ปักไว้! เที่ยวเมลเบิร์น ต้องไป Mt. Martha กระโดดหน้าผาริมทะเลสุดมันส์

ปักไว้! เที่ยวเมลเบิร์น ต้องไป Mt. Martha กระโดดหน้าผาริมทะเลสุดมันส์
aichan
4 พฤษภาคม 2560 ( 05:27 )
2.2K

Words by Patcharapon Kitprapa

หลังจากที่ผมได้นำเสนอที่เที่ยว 10 แลนด์มาร์คห้ามพลาด ในตัวเมืองเมลเบิร์นไปแล้ว วันนี้จะพาไปเที่ยวอีกสถานที่หนึ่งในเมลเบิร์นที่สวยงามมากและอยากจะแชร์ให้ทุกคนได้ฟังกัน นั่นก็คือ Mt.Martha ตั้งอยู่ห่างไกลพอสมควรจากในตัวเมือง ใช้เวลาในการเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณหนึ่งชั่วโมงครับ เนื่องจากไม่ได้ตั้งอยู่ติดสถานีรถไฟใดๆ เลย การขับรถไปจึงสะดวกที่สุดครับ

Mt. Martha เป็นชื่อเรียกบริเวณทางตอนล่างของเมืองเมลเบิร์น ตั้งอยู่ระหว่าง Mornington และ Safety Beach ซึ่งอยู่เลียบติดกับชายทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยชายหาดและหน้าผา ซึ่งไฮไลท์ของการท่องเที่ยวในครั้งนี้ก็คือการโดดน้ำจากหน้าผาลงไปในทะเลนั่นเองครับ Mt. Martha มีอาณาบริเวณที่กว้างขวางพอสมควร ประกอบไปด้วยหน้าผาหลายแห่ง หน้าผาที่มีชื่อเสียงที่สุดมีชื่อว่า The Pillars ซึ่งทริปวันนี้ผมก็ได้ไปชมเพียงหน้าผาแห่งเดียวจากทั้งหมดเท่านั้นครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกหรือความชอบของแต่ละคนด้วย

สำหรับข้อดีของสถานที่แห่งนี้คือมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ชายหาดสะอาด น้ำสีเขียวฟ้าสดใส อีกทั้งยังห่างไกลจากความเป็นเมืองแสงสี มีเพียงแค่ชุมชนขนาดพอเหมาะที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย แต่ด้วยความที่อยู่ห่างจากเมือง มีความเป็นธรรมชาติสูง จึงไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือมีแต่ยังไม่ค่อยทั่วถึงเท่าที่ควรครับ อย่างห้องน้ำจะอยู่ห่างจากจุดกระโดดน้ำพอสมควร

ดังนั้นเพื่อความว่องไวและไม่เป็นการเสียเวลาในการเปลี่ยนชุด หรือการเข้าห้องน้ำส่วนใหญ่ (ผู้ชาย) ที่พบเห็นคืออาศัยหลบเข้าพุ่มไม้หรือบริเวณโขดหิน ซึ่งอาจเป็นเรื่องหนักใจของใครหลายๆ คน (แต่ไม่ใช่สำหรับคนที่นี่) นอกจากนั้นแล้วบริเวณทางเดินเพื่อไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ จำเป็นต้องใช้ทักษะการปีนป่ายเป็นอย่างสูง ด้วยลักษณะของโขดหินที่มีความลาดชัน และพื้นดินทรายเป็นส่วนใหญ่

เริ่มต้นการเดินทางด้วยการขับรถเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง นับว่าเลือกวันได้ดีมากในการมาครั้งนี้เพราะท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไร้เมฆ แต่แดดเรียกได้ว่าแรงใช้ได้เลยครับ

เมื่อมาถึงที่หมายก็ทำการหาที่จอดรถครับ ซึ่งอาจจะหายากนิดนึง ต้องอาศัยการจอดรถข้างทางเอา อีกทั้งที่นี่ไม่มีป้ายบอกทางใดๆ เพื่อไปยัง The Pillars ทำให้ตอนแรกผมงงเอามากๆ เลยครับ ไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปทางไหน แต่ก็ได้ตัดสินใจเดินตามกลุ่มนักท่องเที่ยวชายที่ใส่ชุดกางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ พร้อมผ้าขนหนูคาดบ่า เดินเลาะเลียบไปทางถนน

แล้วผมก็ได้พบกับวิวหน้าผาที่สะดุดตาไม่น้อยเลย ภาพของทะเลสุดลูกหูลูกตาที่ตัดกับสีของท้องฟ้า ของจริงที่เห็นกับตาสวยกว่าในภาพนี้มากครับ ที่ตรงนี้ผมกับเพื่อนๆ ก็ได้เก็บภาพสวยๆ กันไปไม่น้อย แต่แล้วก็สะดุดคิดขึ้นมาได้ว่า หน้าผานี้สูงเกินกว่าที่จะกระโดดเล่นน้ำครับ อีกทั้งข้างล่างยังเต็มไปด้วยโขดหินและเนินทราย แล้วคนที่เดินเข้ามาที่นี่ก็หายไปกันหมด….แล้วถึงบางอ้อ ที่นี่ยังไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายครับ เรายังต้องเดินทางกันต่อ

จากที่สังเกตที่แห่งนี้ไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวกสักเท่าไร การเดินทางส่วนใหญ่จะเป็นต้องเดินผ่านทางพุ่มไม้และใช้การปีนป่ายเป็นหลัก และในที่สุด (จริงๆแล้ว) เราก็มาถึง The Pillars แหล่งโดดน้ำอันขึ้นชื่อครับ

ความรู้สึกเหมือนได้มาเจอโอเอซิสท่ามกลางทะเลทรายยังไงอย่างนั้นเลยละครับ ท่ามกลางแดดอันร้อนระอุแต่ก็ได้ความเย็นของน้ำทะเลมาช่วยดับร้อน บริเวณนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย มากกว่าที่ผมคิดไว้อีกครับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนออสซี่ คนท้องถิ่นของที่นี่ ตอนนั้นมีเพียงแค่ผมและเพื่อนๆ นี่แหละครับที่เป็นชาวเอเชีย

กิจกรรมที่คนส่วนใหญ่นิยมทำกัน แน่นอนครับ คือการกระโดดน้ำท้าทายความกล้าของตนเอง ซึ่งความสูงของหน้าผาแต่ละที่ก็แตกต่างกันออกไป มีให้เลือกมากมายครับ รวมถึงการนอนอาบแดดก็ยังมีให้พบเห็นอยู่ทั่วไป นอกนั้นก็คือฝ่ายกองเชียร์และช่างภาพครับ แน่นอนว่าการมาถึงที่นี่แล้วก็ต้องอยากได้รูปเด็ดๆ กลับไปกันอย่างแน่นอน บางคนถึงกับเล่นท่ายากสิบคะแนนตีลังกาขาฉีกกันไป ส่วนเราๆ ก็กระโดดลงไปธรรมดานี่แหละครับ

สำหรับการกระโดดน้ำนั้นดูสนุกแต่ก็ต้องระมัดระวังด้วยครับ ก่อนจะกระโดดต้องดูให้ดีก่อนว่ามีเพื่อนของเราหรือคนอื่นอยู่ข้างล่างหรือไม่ อีกทั้งไม่ควรแกล้งผลักกัน เพราะหน้าผาที่ใช้ในการกระโดดก็เต็มไปด้วยโขดหินและเหลี่ยมมุมแหลมคมมากมายครับ อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ ยังไงก็ไม่ประมาทไว้ดีที่สุดครับ

นอกจากนี้อย่าลืมพกน้ำดื่มและครีมกันแดดไปด้วยครับ (แดดที่นี่แรงกว่าที่ไทยอีกนะครับ) รวมถึงพลาสเตอร์ปิดแผล (จำนวนพอสมควร) ติดไปด้วย เพราะทั้งบนบกและในน้ำมีหินแหลมคมอยู่มากมาย หรือแม้กระทั่งเม็ดทราย ก็สามารถทำให้เกิดบาดแผลรอยขีดข่วนมากมายได้ครับ ซึ่งบางครั้งแล้วไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าโดนบาดมา จนกระทั่งเห็นเลือดไหลซิบๆ เป็นทาง
จบทริปไปด้วยความเหนื่อยล้าครับ ดีที่มีเพื่อนขับรถมา เพราะขาผมเดินต่อไปไม่ไหวแล้วละครับ สำหรับการเที่ยวที่ Mt.Martha ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่ร่วมสองถึงสามชั่วโมงได้ครับ (ไม่ไหวแล้ว) แต่นับได้ว่าเป็นความทรงจำที่ดีมากเลยทีเดียว ถ้ามีเวลาและสะดวกที่จะมา อย่าลืมแวะมาเที่ยวเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตได้นะครับ

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 


Facebook

Twitter


และ แอพพลิเคชั่น


TrueID Application

Add friend ที่ ID : @TrueID

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง