ห้ามพลาด!! จุดเช็กอินย่านมีนบุรีตลาดน้ำขวัญเรียม เดินชิลริมคลองแสนแสบ ชิมของอร่อย หยุดสัปดาห์นี้ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่าจะออกไปเที่ยวไหนดี อยากได้รูปสวยๆ คนไม่เยอะแบบไม่ต้องขับรถไกล แต่ได้ทั้งฟีลธรรมชาติและของกินอร่อยแบบจัดเต็ม อยากให้ลองตามมาปักหมุดที่ตลาดน้ำขวัญเรียม แหล่งท่องเที่ยวสุดคลาสสิกริมคลองแสนแสบ พอได้ก้าวเท้าเข้ามาแล้วจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่งลมพัดเย็นสบาย รู้สึกสงบแถมยังอยู่ใกล้ทั้งวัดบำเพ็ญเหนือและวัดบางเพ็งใต้ จุดแรกที่อยากพาพุ่งตัวไปเช็กอินเลยก็คือ สะพานเรือเชื่อมวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กรูปทรงแปลกตาที่ไม่เหมือนใคร โครงสร้างได้รับการออกแบบเป็นทรงเรือเรือนไทยโค้งมนเชื่อมระหว่างวัดทั้งสองฝั่ง พอยืนมองจากบนสะพานจะเห็นทัศนียภาพของสายน้ำและเรือพายสัญจรไปมา ขอบอกเลยว่าเป็นจุดถ่ายรูปที่ได้แสงสวยตลอดทั้งวันจริงๆ เดินต่อมาอีกนิดข้างๆ คลองแสนแสบ สายคอนเทนต์ต้องไม่พลาดมาถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นจำลองขวัญเรียมขี่ควาย ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำตลาดที่ใครมาก็ต้องแวะแชะภาพเก็บไว้ นอกจากนี้บริเวณฝั่งวัดบางเพ็งใต้ยังมีศาลขวัญเรียม ตั้งอยู่ริมน้ำอย่างเงียบสงบ ซึ่งเป็นจุดที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่นิยมมาสักการะกราบไหว้ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย [นี่ลองไปมูดูละได้จริงเตง] ถ้าลองเดินมาอีกหน่อยจะมีมุมถ่ายรูปที่มีโทรศัพท์เก่าๆ กับจักยานรุ่นโบราณสุดคลาสสิคให้ถ่ายรูปเก๋ๆ ได้อีกหลายมุม หลังจากถ่ายรูปกันจนจุใจแล้ว ก็ได้เวลาเติมพลังเดินตะลุยโซนของกินที่บอกเลยว่าสวรรค์ของสายกินชัดๆ ตลอดทางเดินริมน้ำจะเต็มไปด้วย ร้านอาหารไทยโบราณ และขนมไทยหาทานยากมากมายแย่งกันส่งกลิ่นหอมเตะจมูกกันตลอดทาง ทั้งขนมเบื้องโบราณไส้แน่น ขนมครกสูตรกะทิสดเข้มข้น ห่อหมกพริกแกงใต้รสจัดจ้านที่ใส่เครื่องมาแบบจัดเต็ม เดินไปแป๊บเดียวก็เผลอซื้อติดมือมาจนถือไม่ไหว ส่วนใครที่ยังอยากสัมผัสบรรยากาศการกินข้าวริมน้ำแบบแท้จริง ต้องพุ่งตัวไปที่โซนเรือขายอาหารริมน้ำ ที่จอดเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ เมนูเด็ดที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ ก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรเข้มข้น รสเด็ดซดร้อนๆ และกุ้งเผาตัวโตๆ เนื้อแน่นที่มาพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ นั่งกินไปชมวิวเรือพายไป ทั้งอิ่มท้องแถมยังได้ฟิลสุดๆ กินของคาวเสร็จแล้วอยากหาที่นั่งพักขาชิลๆ ในตลาดก็มีคาเฟ่ริมน้ำ และร้านกาแฟโบราณบรรยากาศน่ารักๆ ให้เลือกนั่งพักผ่อนจิบกาแฟสดหรือชาเย็นๆ ชมสายน้ำไหลผ่าน พร้อมฟังเพลงไทยสุนทราภรณ์เปิดคลอเบาๆ ได้บรรยากาศสโลว์ไลฟ์ที่ช่วยชาร์จพลังวันหยุดได้เป็นอย่าง มาถึงกิจกรรมไฮไลต์ ที่บอกเลยว่าถ้าไม่ได้ทำเหมือนมาไม่ถึงตลาดน้ำแห่งนี้ นั่นคือการมาร่วมตักบาตรพระทางน้ำในช่วงเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ พระสงฆ์พายเรือมารับบาตรจากพุทธศาสนิกชนริมฝั่งคลองช่วงเวลาประมาณ 07.30 น. ถือเป็นวัฒนธรรมริมน้ำที่งดงาม สงบ และสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่เริ่มต้นวันใหม่ กิจกรรมถัดมาที่อยากแนะนำเลยสำหรับสายชิลก็คือการ นั่งเรือพายล่องคลองแสนแสบ เรือจะค่อยๆ พาลอยล่องชมวิถีชีวิตของชาวบ้านสองฝั่งน้ำที่ยังคงผูกพันกับสายน้ำอย่างใกล้ชิด จำได้ว่าตอนเราไปทางตลาดจะให้น้องๆ ในโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือมาเป็นมักคคุเทศน์น้อย มาคอยเล่าเรื่องราวเกร็ดประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสนุกๆ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับคลองแสนแสบที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน แถมยังได้ช่วยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ มีรายได้เสริมอีกด้วย สำหรับใครที่มาเที่ยวกับครอบครัว หรือพาเด็กๆ มาด้วย ที่นี่เขามีโซนกิจกรรมให้อาหารสัตว์น่ารักๆ ตอนไปเราเจอเป็นน้องแพะ พอไปเดือนต่อมาก็เจอนน้องแกะไม่แน่ใจว่าแต่ละอาทิตย์สัตว์จะแตกต่างกันไปไหม แต่ที่มีแน่ๆ คือเต่ากับนกแก้วน้องแอบอยู่ในมุมลับนิดนึง อยู่ทางฝั่งวัดบางเพ็งใต้เดินตรงมาทางตรงข้างกับมุมที่มีโทรศัพท์เก่าๆ ให้ถ่ายภาพก็จะเจอน้องเต่ากับน้องนกแก้วตรงหลังร้านขายของเล่น รวมถึงจุดทำบุญให้อาหารปลาบริเวณริมฝั่งคลอง ซึ่งเป็นมุมที่ได้ทั้งบุญแถมยังความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี หลังจากลองทำกับกิจกรรมและชิมความอร่อยไปแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าประวัติตลาดน้ำขวัญเรียม มีจุดเริ่มต้นมาจากไหน ตลาดแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ริมคลองแสนแสบ โดยนำแรงบันดาลใจหลักมาจากวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์เรื่อง แผลเก่า ผลงานอันเลื่องชื่อของไม้เมืองเดิม เรื่องราวในวรรณกรรมกล่าวถึง ขวัญและเรียมคู่รักที่สร้างตำนานรักอันมั่นคงและสละชีวิตเพื่อความรักริมคลองแสนแสบแห่งนี้ ทางชุมชนกับทางผู้ก่อตั้งจึงได้นำเรื่องราวอันทรงคุณค่านี้มาถ่ายทอดเป็นสถานที่เที่ยวทางวัฒนธรรม เพื่อฟื้นคืนชีวิตให้วิถีชีวิตชาวริมน้ำในอดีตยังคงมีตัวตนไม่ได้สูญหายไปตามกาลเวลา สำหรับการเดินทางไปตลาดน้ำขวัญเรียม ด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกสบายมาก เพราะเข้าได้ถึงสองเส้นทาง คือฝั่งถนนเสรีไทยผ่านทางซอยเสรีไทย 60 หรือฝั่งถนนรามคำแหงผ่านทางซอยรามคำแหง 187 โดยทั้งสองฝั่งมีพื้นที่ลานจอดรถกว้างขวางไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ หากใครไม่ได้นำรถส่วนตัวมา ก็สามารถเลือกใช้บริการรถสาธารณะได้อย่างง่ายดาย มีทั้งรถประจำทางหลายสาย และรถสองแถวท้องถิ่นที่วิ่งผ่านหน้าวัดทั้งสองฝั่งอย่างสม่ำเสมอ ทำให้การเดินทางมายังตลาดน้ำแห่งนี้ตอบโจทย์ทั้งสายชิลที่มีรถและไม่มีรถยนต์ส่วนตัว แลัทางตลาดยังมีรถโดยสารฟรีรับส่งจากตลาดไปยังป้ายรถเมล์ตรงบริเวณหน้าทางเข้าวัดบางเพ็งใต้อีกด้วย พิกัด: https://maps.app.goo.gl/iDnZCmpMoCLqr6ZYA ภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !