ท่าพระ–ตลาดพลูเป็นย่านเก่าที่มีเอกลักษณ์และน่าสนใจ ถ้าใครกำลังหาที่เที่ยวในกรุงเทพฯ แบบไม่ต้องเดินทางไกล มีของอร่อยให้แวะกินตลอดทาง และอยากสัมผัสบรรยากาศย่านเก่าที่มีชีวิตอยู่จริง "ท่าพระ–ตลาดพลู" น่าจะเป็นตัวเลือกที่ลงตัวมาก ย่านนี้มีความชิลแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ก้าวขาลงจากรถแล้วเริ่มออกเดิน ก็จะได้เจอทั้งร้านค้าดั้งเดิม ชุมชนท้องถิ่น กลิ่นอาหารหอมๆ ลอยมาจากหน้าร้าน และจังหวะชีวิตฝั่งธนฯ ที่ต่างจากโซนใจกลางเมืองอยู่พอสมควร เสน่ห์ที่แท้จริงของตลาดพลู คือไม่ได้ถูกเซ็ตขึ้นมาเพื่อเป็นจุดเช็กอินท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ละร้านอยู่คู่กับย่านนี้มานาน เป็นร้านที่คนแถวนั้นแวะมากินข้าว ซื้อของสด หรือหิ้วขนมกลับบ้านกันเป็นปกติ พอเราไปเดิน เลยรู้สึกเหมือนได้เข้าไปเนียนๆ อยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของพวกเขา ไม่ได้รู้สึกเป็นแค่คนนอกที่แวะมาถ่ายรูปแล้วก็กลับ ถ้าพอมีเวลา อยากแนะนำให้เดินแบบไม่ต้องรีบร้อน ความน่าสนใจของย่านนี้ซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างทาง ทั้งป้ายร้านรุ่นเก๋า แผงขายอาหารริมฟุตบาท บ้านเรือนที่ปลูกติดกับร้านค้า หรือภาพผู้คนที่แวะซื้อกับข้าวก่อนกลับบ้าน รายละเอียดพวกนี้ดูเรียบง่าย แต่พอรวมกันแล้วกลับทำให้ตลาดพลูมีเสน่ห์ที่อบอุ่นและน่าจดจำอย่างบอกไม่ถูก สถานที่สำคัญและจุดท่องเที่ยวสะท้อนเรื่องราวของย่านท่าพระ-ตลาดพลู ถึงตลาดพลูจะขึ้นชื่อเรื่องของกิน แต่ถ้ายังมีเวลาเหลือ อย่าเพิ่งรีบกลับกันนะคะ เพราะรอบๆ ยังมีจุดน่าแวะที่ช่วยเติมเต็มทริปให้สนุกขึ้นได้อีก อย่าง วัดปากน้ำภาษีเจริญ ก็เป็นจุดที่หลายคนเลือกไปไหว้พระ เดินชมความสวยงาม และหลบความคึกคักจากตลาดมาพักใจสักครู่ หลังจากนั้น ถ้ายังมีแรงเหลือและอยากเปลี่ยนบรรยากาศ ลองขยับไปทาง คลองบางหลวง หรือ บ้านศิลปิน ดูได้ ที่นี่จะได้ฟีลชุมชนริมน้ำที่สโลว์ไลฟ์ลงอย่างเห็นได้ชัด มีบ้านไม้เก่าๆ ร้านค้าเล็กๆ และมุมให้นั่งพักผ่อนสายตา ใครชอบถ่ายรูปหรือชอบเดินดูสถาปัตยกรรมเก่าน่าจะถูกใจเป็นพิเศษ เพราะแต่ละมุมเรียบง่ายแต่มีเรื่องราวในตัวเอง ความลงตัวของทริปย่านนี้ คือแต่ละจุดให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันเลย วัดปากน้ำช่วยให้สงบ คลองบางหลวงพาเราไปสัมผัสเสน่ห์ริมน้ำ ส่วนตลาดพลูต้อนรับเราด้วยความคึกคักและของอร่อย พอจับมารวมกันในวันเดียว ทริปฝั่งธนฯ เลยได้ครบทุกรสชาติ ทั้งไหว้พระ เดินเล่น ชิมของดี และซึมซับวิถีชุมชนไปพร้อมกัน อาหารและร้านเก่าแก่คือเสน่ห์สำคัญของตลาดพลู มาตลาดพลูทั้งที ไม่พูดถึงของกินก็คงไม่ได้ เพราะแค่เดินเข้าใกล้ ย่านนี้ก็ต้อนรับเราด้วยกลิ่นหอมของอาหารนานาชนิดแล้ว มีครบทั้งของคาว ของทอด ของกินเล่น ไปจนถึงขนมหวาน ความสนุกคือเราไม่จำเป็นต้องมีลิสต์ร้านแน่นเปรี๊ยะ แค่ลองเดินไปเรื่อยๆ แล้วเลือกร้านที่ดูน่ากิน หรือร้านที่มีคนพื้นที่ยืนต่อคิวเยอะๆ ก็เป็นเสน่ห์ของการเที่ยวแบบตามใจปากแล้ว หลายร้านเป็นร้านระดับตำนานที่เปิดมานาน บางร้านเป็นร้านประจำของคนในพื้นที่ ขณะที่บางร้านกลายเป็นพิกัดลับ (ที่ไม่ลับแล้ว) ของนักชิมต่างถิ่น