เครดิตภาพโดยผู้เขียน (ดร.อาบแสงจันทร์ ต.) สวัสดีครับ วันนี้ผู้เขียนจะพานักเที่ยวสายบุญทั้งหลายมาเที่ยววัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ครับวัดนี้อยู่ที่ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ชื่อว่า “วัดเด่นสะหลีเมืองแกน (วัดบ้านเด่น)” เป็นวัดของครูบาเจ้าเทือง (ครูบาเทือง นาถสีโร) (ครูบา เป็นภาษาที่คนทางภาคเหนือใช้เรียกนำหน้าชื่อพระสุปฏิสัมปันโนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และมากด้วยพรรษา) การเดินทางผู้เขียนบอกก่อนเลยว่าไม่ยากเลยท่านสามารถเดินทางจากถนนถนนทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง เมื่อมาถึงสัญญาณไฟจราจรเข้าแยกเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลเลี้ยวขวาเข้ามาประมาณ 4 กม. จะพบกับป้ายบอกทางเข้าวัดซ้ายมือตรงมาอีกประมาณ 1.5 กม. ท่านก็จะพบกับวัดดังกล่าว เครดิตภาพจากผู้เขียน (ดร.อาบแสงจัทร์ ต.) เมื่อขับรถเข้ามาจอดบริเวณวัดจะพบกับสิงห์คู่สีขาว 2 ตัวยืนเด่นตระหง่านก่อนจะขึ้นบันไดเข้าไปยังบริเวณวัดจุดน่าสนใจของสถานที่ภายในวัดมีหลายจุดด้วยกันดังนี้ จุดที่หนึ่ง เมื่อเดินเข้ามาภายในวัดจะพบกับพระวิหาร “พระเจ้าปันตน” คำว่า “ปัน” เป็นภาษาทางภาคเหนือแปลว่า 1 พัน “ตน” เป็นคำสรรพนามที่คนทางภาคเหนือใช้เรียกพระ บางทีอาจจะใช้แทนคำว่า “องค์” คำว่า “ปันตน” แปลว่า “หนึ่งพันองค์” ภายในพระวิหารจะมีพระพุทธรูปองค์สีทองประดิษฐาน(พระเจ้าทันใจ) เป็นประธานอยู่ และมีพระพุทธรูปยืนประดิษฐานเรียงรายกันไปตามเสาภายในพระวิหาร เครดิตภาพจากผู้เขียน (ดร.อาบแสงจัทร์ ต.) จุดที่สอง เป็น “พระวิหารพระเจ้าทันใจมาต๋ามหน้าบุญ” คำว่ามาต๋ามหน้าบุญ เป็นภาษาทางภาคเหนือหมายถึง มีศรัทธาหรือมีกำลังทรัพย์จะบริจาคทำบุญเท่าไรก็แล้วแต่ความปรารถนาที่จะทำประมาณว่าช่วยกันทำบุญคนละเล็กคนละน้อยจนสร้างเสร็จเป็นพระวิหารหลังนี้ขึ้นมา เมื่อขึ้นไปบนพระวิหารจะพบกับพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทอง สีทองขาวประดิษฐานอยู่บนแท่นนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปกรบขอพรได้ เครดิตภาพจากผู้เขียน (ดร.อาบแสงจัทร์ ต.) จุดที่สาม เป็นจุดที่สวยงามอีกชุดหนึ่งเป็นรูปปั้นของพญานกการเวก 2 ตัว ตัวแรกมีชื่อว่า การเวกเสกเมตตาธรรมมีสีชมพูตัวใหญ่ และอีกตัวหนึ่งชื่อว่า พระยานกการเวกเสกอำนาจธรรมเป็นตัวสีน้ำเงิน และตรงกลางจะเป็นรูปของครูบาเจ้าเทือง เครดิตภาพจากผู้เขียน (ดร.อาบแสงจัทร์ ต.) จุดที่สี่ เป็นพระวิหาร “พระวิหารมาต๋ามหน้าบุญ” บนพระวิหารจะมีพระประธานองค์สีทองสวยสง่างามตั้งประดิษฐานอยู่และ ข้างซ้าย-ขวาตามเสาพระวิหารจะมีพระพุทธรูปยืนปางต่าง ๆ ประดิษฐานอยู่เท่าที่ผู้เขียนสังเกตเห็นจะมีปางอุ้มบาตร ปางห้ามญาติ มีปางรำพึง เป็นต้น เครดิตภาพจากผู้เขียน (ดร.อาบแสงจัทร์ ต.) จุดที่ห้า วิหารพระอุปคุต เป็นซุ้มวิหารหลังเล็กสีขาว ชาวล้านนามีความเชื่อว่า พระอุปคุตหากใครได้กราบสักการะขอพรจะพบแต่ความร่ำรวย ไม่มีความทุกข์ ไม่มีความยากลำบากจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เครดิตภาพจากผู้เขียน (ดร.อาบแสงจัทร์ ต.) จุดที่หก เป็น “ศาลาปัญญาศรีวิไจย” เป็นศาลาซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปต่าง ๆ (จำลองของแต่ละจังหวัดไว้มากมาย) เช่น พระพุทธชินราช พระพุทธสิหิงค์ เป็นต้น บริเวณด้านหน้าจะมีท้าวเวสสุวรรณองค์สีทองนั่งเฝ้าหน้าพระวิหารแห่งนี้ด้วย เครดิตภาพจากผู้เขียน (ดร.อาบแสงจัทร์ ต.) จุดที่เจ็ด พระธาตุเจดีย์สิ่งที่แปลก และสะดุดตาคือ ในสถานที่ประดิษฐานพระธาตุเจดีย์แห่งนี้จะรวมเอาพระธาตุทรงต่าง ๆ มารวมกันไว้หลายองค์ ไม่ว่าจะเป็นองค์สีทอง สีขาว สีดำประดิษฐานอยู่บริเวณ มีรูปแบบหลายหลายทรง เช่น ทรงเหลี่ยม ทรงระฆังคว่ำ ทรงกลม เป็นต้น บริเวณบริเวณแนวเขตโดยรอบมีรูปปั้นเทวดาเรียงรายอยู่ตามกำแพงสวยงามมาก เครดิตภาพจากผู้เขียน (ดร.อาบแสงจัทร์ ต.) จุดที่แปด จุดสุดท้าย “พระวิหารพระเจ้านิพปานมาต๋ามหน้าบุญ” พระวิหารแห่งนี้นะครับจะเป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพานองค์ใหญ่สีขาว ผู้เขียนสังเกตว่าน่าจะเป็นศิลปะทางพม่าหรือไม่ก็ไทใหญ่ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารแห่งนี้ท่านสามารถเข้ามากราบขอพร และเข้ามากราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเอง และครอบครัว นี้ก็เป็นอีกหนึ่งวัดที่ต้องห้าม (พลาด) สำหรับวันนี้ธรรมะสวัสดีครับ... เครดิตภาพจากผู้เขียน (ดร.อาบแสงจัทร์ ต.)