วเราจะมาอีกนะ^^