หลังจากที่เราเที่ยวที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งกันจนหนำใจแล้ว เราก็ขับรถมาต่อกันที่ ‘ป้อมพระจุล’ หรือชื่อเต็ม ว่า ป้อมพระจุลจอมเกล้า โดยการขับรถไปยังเส้นทางสุขสวัสดิ์ แล้วตรงไปตลอดทาง ระยะทางประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร ป้อมพระจุล ตั้งอยู่ในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นป้อมปราการทางน้ำที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อป้องกันการรุกรานของชาติตะวันตก ซึ่งในสมัยนั้นอาวุธหลักของป้อมนี้คือปืนใหญ่อาร์มสตรองขนาด 152 มม. จำนวนทั้งสิ้น 7 กระบอก จึงนับได้ว่าป้อมนี้ทันสมัยมากในเวลานั้น เมื่อเราขับรถเข้าไปในบริเวณนั้น มันเป็นเหมือนค่ายอะไรสักอย่างที่มีนายทหารออกมายืนต้อนรับหน้าปากทางจึงเกิดความไม่แน่ใจเล็กน้อยว่ามาถูกทาง ภายในมีทางแยกต่าง ๆ มากมายและเต็มไปด้วยต้นไม้เต็มสองข้างทาง และเมื่อขับตามป้ายบอกทางไป เราก็จะเจอกับบริเวณที่เรียกว่าป้อมพระจุล เราจึงเริ่มกันที่การสักการะพระบรมราชาสาวรีย์ขององค์รัชกาลที่ 5 กันก่อน ในบริเวณใกล้เคียงกันนั้นเองมีศาลของบูรพกษัตริย์ไทยพระองค์อื่น ประดิษฐานอยู่ด้วย อากาศตอนนั้นค่อนข้างดี มีลมพัดอยู่ตลอดเวลา และพระอาทิตย์เริ่มตกดินแล้ว บรรยากาศนับได้ว่าดีมากทีเดียว เราเดินไปยังอีกฟากของศาลเพื่อจะไปเยี่ยมชมที่ที่เรียกว่า เรือหลวงแม่กลอง เรือหลวงแม่กลองเคยเป็นเรือรบที่ปัจจุบันปลดประจำการไปแล้ว ด้วยระยะเวลากว่า 59 ปี ถูกต่อขึ้นเมื่อราว 80 ปีก่อนที่จังหวัดหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น จัดได้ว่าเป็นเรือรบที่ประจำการได้ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพเรือไทย และมีความเก่าแก่มากเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงหลากหลายอย่างไว้ภายใน หลังจากเยี่ยมชมเรือแม่กลองกันเสร็จแล้ว เราก็มานั่งพักที่ริมข้างทาง ที่มีลมเย็น ๆ พัดผ่านมา ท้องฟ้าสวย ๆ ที่กำลังเปลี่ยนสีเพราะพระอาทิตย์ตก เหมือนเป็นการใข้ขีวิตที่ slow life ได้แบบไม่ไกลจากกรุงเทพนัก ก่อนกลับเราก็ต้องพบกับความวุ่นวายใจเล็กน้อย เพราะ ‘ฝูงลิง’ ที่นั่นมีมากมายที่เดียวและคอยรบกวนนักท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อย จะว่าน่ารักก็น่ารักดี จะว่าก่อกวนก็ก่อกวน แล้วแต่มุมมองของใครก็แล้วกัน พิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลองนั้นเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.30-21.00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์ที่จะปิดทำการเร็วหน่อยคือ 19.00 น.