ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์คตลาดที่ขายดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยปากคลองตลาดต้องเป็นหนึ่งในสถานที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลาย ๆ คน เพราะปากคลองตลาดนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะตลาดดอกไม้ขนาดใหญ่แห่งนึงในประเทศไทย ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสดชื่นและผ่อนคลาย ดึงดูดให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมเยือน ทั้งยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการค้าของคนเมืองได้ การเดินทางไปยังปากคลองตลาดในครั้งนี้ เราเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเริ่มต้นจากสถานีลาดกระบัง เรานั่งไปลงที่สถานีมักกะสัน จากนั้นเราก็เดินเชื่อมต่อไปยังสถานี MRT เพชรบุรี และนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงที่สถานีสนามไชย เมื่อเดินทางถึงสถานีสนามไชย เราเลือกใช้ทางออกหมายเลข 4 เพื่อเดินข้ามสะพานสั้น ๆ หรือจะข้ามถนนก็ได้ ก็จะถึงปากคลองตลาดแล้วค่ะ เดินทางรอบนี้เราเริ่มออกจากบ้านตั้งแต่บ่าย 3 ถึงประมาณ 5 โมงเย็น อากาศวันนั้นค่อนข้างอบอ้าวค่ะ อาจจะเพราะไปวันหยุดด้วยคนบนรถไฟฟ้าเลยค่อนข้างเยอะ ถ้าชาวลาดกระบังคนไหนอยากตามมา แนะนำให้เผื่อเวลาหน่อยก็ดีค่ะ บรรยากาศโดยรอบปากคลองตลาดเต็มไปด้วยร้านขายดอกไม้จำนวนมาก ทั้งร้านที่ตั้งอยู่ริมถนนและร้านในซอกซอยต่าง ๆ ดอกไม้ก็วางเรียงรายกันเต็มทั้งท้องถนน ชนิดที่ว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่ดอกไม้สวย ๆ งาม ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าเป็นดอกไม้สดสำหรับจัดช่อ หรือดอกไม้ที่จัดช่อมาแล้ว แถมยังมีราคาให้ซื้อหลากหลายราคาอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีองค์การตลาดกลางผักและผลไม้ ในส่วนพื้นนี้จะมีร้านอาหารและร้านค้าท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยจากพื้นที่อื่นหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่างก็ช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับปากคลองเป็นอย่างมาก จากการเดินสำรวจพื้นที่มาแล้วนั้น เราวางแผนไว้ว่าวันนี้เราจะไปแบบเรียงลำดบตามนี้ค่ะ เริ่มด้วย ฝากท้องหิวร้านก๋วยเตี๋ยวหลิ่มหย่วนพัด คาเฟ่นภสร ลานร.1 สะพานพุทธ และจบด้วยวิวสวย ๆ จากสวนลอยฟ้าบนสะพานพระปกเกล้า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราเลยแวะฝากท้องที่ร้าน "หลิ่มหย่วนพัด" ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ ในตลาดปากคลองค่ะ เราสั่งเส้นเล็กน้ำใสแบบไม่ผัก ทีเด็ดที่อยากตะโกนบอกคือฟองเต้าหู้ทอด ที่ดูดน้ำซุปเข้าไปจนฉ่ำ รสชาติกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุง แถมราคาน่ารักแค่ 50 บาท ใครที่มาแล้วหิว อยากได้อะไรทานรองท้อง เราขอแนะนำเลยค่ะ สายคาเฟ่ต้องห้ามพลาดร้าน "นภสร" ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ฝั่งซ้ายมือหลังจากข้ามทางม้าลายจาก MRT สนามไชยค่ะ บรรยากาศการตกแต่งร้านมาในสไตล์วินเทจสีดำทึบ ร้านมีด้วยกันทั้งหมดสามชั้น เต็มไปด้วยของตกแต่งที่ดูเก่า ๆ และเพลงคลาสสิกเบา ๆ ให้ฟิลลึกลับแต่ก็มีความอบอุ่นจากตัวร้านที่มีความสูงโปร่งและมีหน้าต่างบานใหญ่รับแสงเลยแต่รู้สึกว่าร้านไม่ได้ดูทึบมืดมากขนาดนั้น แม้จะตกแต่งด้วยสีดำเป็นหลักก็ตาม ที่เราสั่งมาลองวันนี้คือ Iced Latte กินคู่กับ Blueberry Cheesecake รสชาติเปรี้ยวอมหวานของครีมชีส พร้อมแยมบลูเบอร์รี่ที่มีเนื้อจริง ๆ อยู่ด้วย กับฐานแครกเกอร์แน่น ๆ เคี้ยวเพลิน ๆ เข้ากับกาแฟได้ดีมาก พอได้นั่งพักขา ตากแอร์เติมพลังให้ชื่นใจแล้วไปเดินต่อถือว่าเยี่ยมมาก จากนั้น เราเดินไปกันต่อไปที่ ลาน ร.1 ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับให้คนมานั่งพักผ่อนและทำกิจกรรมต่าง ๆ บรรยากาศในช่วงเย็นจนเกือบมืดแบบนี้ มีความร่มรื่น อากาศเย็นสบาย และมีคนหลากหลายมาใช้พื้นที่ทำกิจกรรมกันค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นนั่งเล่นพูดคุยกัน นั่งชมวิว ถ่ายรูป หรือแม้แต่มากราบไหว้รูปปั้นรัชกาลที่ 1 เองก็มีเช่นกัน เมื่อจบจากลาน ร.1 แล้ว เราได้ทำการเดินอ้อมหลังลานร.1 ไปยังสะพานพุทธ ซึ่งเป็นสะพานสำคัญที่ใช้สัญจรข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศในช่วงเย็นมีบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ เงียบสงบแบบเวลากลางคืน ลมพัดสบาย ๆ ครึกครื้นเพราะคน เต็มไปด้วยเสียงเพราะเสียงสัญจรรถ หากเรายืนมองจากบนสะพานสามารถเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาและเรือที่แล่นผ่านไปมา อีกทั้งยังได้เห็นผู้คนถือดอกไม้ รวมถึงคู่รักเองก็ด้วย มีคนมาถ่ายรูปกันเยอะมาก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในจุดเช็คอินไว้เมื่อมาปากคลองตลาด หากไม่ถ่ายรูปคู่สะพานพุทธประดับไว้ในช่องทางโซเชียลมีเดีย อาจจะถือว่าไม่ถึงเลยก็ได้ค่ะ ปิดท้ายที่ สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา แม้ทางขึ้นจะลับและมืดไปหน่อยแต่คุ้มค่าที่ได้เห็นวิวสะพานพุทธจากมุมสูงค่ะ ตอนเย็นแบบนี้คนเยอะมาก เราไม่กล้ายกมือถือขึ้นถ่ายรูปเลยค่ะ เลยถ่ายจากมุมของสะพานพุทธแทน ถือว่าเป็นอีกมุมนึงที่สวยไม่แพ้กันเลย ขอเราเล่าบรรยายเล็กน้อยสวนลอยฟ้ามีดอกไม้เรียงรายตามประสาสวนสาธารณะแต่เป็นรูปแบบที่ตั้งอยู่เหนือถนนค่ะ ถือว่าเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่และให้บรรยากาศที่แตกต่างจากสวนสาธารณะที่อื่น ๆ อีกทั้งพอมองจากบนสะพานยังได้เห็นตึกมากมายในแถบบริเวณนั้นและก็ได้เห็นสะพานพุทธเต็ม ๆ ด้วยค่ะ ขอจบทริปเดินเที่ยวปากคลองตลาดในช่วงเย็นไว้เพียงเท่านี้ค่ะ เราคิดว่าการเดินทางครั้งนี้ตัดสินใจถูกต้องแล้วที่เดินทางออกช่วงเย็นเพราะวิวตอนกลางคืนเองก็สวย ถ้าเทียบกับที่มาช่วงเวลาที่เร็วกว่านี้อากาศจะร้อนมาก วันนี้ที่ไปถือว่าอากาศค่อนข้างดี สามารถเดินเล่นได้สบาย ๆ ตอนขากลับเราแวะซื้อดอกไม้มาด้วยค่ะ เรากลับเป็นช่วงหกโมงกว่า ๆ เกือบหนึ่งทุ่มค่ะ คนไม่ได้เยอะมาก แต่เพราะว่าเราถือช่อดอกไม้ด้วยเลยลำบากนิดหน่อยค่ะ ส่วนค่าใช้จ่ายตลอดตลอดทริปนี้จบด้วยงบ 570 บาท ได้ทั้งดอกไม้สวย ๆ และได้เก็บบรยากาศดี ๆ ใส่กระเป๋ากลับบ้านแบบนี้ถือว่าคุ้มค่ามากเลยค่ะ ถ้าใครมีบัตร MRT กับไม่ค่อยหิวข้าวกับขนมเหมือนกับเรา น่าจะประหยัดราคาไปได้มากกว่านี้ โดยรวมการไปเที่ยวรอบนี้มีเราแฮปปี้มากค่ะ รูปภาพทั้งหมดโดย รัตนาภรณ์ (ผู้เขียน)