ภาพของผู้เขียนบทความเองค่ะถ่ายที่น้ำตกไทรโยคกาญจนบุรี สวัสดีค่ะวันนี้พามาเที่ยวเมืองกาญจนบุรี มีที่เที่ยวมากมาย เมืองแห่งความทรงจำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นสายบุญ สายธรรมชาติ ก็เที่ยวให้มันชุ่มฉ่ำหัวใจกันไปเลยจ้าไม่รอช้าแพ็คของใส่กระเป๋าลากเป้ไปกันเลยเริ่มจากการเดิน ทางไปชื้อตัวรถที่ บขส ลำพูน จากเชียงใหม่-กรุงเทพ เราเลือกเดินทางเวลา 20.30 ไปเช้าที่สถานีวิภาวดีเดินทางของสมบัติทัวร์ ราคาค่าตั๋ว 572 บาท พอไปถึงที่ขนส่งเราก็โบกแท็คซี่ให้ไปส่งที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ เพื่อไปต่อรถไปเมืองกาญจนบุรีกันราคาขึ้นอยู่กับว่าเรา โดยสารรถชั้น1 หรือ รถโดยสารชั้น 2 ปล บอกก่อนน่ะถ้าเพื่อนคนไหนคิดว่าจะโบกแท็คซี่จากกรุงเทพไปกาญจนบุรีคิดผิดค่ะเพราะราคาแพงมาก ไปถึงที่ขนส่งของกาญจนบุรีก็เกือบจะเที่ยงวันแล้ว เราเลยกินข้าวที่ในขนส่งเติมพลังก่อนไปเข้าที่พัก เพราะนัดให้เขามารับประมาณ 13.00 น. เข้าที่พักไม่รอช้าเลยเราสายเดินค่ะ เพราะเลือกที่พักใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแควเลยใช้เวลาที่เหลืออยู่ เดินจากที่พักมาเก็บภาพสวยๆๆเป็นแห่งเเรกของทริปนี้เลยก็ว่าได้ เดินเที่ยวจนเหนื่อยขาจะลากไม่ไหวแล้วชวนกันกลับที่พักชื้อกับข้าวขนม น้ำอัดลมไปกินในที่พักเลยไม่อยากออกมา แล้วพักผ่อนเตรียมตัวไปเที่ยวต่อพรุ่งนี้อีกวัน บรรยากาศในที่พักเงียบสงบมาก การบริการของพนักงานก็สุภาพ ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี สอบถาม เส้นทางไปสังขระบุรีเขาบอกว่าถ้ามีเวลาน้อยไม่สมควรไปเพราะมันไกลเพราะต้องนั่งรถไปนานมากและจะได้เที่ยวแค่ที่เดียวเพราะเวลากระชั้นชิด เขาเเนะนำให้ไปถ้ำกระแซ เเล้วเที่ยวเลาะมาเรื่อยเลยตกลงราคากับพนักงานทางโรงเเรมเรียบร้อย ไม่ไหวขอตัวไปลงเล่นน้ำในสระให้มันหายเหนื่อย กันหน่อย ตื่นเช้ามา 7.30 ทุกคนลงมานั่งที่ห้องรับประทานอาหารของทางโรงแรมจัดเตรียมให้เรา เราติดต่อกับทางโรงแรม เช่าแท๊คชี่ 1 วัน ราคา 1800 บาท พร้อมเติมน้ำมัน เราจะไปถ้ำกระแซ เพื่อไปโค้งมรณะ เป็นหัวใจในการมาครั้งนี้ เพราะเป็น ประวัติศาสตร์ในสงครามโลกเรียกทางรถไฟนี้ว่ารถไฟสายมรณะ เพราะครั้งนั้นได้ใช้ชะเลยศึกมาสร้างไว้ โดยทรมาร ทารุณและความ ยากลำบากของชะเลยศึก มีคนกล่าวไว้ว่าถ้าหาเรานับหมอนหนุนรางรถไฟมีจำนวนเท่าไหร่ก็แสดงว่าชะเลยศึกตายไปเท่านั้น ที่แห่ง นี้ไม่มีค่าเข้าชมฟรีจ้าไปได้เวลา 8.00 - 17.30 ถ้าจำไม่ผิดน่ะค่ะ แล้วเราย้อยรถกลับไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณกัน เป็นน้ำตกที่ใหญ่และมีความสวยงามมากค่ะ น้ำตกจะมีอยู่ 7 ชั้น แต่พวกเราไปได้แค่ชั้นที่ 3 เดินไม่รอดค่ะ เรียกว่าน้ำตกนี้มีความอุดมสมบูรณ์มีความเป็นธรรมชาติ ปลาว่ายไปมาเต็มไปหมด ชื้อข้าวเหนียว ไก่ย่าง อาหารยอดฮิตของการไปเที่ยวน้ำตก ข้างบนไม่มีไรขายน่ะค่ะ ชื้อจากจุดที่เขาวางขายน่ะค่ะ ทริปนี้ถือได้ว่าสนุกสนานมากค่ะ บรรยากาศของเมืองกาญจนบุรีเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย แต่ด้วยเวลาที่เร่งรีบมีเวลาแค่ 3 วัน 2 คืน ได้มาเที่ยวแค่นี้ก็ถือว่าคุ้มค่ะ เข้าเช็คเอาท์ในเวลา 13.00 เพื่อเดินทางกลับ กทม กัน และเราได้จองตัวรถทัวร์กลับลำพูนกันเพื่อไป ทำงานในเช้าวันจันทร์ เรียกได้ว่า ไปเย็นวันศุกร์กลับเย็นวันอาทิตย์เหนื่อยกับการเดินทางแต่ก็คุ้มค่ะ