มารยาทและข้อห้ามบนรถไฟฟ้า BTS รู้ไว้ไม่เปรต
สำหรับสายเที่ยวกรุงเทพฯ และชาวออฟฟิศเมืองหลวง รถไฟฟ้า BTS ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะสายหลักที่ช่วยให้เราเดินทางไปยังแลนด์มาร์กสำคัญๆ ได้รวดเร็วทันใจ แต่จากเหตุการณ์ไวรัลนักท่องเที่ยวต่างชาติส่งเสียงดังบนรถไฟฟ้าทำให้เกิดข้อสงสัยกันว่าจริงๆ แล้วมันมีข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม เอาเป็นว่าการใช้งานระบบรถไฟฟ้า BTS เนี่ยมี ข้อปฏิบัติและข้อห้าม ที่สำคัญ เพื่อความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความสงบของส่วนรวมอยู่ครับ
ข้อปฏิบัติและข้อห้ามบนรถไฟฟ้า BTS
ยาวไปไม่อ่าน สรุปสั้นๆ
- ห้ามรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม ทุกชนิดในเขตชานชาลาและภายในขบวนรถ
- ห้ามส่งเสียงดัง/เปิดลำโพงรบกวน ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
- ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้า (ยกเว้นสุนัขนำทางสำหรับผู้พิการและสุนัขตำรวจ)
- ห้ามนำวัตถุอันตราย/กลิ่นแรงเข้า เช่น ทุเรียน, ลูกโป่งบรรจุก๊าซ, วัตถุไวไฟ
- ห้ามสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ในระบบรถไฟฟ้าทุกกรณี
- ห้ามพิงประตูรถไฟฟ้า และห้ามยืนขวางทางเข้า-ออก
6 ข้อปฏิบัติที่น่ารักเมื่อใช้บริการ BTS (Do's)
การเป็นผู้โดยสารน่ารักบน BTS ช่วยให้ทุกคนเดินทางได้อย่างราบรื่น และนี่คือมารยาท และข้อปฏิบัติที่ควรทำครับ
- สวมหูฟัง และใช้เสียงระดับเบา : หากต้องการดูคลิป ฟังเพลง หรือคุยโทรศัพท์ ควรสวมหูฟัง และพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่เบาเพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น
- ต่อแถวรอหลังเส้นสีเหลือง : ขณะรอรถไฟฟ้า ควรยืนต่อแถวตามจุดที่กำหนดบนพื้นชานชาลา และยืนอยู่หลังเส้นสีเหลืองเตือนความปลอดภัยเสมอ
- ให้คนในขบวนออกก่อน : เมื่อประตูเปิด ควรเว้นช่องตรงกลางเพื่อให้ผู้โดยสารด้านในลงจากขบวนรถก่อน จากนั้นค่อยเดินเข้าอย่างเป็นระเบียบ
- เอื้อเฟื้อที่นั่งแก่ผู้มีจำเป็น (Priority Seat) : ควรเอื้อเฟื้อที่นั่งให้แก่เด็ก, สตรีมีครรภ์, ผู้สูงอายุ, พระสงฆ์ และผู้พิการ
- สะพายเป้ไว้ด้านหน้าเมื่อรถแน่น : ในช่วงเวลาเร่งด่วน การถอดกระเป๋าเป้มาถือไว้ด้านหน้าหรือปลดลงต่ำ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ผู้อื่นและลดการกระแทกโดยไม่ตั้งใจ
- จับราวหรือห่วงจับให้แน่น : ขณะเคลื่อนที่ควรมือจับราวเพื่อความปลอดภัย และไม่ควรเล่นโทรศัพท์มือถือจนลืมสังเกตสิ่งรอบข้าง
7 ข้อห้ามในระบบ BTS (Don'ts)
เพื่อความปลอดภัย สุขอนามัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ระบบรถไฟฟ้า BTS มีข้อห้ามที่ไม่ควรมองข้าม ดังนี้
1. ห้ามส่งเสียงดัง หรือเปิดเสียงลำโพงรบกวนผู้อื่น (มีโทษปรับ)
ตามประกาศของ BTS ขอความร่วมมือไม่ส่งเสียงดัง กระทำการอื้ออึง หรือทะเลาะวิวาท โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรนอกจากนี้ ไม่ควรรูปแบบการเปิดวิดีโอ/เพลงผ่านลำโพงมือถือ หรือพูดคุยโทรศัพท์ด้วยเสียงอันดังในขบวนรถ
2. ห้ามรับประทานอาหารและดื่มน้ำ
หลายคนอาจสงสัยว่า “ถือแก้วน้ำชานมไข่มุกหรือขวดน้ำเข้าได้ไหม?” คำตอบคือ ถือเข้าได้แต่ต้องปิดฝา/ใส่ถุงมิดชิด และ ห้ามเปิดรับประทานหรือดื่มเด็ดขาด ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เขตชานชาลา (หลังแตะบัตรผ่านประตู) และภายในขบวนรถไฟฟ้า
3. ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้า
ถึงแม้จะเป็นน้องหมาน้องแมวตัวเล็กใส่กระเป๋าอย่างดี ก็ไม่ได้รับอนุญาต ให้นำเข้าในระบบ BTS ยกเว้นกรณีเดียวคือ สุนัขนำทางสำหรับผู้พิการทางสายตา หรือสุนัขปฏิบัติการทางราชการเท่านั้น
4. ห้ามนำวัตถุกลิ่นแรง และลูกโป่งเข้า
- ทุเรียน / อาหารกลิ่นแรง : ห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาดเพราะส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารท่านอื่นในระบบปิด
- ลูกโป่งบรรจุก๊าซ : ห้ามนำเข้าพื้นที่ชานชาลาและขบวนรถ เนื่องจากลูกโป่งอาจหลุดลอยไปติดสายไฟแรงสูง ส่งผลให้ระบบการเดินรถขัดข้องได้
5. ห้ามสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
พื้นที่ระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสทั้งหมดเป็น เขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย ห้ามสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์บารกุไฟฟ้าทุกชนิด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตามกฎหมาย
6. ห้ามพิงประตูรถไฟฟ้า
ขณะอยู่ในขบวนรถ ห้ามพิงประตูขบวนรถเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุประตูล็อกขัดข้อง หรือเสี่ยงต่อการพลัดตกเมื่อประตูเปิดที่สถานีต่อไป
7. ห้ามพกพาวัตถุอันตราย และสิ่งของขนาดใหญ่เกินไป
ห้ามนำอาวุธ วัตถุระเบิด วัตถุไวไฟ สารเคมีอันตราย รวมถึงจักรยานขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่จักรยานพับได้ เข้ามาในระบบ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขึ้น BTS
- Q : คุยโทรศัพท์หรือดู TikTok บนรถไฟฟ้า BTS ได้ไหม?
A : สามารถทำได้ แต่ต้องสวมหูฟัง และพูดคุยด้วยเสียงที่เบา ไม่ควรเปิดลำโพงโฟนหรือส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารคนอื่น - Q : สามารถนำจักรยานขึ้น BTS ได้ไหม?
A : นำเข้าได้เฉพาะจักรยานพับได้ เท่านั้น โดยต้องพับให้เรียบร้อยก่อนผ่านประตูแตะบัตร และห้ามปั่นจักรยานภายในสถานี - Q : หากบังเอิญถืออาหาร หรือแก้วน้ำเข้าสถานี ต้องทำอย่างไร?
A : ต้องเก็บใส่ถุงหรือกระเป๋าให้มิดชิด ปิดฝาให้สนิท และห้ามนำขึ้นมาดื่มหรือรับประทานจนกว่าจะออกจากระบบรถไฟฟ้า - Q : บัตรโดยสาร BTS อยู่ในระบบได้นานกี่นาที?
A : ผู้โดยสารสามารถอยู่ในระบบรถไฟฟ้า BTS ได้ไม่เกิน 120 นาที (2 ชั่วโมง) หากเกินเวลาจะต้องเสียค่าปรับตามอัตราที่บริษัทกำหนด
====================