กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงแห่งศรัทธาและวัฒนธรรม ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของประวัติศาสตร์และพุทธศิลป์อันทรงคุณค่า ท่ามกลางความทันสมัยของมหานครใหญ่ ยังมี “เส้นทางพระพุทธรูปทองคำ” ที่สะท้อนความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนามาอย่างช้านานและฝีมือช่างไทยได้อย่างงดงาม การท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร ไม่ได้มีเพียงแลนด์มาร์กเมืองใหญ่หรือย่านไลฟ์สไตล์เท่านั้น แต่ยังมีเส้นทางแห่งศรัทธาที่ชวนให้เราได้หยุดพักใจท่ามกลางความวุ่นวาย ผ่านการสักการะพระพุทธรูปทองคำอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแต่ละองค์ล้วนมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ และสะท้อนพัฒนาการของพุทธศิลป์ไทยในแต่ละยุคสมัย ทริปนี้จะพาคุณออกเดินทางสั้น ๆ แบบอิ่มบุญอิ่มใจ กับเส้นทาง “เที่ยววัดไหว้พระพุทธรูปทองคำ 3 วัด กรุงเทพฯ โดยรถไฟฟ้า MRT” สัมผัสทั้งความสงบทางจิตใจ ความวิจิตรงดงามขององค์พระทองคำ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในเมืองหลวง สำหรับการเดินทางไปวัดแรก วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร ทริปนี้ผมเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ลงสถานี: สถานีหัวลำโพง MRT ทางออก 1 เดินจากสถานีไปประมาณ 400–500 เมตร มุ่งหน้าไปทางวงเวียนโอเดียน/ถนนเจริญกรุง ใช้เวลาประมาณ 5–8 นาที จะเห็นซุ้มประตูทางเข้าวัดไตรมิตรวิทยาราม 1. วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร พระอารามหลวง ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 📌พิกัด : https://goo.gl/maps/cj6bFbFHskP4AEeo8 เปิดบริการทุกวัน เวลา 08:00 - 17:00 น. ไหว้พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือ พระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หนึ่งในสุดยอดมรดกพุทธศิลป์ของประเทศไทยที่ผู้ศรัทธาไม่ควรพลาด คือ “พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร” พระประธานอันศักดิ์สิทธิ์แห่ง วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร พระอารามหลวง ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก องค์พระมีพุทธลักษณะงดงามตามแบบศิลปะสุโขทัย สร้างขึ้นเมื่อกว่า 700 ปีก่อน หล่อด้วยทองคำแท้ทั้งองค์ มีน้ำหนักประมาณ 5.5 ตัน เปล่งประกายงดงามและทรงคุณค่าทั้งด้านศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ ความสำคัญระดับโลกขององค์พระได้รับการยืนยันเมื่อหนังสือ Guinness Book of Records ฉบับปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) บันทึกไว้อย่างเป็นทางการว่า เป็นพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการประเมินมูลค่าเฉพาะเนื้อทองคำไว้สูงถึง 28.5 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2533 ด้านประวัติวัด วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร เป็นวัดโบราณที่ไม่ปรากฏหลักฐานปีสร้างแน่ชัด เดิมมีชื่อว่า “วัดสามจีนใต้” ก่อนจะได้รับการบูรณะและยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในเวลาต่อมา ปัจจุบันนับเป็นศูนย์รวมศรัทธาสำคัญของทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การได้มาสักการะพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ไม่เพียงเป็นการไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ยังเป็นการสัมผัสมรดกพุทธศิลป์ล้ำค่าที่สะท้อนภูมิปัญญาและความศรัทธาของช่างไทยในอดีต อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในกรุงเทพมหานคร 2. วัดมหรรณพารามวรวิหาร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 📌พิกัด : https://maps.app.goo.gl/AA2FgfoxmwyK26E69 เปิดบริการทุกวัน เวลา 08:00 - 17:00 น. ไหว้หลวงพ่อพระร่วงทองคำ วัดมหรรณพารามวรวิหาร สำหรับการเดินทาง เดินทางกลับไปยังไปสถานี MRT สายสีน้ำเงิน สถานีหัวลำโพง นั่งรถไฟฟ้า มุ่งหน้าท่าพระ ลงที่สถานี MRT สามยอด ออกจาก MRT สามยอด ไปวัดมหรรณพารามวรวิหาร เดินต่อประมาณ 600–800 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 8–12 นาที อีกหนึ่งจุดหมายสายบุญใจกลางพระนครที่ไม่ควรพลาด คือการไป สักการะ “หลวงพ่อพระร่วงทองคำ” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แห่ง วัดมหรรณพาราม วรวิหาร โดดเด่นทั้งด้านพุทธศิลป์และประวัติความเป็นมาอันน่าสนใจ หลวงพ่อพระร่วงทองคำ เป็นพระพุทธรูปทองคำประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะพิเศษคือปรากฏรอยต่อจำนวน 9 แห่ง โดยใช้หมุดเป็นเครื่องเชื่อม ซึ่งตามคติความเชื่อถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้าและความมั่นคงในชีวิต องค์พระมีพุทธลักษณะงดงามอ่อนช้อย ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่งดงามองค์หนึ่งของประเทศไทย ด้านประวัติวัด วัดมหรรณพาราม วรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัย ร.3 โดยผู้ทรงสร้างคือ กรมหมื่นอุดมรัตนราษี หรือพระองค์เจ้าอรรณพ พระราชโอรสใน ร.3 กับเจ้าจอมมารดาพึ่ง วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2393 โดยพระองค์ได้พระราชทานนามวัดตามพระนามเดิมของผู้สร้างว่า “วัดมหรรณพาราม” ซึ่งมีความหมายว่า “ห้วงมหานทีอันกว้างใหญ่” การมาเยือนวัดมหรรณพาราม นอกจากจะได้กราบสักการะหลวงพ่อพระร่วงทองคำเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังเป็นโอกาสดีในการเรียนรู้พุทธศิลป์และประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ตอนต้น ท่ามกลางบรรยากาศวัดเก่าใจกลางเมืองที่ยังคงความสงบงดงาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทริปท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในกรุงเทพมหานคร 3. วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 📌พิกัด : https://goo.gl/maps/RuRVFQ9K6mXWCqAE9 เปิดบริการทุกวัน เวลา 08:00 - 17:00 น. ไหว้หลวงพ่อทองคำ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร สำหรับการเดินทาง เดินทางกลับไปยังไปสถานี MRT สายสีน้ำเงิน สถานีสามยอด นั่งรถไฟฟ้า มุ่งหน้าท่าพระ ลงที่สถานี MRT อิสรภาพ จาก MRT อิสรภาพ ไปวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เดินต่อประมาณ 900 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 12–15 นาที อีกหนึ่งพระพุทธรูปทองคำที่สายบุญไม่ควรพลาด คือ “ หลวงพ่อทองคำ” แห่ง วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร วัดสำคัญฝั่งธนบุรีที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์และพุทธศิลป์อันทรงคุณค่าหลวงพ่อทองคำเป็นพระพุทธรูปทองเนื้อห้า พุทธลักษณะงดงามอ่อนช้อยตามแบบโบราณ ที่บริเวณฐานพระยังปรากฏตัวอักษรจารึกสมัยอู่ทอง ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ สะท้อนความเก่าแก่และคุณค่าทางศิลปกรรมขององค์พระได้อย่างชัดเจน จึงได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนมาอย่างยาวนาน ด้านประวัติของ วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร เดิมเป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อเดิมว่า “วัดเจ้าสัวหง” ตั้งตามชื่อเศรษฐีชาวจีนผู้สร้าง คือ “หงส์” จึงมีฐานะเป็นวัดราษฎร์ในระยะแรก ต่อมาในปี พ.ศ. 2314 พระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงรับวัดนี้ไว้ในพระอุปถัมภ์ โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ทั้งขยายอาณาเขตวัดและสร้างกุฏิ เสนาสนะต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ พร้อมพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดหงส์อาวาสวิหาร” และยกฐานะเป็นวัดหลวงชั้นที่ 1 ปัจจุบันวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร ยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาสำคัญของฝั่งธนบุรี ผู้คนมักเดินทางมากราบสักการะหลวงพ่อทองคำเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมชื่นชมสถาปัตยกรรมวัดเก่าแก่ที่สะท้อนเรื่องราวจากสมัยอยุธยาสู่รัตนโกสินทร์ หากคุณกำลังมองหาทริปไหว้พระทองคำที่ได้ทั้งบุญและความรู้ทางประวัติศาสตร์ วัดหงส์รัตนาราม คืออีกหนึ่งหมุดหมายท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในกรุงเทพฯ ที่ควรไปเยือนสักครั้ง สำหรับผมทริปนี้ได้ไปสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ พุทธศิลป์ และความสงบทางจิตใจ ครบจบในวันเดียว เริ่มต้นที่ วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร กราบหลวงพ่อทองคำ พระพุทธรูปทองคำแท้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต่อด้วย วัดมหรรณพาราม วรวิหาร สักการะหลวงพ่อพระร่วงทองคำอันงดงาม และปิดท้ายที่ วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร กับหลวงพ่อทองคำโบราณคู่ฝั่งธนบุรี ผมรู้สึกดีต่อใจมากครับ ได้ไหว้พระอิ่มบุญ พร้อมชื่นชมความวิจิตรงดงามของพระพุทธรูปทองคำแต่ละยุคสมัย ได้ถ่ายภาพสวย ๆ และที่สำคัญคือได้เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของแต่ละวัด ซึ่งล้วนมีคุณค่าและเสน่ห์เฉพาะตัว เป็นทริปสั้น ๆ ในกรุงเทพฯ ที่เติมพลังใจได้ดีมาก เหมาะทั้งสายบุญ สายเที่ยว และสายวัฒนธรรมจริง ๆ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ ที่มาของข้อมูล : อ้างอิงมาจากป้ายข้อมูลประวัติความเป็นมาที่แป๊ะไว้ตามวัดต่าง ๆ ครับ เฟซบุ๊ก : เที่ยววัด ภาพถ่ายทั้งหมด โดย เที่ยววัด