หลังอิ่มท้องด้วยโอเด้งแสนอร่อยพวกเราก็ออกเดินทางต่อไป พี่หนุ่มใหญ่พาเดินผ่านไปยังแหล่งขายของ เมื่อเดินเข้าไปสองฝั่งของถนนจะเต็มไปด้วยร้านขายของตลอดทาง ไม่ต่างจากย่านเยาวราชที่มีซอยซอยหนึ่งขายของยาวตลอดทั้งซอย สี่ตาเพลิดเพลินกับการมองขนมต่างๆหน้าตาแปลกๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ลูกกลมๆสีน้ำตาลที่ถูกเสียบไม้อยู่ในถาด มองเห็นครั้งแรกสี่ตานึกว่าเป็นลูกชิ้นปิ้งราดด้วยน้ำจิ้ม เนื่องจากโหยหาลูกชิ้นปิ้งมาตลอดหลายปีเนื่องจากไปอยู่ในประเทศที่ไม่มีลูกปิ้งแบบไทยเราขายมาเป็นเวลานาน ไม่รอช้าเอ่ยปากบอกให้คู่ซี้ซื้อมาลองชิม แต่พี่หนุ่มใหญ่รีบตัดหน้าซื้อก่อน 1 ไม้ มีจำนวน 4 ลูก พอกับจำนวนคนพอดี สี่ตาได้รับเกียรติให้ทานก่อนเพราะเป็นหญิงคนเดียวในกลุ่ม เมื่อนำลูกแรกเข้าปากสี่ตาก็ต้องฝืนใจกลืนมันลงไป เพราะเจ้าลูกกลมๆนั้นคือขนมของญี่ปุ่นมีชื่อเรียกว่า Kushi-dango ผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่น Kushi หมายถึงของที่ถูกนำมาเสียบไม้ ส่วน dango หรือ ดังโหงะ หมายถึงของหวานชนิดหนึ่งทำมาจากแป้งที่ต้องผ่านการนำไปนึ่ง แล้วนำมาเสียบไม้ แล้วปิ้งอีกนิดหน่อยหลังจากนั้นก็ราดด้วยซอสหวานๆ เมื่อ dango กับ kushi มารวมกันจึงมีหน้าตาละม้ายคล้ายกับลูกชิ้นปิ้ง เราเดินกันต่อไปเดินขึ้นมาเกือบถึงบริเวณศาลเจ้าพบแผ่นโซล่าเซล อดทึ่งไม่ได้ว่าเทคโนโลยีในญี่ปุ่นมีได้ทุกที่แม้กระทั่งในศาลเจ้า เมื่อถึงตัวศาลพี่หนุ่มใหญ่บอกว่าภายในนี้มีศาลเจ้าสามแห่งด้วยกัน เดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็พบศาลเจ้าศาลแรกคือ Hetsunomiya shrine เดินต่อไปอีกก็พบศาลที่สองที่เรียกกันว่า Nakatsunomiya shrine และศาลสุดท้ายเรียกว่า Okutsunomiya shrine แต่น่าเสียดายที่ได้เข้าไปชม Hetsunomiya shrine เพียงแห่งเดียวเพราะเวลาที่จำกัด ภายใน Hetsunomiya shrine มีนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวญี่ปุ่นเข้ามาไหว้พระขอพรกันค่อนข้างเยอะ หลายๆคนทำบุญโดยการซื้อแผ่นไม้เรียกว่า Ema เพื่อเขียนคำอธิษฐานลงไป แล้วนำมาแขวนไว้ตามจุดแขวน ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพเจ้าที่นับถือ (Kami) สามารถอ่านสิ่งที่พวกเขาเขียนลงไปบน Ema และจะให้สิ่งนั้นกลับมายังพวกเขา พวกเราทั้งสี่ไม่ได้เขียนอะไรลงบน Ema เลยสักแผ่น นอกจากนี้ที่นี่มีการเสี่ยงเซียมซีเหมือนกับที่บ้านเรา ใบเซียมซีที่ญี่ปุ่นเรียกว่า Omikuji ซึ่งที่ Hetsunomiya shrine ต้องทำบุญสำหรับการเสี่ยงทาน 100 เยน ถ้าได้ใบดีก็เก็บติดตัวไว้ ถ้าไม่ดีก็นำไปผูกไว้ตามจุดผูก ถือว่ามีความคล้ายคลึงกันอยู่กับที่บ้านเรา หลังจากไหว้เทพเจ้าขอพรเสร็จ ไปแวะถ่ายรูปมองย้อนกลับไปก็จะเห็นวิวของเกาะอิโนชิม่า มองเห็นแล้วก็นึกแปลกใจว่าพวกเราเดินกันเก่งเหมือนกัน :) หากผู้อ่านไปญี่ปุ่นและอยากชมวิวทะเลปากอ่าวที่ญี่ปุ่น สี่ตาแนะนำว่า Enoshima เป็นอีกที่หนึ่งที่น่าแวะมาค่ะ ^^ หมายเหตุสำคัญ: รูปภาพทั้งหมดตั้งแต่ปกยันเนื้อหา เป็นรูปภาพของ "สี่ตาพาอ่าน" ผู้เขียนเรื่องราว ทั้งหมดเลยค่ะ อัปเดตบทความพากินพาเที่ยวตามสถานที่อันหลากหลาย โหลดเลยที่ App TrueID ฟรี !