เวลาเดินผ่าน จะรู้สึกได้ว่าความฟินไม่ได้อยู่ที่รสชาติอย่างเดียว แต่คือบรรยากาศของร้าน ป้ายชื่อเก่าๆ ภาพอาป๊าอาม่าทำอาหารอยู่หน้าร้าน และความเป็นกันเองของผู้คน ถ้ามากับแก๊งเพื่อน แนะนำให้สั่งมาหารกัน จะได้ลองหลายๆ อย่าง เริ่มจากของคาวเบาๆ แล้วเผื่อท้องไว้ให้ของทอดกับขนมหวานต่อ จะได้ไม่อิ่มจุกตั้งแต่ร้านแรก แต่ถ้ามาคนเดียวก็ชิลได้เหมือนกัน เลือกเมนูที่อยากกินจริงๆ สัก 2–3 อย่าง แล้วใช้เวลาเดินชมเมืองไปเรื่อยๆ ก็เพลินไม่แพ้กัน วิถีชีวิตและวัฒนธรรมทำให้ท่าพระ–ตลาดพลูมีเสน่ห์แตกต่างจากย่านอื่น สิ่งที่ทำให้ท่าพระ–ตลาดพลูแตกต่างจากย่านท่องเที่ยวทั่วไป คือความเป็นชุมชนที่ยังหมุนเวียนอยู่จริง เราจะได้เห็นคนในพื้นที่แวะมาซื้อของ ทักทายพูดคุยกันอย่างคุ้นเคย ร้านค้าที่นี่จึงไม่ใช่ร้านที่ทำมาเพื่อนักท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนแถวนั้น การได้มาเดินเล่นที่นี่จึงเหมือนเราได้มานั่งดูจังหวะชีวิตธรรมดาๆ ที่มีเสน่ห์โดยไม่ต้องมีใครมาคอยนำเที่ยว นอกจากนี้ ตรอกซอกซอย ตึกแถวโบราณ และป้ายร้านค้าไม้เก่าๆ ที่ยังคงตั้งอยู่ท่ามกลางความเจริญของเมือง ก็เป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากย่านใหม่ๆ สายถ่ายรูปแนวสตรีตหรือคนที่ชอบสังเกตดีเทลของเมืองน่าจะเพลินจนลืมเวลา ตลาดพลูเป็นพื้นที่ที่ผู้คนหลากหลายมารวมตัวกัน ทั้งคนในพื้นที่ พนักงาน ออฟฟิศ สายกิน และนักท่องเที่ยววันหยุด ย่านนี้เลยมีความคึกคักที่เป็นธรรมชาติ ไม่ได้ดูจัดฉาก หากใครได้มาเดินเล่น ก็อยากชวนให้ช่วยกันดูแลย่านนี้ด้วยนะคะ ทิ้งขยะให้เป็นที่ ถ่ายรูปผู้คนด้วยความเคารพ privacy และช่วยกันอุดหนุนร้านค้าเล็กๆ ในชุมชนกันตาสะดวกค่ะ การวางแผนเที่ยวท่าพระ–ตลาดพลูช่วยให้สัมผัสเสน่ห์ของย่านได้อย่างคุ้มค่า การเดินทางมาย่านนี้สะดวกมากด้วยรถไฟฟ้า จะนั่ง BTS มาลงสถานีตลาดพลู หรือ MRT มาลงสถานีท่าพระ ก็เลือกได้ตามเส้นทางที่สะดวก จากนั้นค่อยต่อรถหรือเรียกรถไปยังจุดต่างๆ เพราะสถานที่แต่ละจุดไม่ได้ตั้งอยู่ติดกันจนเดินถึงกันได้หมด การเปิดแอปแผนที่เช็กระยะทางไว้เรื่อยๆ จะช่วยให้เราวางแผนเดิน ไม่ต้องเดินวนไปวนมาให้เหนื่อย ก่อนออกเดินทาง วางธีมทริปหลวมๆ ไว้ก็พอนะ ถ้าเน้นไหว้พระเดินชิล อาจเริ่มที่วัดปากน้ำภาษีเจริญตอนเช้า แล้วค่อยมาหาของกินที่ตลาดพลูช่วงสายๆ ถึงเที่ยง แต่ถ้าเป็นสายกินตัวจริง อาจเริ่มลุยตลาดพลูตั้งแต่แรก แล้วค่อยไปนั่งพักสายตาจิบกาแฟที่คลองบางหลวงช่วงบ่าย ไม่จำเป็นต้องเก็บให้ครบทุกจุด เลือกแค่ 2–3 สถานที่ที่อยากไปจริงๆ ก็ใช้เวลาเต็มอิ่มได้ทั้งวันแล้ว ช่วงสายถึงบ่ายเป็นช่วงเวลาที่เดินกำลังสบาย ไม่ต้องรีบร้อน ถ้าไปช่วงเย็น ตลาดจะคึกคักขึ้นก็จริง แต่ร้านดังหลายร้านก็อาจจะขายหมดไปก่อน ส่วนวันเสาร์–อาทิตย์คนจะเยอะเป็นพิเศษ ถ้าอยากเดินสบายๆ คิวไม่ยาว ลองหาเวลามาวันธรรมดาหรือมาให้เร็วขึ้นสักหน่อย และที่สำคัญ อย่าลืมเช็กวัน–เวลาเปิดปิดของร้านค้าและสถานที่ต่างๆ ก่อนออกจากบ้านด้วยนะครับ จะได้เที่ยวสนุกแบบไม่เสียเที่ยวค่ะ ยังไงก็มาตามรอยเที่ยวได้ที่ https://maps.app.goo.gl/HzaP4zXDtShHvZcp8 รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !