หากเราพูดถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ตอนนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก “อำเภอสิชล” แหล่งท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงสำหรับสายมูอย่าง “วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่)” แต่สำหรับใครที่อยากหนีความวุ่นวายจากจุดท่องเที่ยวหลัก วันนี้ผู้เขียนจะพาไปรู้จักกับ “อำเภอสิชล” ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้เขียน อำเภอสิชลเป็นพื้นที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากความเจริญ ที่นี่มีทั้งชายหาดส่วนตัว อาหารทะเลราคาชาวบ้าน และวัดวาอารามที่สวยงาม ที่รอให้ทุกคนมาสัมผัส การเดินทางมาจังหวัดนครศรีธรรมราชในตอนนี้เป็นสิ่งที่ง่ายแล้ว โดยสามารถเดินทางด้วยเครื่องบิน รถไฟ รถโดยสาร หรือรถส่วนตัว เมื่อมาถึงแล้ว ผู้เขียนขอแนะนำให้เช่ารถขับหรือใช้รถส่วนตัวสำหรับการเดินทางในทริปนี้ เพราะแต่ละจุดเช็คอินในสิชลและเสาเภาอยู่ค่อนข้างห่างกัน การมีรถส่วนตัวจะทำให้เราสามารถซอกแซกไปตามเส้นทางต่าง ๆ อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะจุดชมวิวที่รถสาธารณะเข้าไม่ถึง ซึ่งคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน โดยสถานที่ที่ผู้เขียนแนะนำในบทความนี้ สามารถค้นหาเส้นทางได้จากแอปพลิเคชันนำทางได้ ซึ่งผู้อ่านจะไม่หลงทางแน่นอน ผู้เขียนขอเริ่มต้นทริปด้วยความเป็นสิริมงคลที่ “วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่)” แลนด์มาร์กสำคัญที่สายมูเตลูทั่วไทยต้องรู้จักและเคยมาเยือน ผู้ที่มีเรื่องกังวลใจ หรืออยากขอพรเรื่องโชคลาภและการงาน ควรเดินทางมาที่นี่เป็นจุดแรก บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยพลังศรัทธา บรรยากาศรอบ ๆ เต็มไปด้วยกองภูเขาไก่ชน และกองประทัดที่ผู้คนจากหลากหลายท้องที่ ทั้งในไทยและต่างประเทศต่างก็นำมาแก้บน ซึ่งเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก พิกัด: https://maps.app.goo.gl/r2xa6NNPASn1sYvZ9 หลังจากที่มูเตลูเสร็จแล้ว หลายคนอาจจะกังวลเรื่องการหาที่พัก เพราะกลัวว่าที่พักจะเต็มหรือมีราคาสูงในช่วงเทศกาล แต่ความจริงแล้วโซนใกล้วัดเจดีย์มีที่พักดี ๆ ซ่อนอยู่เยอะมาก โดยเฉพาะถ้าเราขยับออกมาทางเสาเภานิดเดียว เราก็จะเจอกับที่พักราคาหลักร้อยที่คุณภาพคับแก้ว ถึงแม้ว่าที่พักในโซนใกล้วัดเจดีย์จะมีให้เลือกอยู่มากมายหลายแห่ง แต่สำหรับใครที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องความหรูหรา และมองหาเพียงที่พักที่สะอาด ปลอดภัย ในราคาสบายกระเป๋า ผู้เขียนขอเสนอ “บ้านพักระเบียงดาว” ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ในจุดที่เข้าถึงง่ายจากถนนใหญ่ มีความเรียบง่ายและเป็นกันเองเหมือนมาพักบ้านญาติ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีรถส่วนตัวและต้องการเพียงที่พักผ่อนเพื่อเก็บแรงไว้ลุยเที่ยวต่อได้แบบไม่เหนื่อยล้า (ทางร้านมีบริการแนะนำการแก้บน และลดราคาของเซ่นไหว้เมื่อเข้าพัก) พิกัด: https://maps.app.goo.gl/qfsU6zY32bbNzmms7 เมื่อพักสักนิด ก็ได้เวลาของการไปเที่ยวทะเล ผู้เขียนขอนำทางมุ่งหน้าสู่ “หาดเสาเภา” หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “หาดบางดี” ชายหาดที่คนนอกพื้นที่อาจจะยังไม่คุ้นชื่อ แต่สำหรับคนท้องถิ่นแล้ว ที่นี่คือสวรรค์ของการพักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่งหาดแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผู้เขียนผูกพันมาตั้งแต่วัยเด็ก เสน่ห์ของหาดเสาเภาไม่ได้อยู่ที่น้ำทะเลใสแจ๋วเหมือนเกาะไกล ๆ แต่อยู่ที่ “ทิวสน” สูงใหญ่ที่เรียงรายตลอดแนวชายหาด ต้นสนเหล่านี้ให้ร่มเงาที่เย็นสบายตลอดทั้งวัน ผู้อ่านสามารถปูเสื่อนั่งปิกนิกและฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งเบา ๆ โดยไม่ต้องแย่งพื้นที่กับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ เหมาะสำหรับนักศึกษาและวัยทำงานที่อยากหนีความวุ่นวาย ชวนเพื่อนมานั่งชิล ปิกนิก ถ่ายรูป หรือแม้แต่นั่งฟังเสียงคลื่นเฉย ๆ ก็ช่วยเติมพลังได้ดีมาก สิ่งเหล่านี้เป็นความชิลระดับร้อยที่หาได้ยากในยุคนี้ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/BgBFDBsVLthbdVRHA ก่อนที่พวกเราจะอำลาเสาเภา ผู้เขียนอยากชวนไปเปลี่ยนบรรยากาศเข้าป่าหาธรรมะกันบ้างที่ “วัดถ้ำเขาพรง” ซึ่งวัดนี้ตั้งอยู่ในตำบลทุ่งปรัง ติดกับตำบลเสาเภา ที่นี่เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และมีความศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาช้านาน ไฮไลท์ของวัดถ้ำเขาพรงคือการเดินขึ้นบันไดนาคที่ทอดยาวเพื่อไปสักการะ “พระพุทธรูปปางไสยาสน์ (พระนอน)” องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำหินปูนธรรมชาติ บรรยากาศภายในถ้ำมีความเย็นยะเยือกและเงียบสงบมาก ในวัดรายล้อมไปด้วยธรรมชาติเขียวขจี จึงให้ความรู้สึกสงบ ขลัง และเท่ในเวลาเดียวกัน เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับผู้ที่ชอบการสำรวจหรืออยากได้ภาพถ่ายแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนการเที่ยววัดอื่น ๆ พิกัด: https://maps.app.goo.gl/fQquYEKX1KWJtAef9 หลังจากเที่ยวทั้งวัดและทะเลจนเต็มอิ่มแล้ว ก็ต้องเติมพลังด้วยของกินอร่อย ๆ สิชลมีร้านอาหารพื้นบ้านและร้านอาหารทะเลติดชายหาดอยู่หลายแห่ง แถมส่วนใหญ่ยังเดินทางได้ง่าย ไม่ต้องเข้าซอยลึก ความโดดเด่นของอาหารในพื้นที่คือความสดใหม่ โดยเฉพาะปลาหมึก ปลาทะเล และกุ้งที่รับมาจากชาวประมงในตอนเช้า มักทำให้เมนูต่าง ๆ มีรสชาติกลมกล่อมแบบธรรมชาติและไม่ต้องปรุงแต่งมากก็อร่อยอย่างน่าประทับใจ บางร้านตกแต่งเรียบง่ายแต่มีมุมถ่ายรูปดี ๆ ให้เลือกเยอะ แถมราคาไม่แรงจนเกินไป ทำให้สั่งหลายอย่างแชร์กันได้อย่างไม่ต้องคิดมาก เหมาะกับการปิดท้ายวันท่องเที่ยวแบบสบาย ๆ โดยไม่ต้องกลัวงบบานปลาย ยิ่งไปกันหลายคนยิ่งสนุกกับการลองเมนูต่าง ๆ ฝีมือคนในพื้นที่ การแวะมาสิชลหลังจากมูเสร็จคือการเปลี่ยนโหมดจาก “สายมู” มาเป็น “สายชิล” ได้แบบเต็มอิ่ม แม้ว่าสิชลจะไม่ได้เป็นเมืองหลักที่ครึกครื้น แต่ก็เป็นเมืองที่ไม่เงียบจนเกินไป ทำให้สามารถเติมพลังให้ตัวเองก่อนจะกลับไปสู้กับการเรียนที่มหาวิทยาลัย หรือกลับไปทำงานต่อได้ดีมาก ๆ ใครที่มีความเครียดสะสมมา ลองมาปล่อยจอยที่นี่ดูสักคืน รับรองว่าความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้ง สุดท้ายนี้ ในฐานะคนพื้นที่ อยากบอกว่าสิชลไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านเพื่อไปที่อื่น แต่มันคือปลายทางที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่อยากให้ทุกคนลองเปิดใจมาสัมผัส บ้านเกิดของเราที่นี่มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของวัดวาอาราม ความสวยงามของธรรมชาติ และรสชาติอาหารที่ลืมไม่ลง รับรองว่าถ้าได้ลองมาตามแพลนนี้ ผู้อ่านจะต้องอยากกลับมาซ้ำอีกแน่นอน ผู้เขียนและสิชลยินดีต้อนรับทุกคนนะคะ รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน