องค์พระปฐมเจดีย์ นครปฐม มหาสถูปที่สูงที่สุดในโลก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คุณต้องไปสักครั้งในชีวิต! พระปฐมเจดีย์ คือพระเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศไทยและเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในพระสถูปเจดีย์ที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียง 56 กิโลเมตร ทำให้เดินทางมาเที่ยวได้สะดวกในวันเดียว ชื่อ "พระปฐมเจดีย์" มีความหมายว่า "พระเจดีย์องค์แรก" ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าพุทธศาสนาได้เข้ามาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรกบริเวณนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติต่างหลั่งไหลมากราบไหว้สักการะองค์พระปฐมเจดีย์อย่างไม่ขาดสาย ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ขึ้นชื่อว่าใครมาจังหวัดนครปฐมแล้วไม่ได้แวะมาที่นี่ก็เหมือนยังมาไม่ถึง พระปฐมเจดีย์มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช โดยพระสาวกผู้ถูกส่งมาเผยแผ่พระพุทธศาสนายังดินแดนสุวรรณภูมิ ต่อมาในยุคอาณาจักรทวารวดีได้มีการบูรณะและขยายองค์เจดีย์ให้ใหญ่โตขึ้นตามลำดับ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและก่อสร้างพระเจดีย์ครอบองค์เดิมไว้ ณ พ.ศ. 2396 จนมีขนาดและรูปลักษณ์อันยิ่งใหญ่ดังที่เห็นในปัจจุบัน การบูรณะครั้งนั้นใช้เวลานานหลายสิบปีและสืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลที่ 5 ประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้ทำให้พระปฐมเจดีย์เป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทั้งในทางพุทธศาสนาและโบราณคดีระดับชาติ องค์พระปฐมเจดีย์มีความสูงถึง 127 เมตร หรือประมาณ 417 ฟุต นับเป็นพระสถูปเจดีย์ที่สูงที่สุดในโลก ทำให้เป็นที่รู้จักและเลื่องลือในระดับนานาชาติ รูปทรงของเจดีย์เป็นแบบทรงระฆังคว่ำ ซึ่งเป็นแบบศิลปะทวารวดีที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนเจดีย์ที่ใดในโลก ฐานขององค์เจดีย์มีเส้นรอบวงกว้างกว่า 235 เมตร แสดงให้เห็นถึงความมโหฬารของสิ่งก่อสร้าง วัสดุที่ใช้ก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นอิฐและปูนขาวแบบโบราณ สะท้อนถึงภูมิปัญญาช่างไทยโบราณที่ล้ำเลิศ ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงบ่งบอกถึงขนาดทางกายภาพ แต่ยังสะท้อนถึงศรัทธาอันแน่วแน่ของบรรพบุรุษที่มีต่อพระพุทธศาสนาภายในบริเวณวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหารมีจุดน่าสนใจมากมายที่ไม่ควรพลาด ไฮไลต์สำคัญคือพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่โดยรอบองค์เจดีย์ทั้ง 4 ทิศ แต่ละทิศมีความหมายและพุทธลักษณะที่แตกต่างกันตามหลักพุทธศาสนา วิหารพระร่วงโรจนฤทธิ์ทางทิศเหนือเป็นอีกหนึ่งจุดสักการะที่ผู้คนนิยมมาบนบานศาลกล่าวขอพรในเรื่องต่างๆ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ภายในวัดเก็บรักษาโบราณวัตถุสมัยทวารวดีที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง การเดินเวียนประทักษิณรอบองค์เจดีย์ถือเป็นการสร้างบุญกุศลและยังได้ชมความงดงามของสถาปัตยกรรมจากมุมต่างๆ อีกด้วย งานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์หรือที่เรียกกันว่างาน "เทศกาลงานนมัสการพระปฐมเจดีย์" จัดขึ้นปีละครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน บริเวณลานรอบองค์เจดีย์จะคึกคักไปด้วยผู้คนนับแสนที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ บรรยากาศยามค่ำคืนสว่างไสวไปด้วยแสงไฟประดับที่งดงามตระการตา ภายในงานมีทั้งกิจกรรมทางศาสนา การแสดงมหรสพ และร้านค้าของฝากจากจังหวัดนครปฐมที่หาซื้อได้เฉพาะในงานนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีไทยอย่างแท้จริง หากมีโอกาสมาในช่วงนี้รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน มาเที่ยวพระปฐมเจดีย์แล้วต้องไม่พลาดลิ้มรสของกินอร่อยๆ ที่ขึ้นชื่อของนครปฐม ข้าวหลามนครปฐมถือเป็นของขึ้นชื่อที่ต้องซื้อกลับบ้านเป็นของฝาก มีเนื้อสัมผัสนุ่ม กลิ่นหอมใบเตยและกะทิที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รอบๆ บริเวณวัดมีร้านอาหารและแผงลอยมากมายที่เสิร์ฟอาหารไทยท้องถิ่นในราคาย่อมเยา ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ผัดไทย และขนมไทยโบราณล้วนหาทานได้ในละแวกนี้ ตลาดสดบริเวณใกล้เคียงยังเปิดขายผลไม้สดตามฤดูกาลและสินค้าพื้นเมืองที่น่าซื้อหา นอกจากจิตใจจะได้รับความสงบแล้ว กระเพาะก็จะได้รับความอิ่มเอมเช่นกัน การเดินทางมาพระปฐมเจดีย์ทำได้หลายวิธีซึ่งสะดวกทั้งนั้น สำหรับผู้ที่ขับรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าสู่นครปฐมได้โดยตรง ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถนั่งรถไฟจากสถานีหัวลำโพงหรือสถานีบางซื่อมายังสถานีนครปฐมได้อย่างสะดวก จากสถานีสามารถนั่งรถสามล้อหรือแท็กซี่มายังวัดได้ในระยะสั้น รถตู้โดยสารประจำทางจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ประหยัดและสะดวก วัดเปิดให้เข้าสักการะทุกวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไม่มีค่าเข้าชม พระปฐมเจดีย์ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพุทธทั่วประเทศให้ความเคารพนับถือ ผู้คนนิยมมาสักการะขอพรเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน ความรักและการศึกษา โดยเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ณ ที่นี้มีความศักดิ์สิทธิ์สูง ธรรมเนียมการนำผ้าห่มสีเหลืองมาถวายพระเจดีย์หรือการปิดทองพระพุทธรูปยังคงปฏิบัติสืบทอดมาถึงปัจจุบัน การเวียนเทียนรอบองค์พระปฐมเจดีย์ในวันสำคัญทางพุทธศาสนาอย่างวันวิสาขบูชาและวันมาฆบูชาถือเป็นบุญใหญ่ที่ชาวพุทธตั้งใจมาร่วมปฏิบัติ บรรยากาศของความศรัทธาและความสงบที่แผ่ซ่านอยู่ในวัดแห่งนี้ช่วยชำระจิตใจและเติมพลังบวกให้ผู้ที่มาเยือน เพื่อให้การมาเยือนพระปฐมเจดีย์เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด ควรมาในช่วงเช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดและอากาศร้อน บรรยากาศยามเช้ายังสวยงามและเงียบสงบกว่า เหมาะสำหรับการทำสมาธิและถ่ายรูปอย่างยิ่ง การแต่งกายควรสุภาพ ไม่สวมเสื้อแขนกุดหรือกางเกงขาสั้น เพราะเป็นวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรเตรียมรองเท้าแบบสวมถอดง่ายเพราะต้องถอดก่อนเข้าในวิหาร หากมาเป็นกลุ่มใหญ่อาจจ้างมัคคุเทศก์ท้องถิ่นเพื่อรับฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์อันน่าสนใจได้อย่างละเอียด นักท่องเที่ยวสายถ่ายรูปจะพบว่าองค์เจดีย์ยามค่ำคืนที่มีแสงไฟประดับสวยงามไม่แพ้ตอนกลางวัน พระปฐมเจดีย์ไม่ได้เป็นแค่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นหมุดหมายสำคัญของพุทธศาสนาและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทยที่ทุกคนควรมาสัมผัสด้วยตัวเอง ความยิ่งใหญ่ขององค์เจดีย์ที่สูงตระหง่านจะทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกถึงพลังงานอันยิ่งใหญ่ที่ยากบรรยาย ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าสองพันปีที่บันทึกอยู่ในทุกก้อนอิฐของเจดีย์แห่งนี้เป็นเรื่องราวที่น่าค้นหา การได้มาสักการะและนั่งสมาธิในบรรยากาศอันสงบของวัดจะช่วยฟื้นฟูจิตใจและเติมพลังให้ชีวิตอย่างที่ไม่มีสถานที่ใดทำได้เหมือน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้แสวงบุญ นักประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวทั่วไป หรือช่างภาพ พระปฐมเจดีย์มีสิ่งที่น่าค้นหาสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน มาแล้วจะรู้ว่าทำไมคนไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่าถึงผูกพันกับสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !