รวม 6 สถานที่และไอเทม ที่มีอยู่จริงจาก Evangelion 3.0+1.0 Thrice Upon a Time

รวม 6 สถานที่และไอเทม ที่มีอยู่จริงจาก Evangelion 3.0+1.0 Thrice Upon a Time
Muzika
17 สิงหาคม 2564 ( 19:00 )
709

     เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้รับการปลดปล่อย หายค้างคากับคำสาป Evangelion ที่รอคอยภาคจบกันมานานนับสิบปีไปเรียบร้อย (20 กว่าปีสำหรับคนที่ติดตามมาตั้งแต่ภาค TV Series) สาเหตุหลักๆ ที่เราชื่นชอบเรื่องนี้กันนั้น นอกจากพล็อตเรื่องที่แปลกใหม่ ดีไซน์ตัวละครที่เป็นตำนานแล้ว คงเป็นเพราะผู้กำกับ ฮิเดอากิ อันโนะ ได้แฝงเรื่องราว และสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะตามตำนานโบราณ ความเชื่อทางศาสนา หรือแม้แต่ประสบการณ์ตรงของตัวเองไว้ในเรื่องนี้อยู่มากมาย ก่อให้เกิดการตีความเรื่องราวได้อย่างสนุกสนานไม่สิ้นสุด โดยไม่มีการตัดสินว่าถูกหรือผิดแต่อย่างใด เราเลยอยากจะหยิบยกเอาสถานที่ที่น่าใจจากเรื่อง Evangelion: 3.0+1.0 Thrice Upon a Time มาฝากกัน แน่นอนว่าบางแห่งไปเที่ยวได้จริงด้วย ใครที่ดูตอนจบไปแล้วรู้สึกยังอารมณ์ค้างอยู่ จะลองวางแผนไปดูของจริงก็ดีเหมือนกัน

*คำเตือน บทความนี้อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วน ผู้ยังไม่ได้รับชมโปรดอ่านด้วยความระมัดระวัง*

 

สถานที่ และวัตถุโบราณจาก Evangelion: 3.0+1.0 Thrice Upon a Time

 

6 สถานที่ และวัตถุโบราณจาก Evangelion: 3.0+1.0 Thrice Upon a Time

 

1. หอกลองกินุส (Lance of Longinus)

 

 

     เป็นไอเท็มที่มีบทบาทสำคัญในทุกภาคของอีวาซีรีส์จริงๆ สำหรับ หอกลองกินุส (Longinus) หอกศักดิ์สิทธิ์ตามพระคัมภีร์ไบเบิล ที่ถูกใช้แทงไปยังสีข้างของพระเยซู โดยนายทหารโรมันชื่อ กาลิอัส คาสเซียส ลองกินุส (Gaius Cassius Longinus) ซึ่งมีอาการตาใกล้บอด และได้รับหน้าที่ตรึงกางเขนพระเยซู และใช้หอกแทงเพื่อพิสูจน์ว่าพระองค์สิ้นพระชนม์จริงหรือไม่

 

ภาพหอกลองกินุสแทงพระเยซู

 jorisvo / Shutterstock.com

 

By Weltliche_Schatzkammer_Wien_(180)-3

 

     จากไบเบิ้ลฉบับพันธสัญญาใหม่ เขียนไว้ว่าเมื่อพระโลหิตของพระเยซูกระเด็นมาโดน ก็ทำให้ตาของเขากลับมามองเห็นได้ดีอีกครั้ง นายทหารผู้นี้จึงเกิดความศรัทธา และบวชเป็นนักบวชในศาสนาคริสต์ จากนั้นเป็นต้นมา หอกก็ถูกเปลี่ยนมือผู้ครอบครองไปอีกหลายยุคหลายสมัย เกิดวัตถุโบราณอีกหลายเล่มที่ถูกอ้างว่าเป็นหอกลองกินุสขึ้นมากมาย แต่หอกเล่มที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และสามารถหาชมได้ในปัจจุบันก็คือ หอกลองกินุสแห่งกรุงเวียนนา (Vienna Lance) ที่ผู้นำเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adoft Hitler) เคยครอบครองไว้นั่นเอง ซึ่งตอนนี้ได้รับการเก็ยรักษาเป็นอย่างดีอยู่ใน พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) ในโซนพิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงวัตถุโบราณหายากล้ำค่าต่างๆ

====================

 

2. โกลโกธา (Golgotha)

 

 

     สำหรับโกลโกธานั้นในเรื่องอีวามีการกล่าวถึงในช่วงที่ชินจิต้องเข้าไปเผชิญหน้ากับพ่อของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย แล้วพบเข้ากับวัตถุลึกลับที่ล่อยลอยอยู่

 

 

     โกลโกธา หรือ โกละโกธา มีความหมายว่า เนินเขารูปหัวกะโหลก ซึ่งเป็นสถานที่ประหารชีวิตโดยใช้วิธีการตรึงกางเขนตามแบบโรมัน อยู่ห่างออกมาจากเมืองเยรูซาเลมไม่ไกลนัก ซึ่งพระเยซูเองก็ถูกตรึงกางเขนที่นี่ ใกล้ๆ กันจะมี อุโมงค์ฝังพระศพ (Garden Tomb) เป็นอุโมงค์ที่ว่างเปล่า มีประโยคหนึ่งเขียนบนประตูที่ปากอุโมงค์ว่า "He is not here for He is risen" แปลว่า “พระองค์ไม่ได้อยู่ในนี้ พระองค์ทรงฟื้นขึ้นแล้ว” ตามความเชื่อของชาวคริสต์นั่นเองครับ

====================

 

3. ม้วนหนังสือเดดซี (Dead Sea Scrolls)

 

 

     ม้วนหนังสือที่องค์กรลับ เซเลอ (SEELE) ใช้พยากรณ์อนาคตของมวลมนุษยชาติ และทำตามพยากรณ์นี้อย่างเคร่งครัด ในเรื่องเราจะได้ยินถึงบ่อยมากๆ ไม่น่าเชื่อม้วนหนังสือเดดซีนั้นเป็นของที่มีอยู่จริงๆ และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมหาศาลด้วย 

 

 

     ม้วนหนังสือเดดซีถูกค้นพบในช่วงปี 1946 - 1947 โดยพบอยู่ภายในถ้ำ 11 แห่ง ที่เมือง คุมราน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลเดดซี ประเทศอิสราเอล มีเอกสาร 800 รายการ ส่วนใหญ่เป็นคัมภีร์เกี่ยวกับศาสนายูดาห์ และเขียนในยุคร่วมสมัยกับพระเยซู ปัจจุบันภายในถ้ำก็ยังมีการค้นพบโบราณวัตถุอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงกระดูก ข้าวของเครื่องใช้ รวมไปถึงจุลินทรีย์อื่นๆ ที่ยังถูกเก็บรักษาไว้ในสภาพอากาศที่แห้งแล้งภายในถ้ำ

====================

 

4. ขั้วโลกใต้ (South Pole)

 

 

     จุดที่อยู่ทางทิศใต้สุดของโลก และเป็นสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์ 2nd Impact นั่นเอง ผลจากการระเบิดครั้งใหญ่นั้นทำให้น้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลาย เกิดคลื่นสึนามิซัดทำลายเมืองต่างๆ เกือบทั่วทั้งโลก มวลมนุษยชาติสูญสิ้นไป 2 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด...

 

ภาพถ่ายดาวเทียมของทวีปแอนตาร์กติกา

 

     แต่นั้นเป็นเหตุการณ์ในเรื่องครับ ความเป็นจริงนั้นขั้วโลกใต้ และทวีปแอนตาร์กติกาที่มันตั้งอยู่นั้นยังอยู่ดี (อาจจะไม่ดีถ้าภาวะโลกร้อนยังแย่ลงเรื่อยๆ อย่างนี้) ด้วยความที่มันเป็นทวีปที่หนาวที่สุด แห้งแล้งที่สุด ลมแรงที่สุด และมีความสูงโดยเฉลี่ยมากที่สุด ทำให้ไม่มีใครคิดอยากไปเที่ยวซักเท่าไหร่ จะมีก็แค่สถานีวิจัยที่กระจายอยู่ทั่วทั้งทวีป เพื่อศึกษาสิ่งมีชีวิตต่างๆ บนทวีปนั้นนั่นเอง

====================

 

5. สถานีรถไฟอุเบะ ชินคาวะ จังหวัดยามากุจิ

 

By そらみみ - Own work, CC BY-SA 4.0

 

     สถานีรถไฟที่ปรากฏในตอนจบของเรื่องนั้นก็คือ สถานีรถไฟอุเบะ-ชินคาวะ (宇部新川駅, Ubeshinkawa-EKI) จังหวัดยามากุจิ ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของผู้กำกับอันโนะนั่นเองครับ ใครอยากไปตามรอยก็ลองไปนั่งเล่นได้ นับเป็นฉากปิดเรื่องที่พาเรากลับสู่โลกแห่งความจริงอย่างแท้จริง 

====================

 

*แถม* 6. รูปปั้นนางฟ้าปีกหัก Wing Victory of Samothrace

 

 

     สำหรับชิ้นสุดท้ายนี้เรียกว่าเป็นของแถม เพราะแม้จะมีปรากฏอยู่ในฉากที่ชินจิคุยกับคาโอรุ แต่ว่าในเรื่องไม่ได้มีการอ้างอิงถึงอะไรแต่อย่างใด และค่อนข้างจะสื่อไปถึงเทวทูตเสียมากกว่า แค่ว่าถ้าเกิดอยากจะชมวัตถุโบราณที่มีความใกล้เคียงที่สุด เห็นจะมีแค่ รูปปั้นเทพีไนกี้แห่งซาโมเทรซ (Wing Victory of Samothrace) งานประติมากรรมที่มีอายุมานานตั้งแต่ 300 ปีก่อนคริสตกาล ว่ากันว่าเป็นงานปั้นที่สวยงามราวกับกำลังลงมาจากสรวงสวรรค์จริงๆ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

 

muratart / Shutterstock.com

 

     สำหรับเทพีไนกี้ หรือ นิกี (Nike) นั้นเป็นเทพีแห่งชัยชนะตามตำนานเทพปกรณัมกรีก ได้รับการบูชาร่วมกับเทพีอธีนา (Athena) อยู่เสมอ โดยช่างปั้นจะปั้นเทพีอธีนามีโดยเทพีไนกี้กำลังยืนอยู่บนมือของนาง เป็นนัยว่าชัยชนะนั้นอยู่ในกำมือเรานั่นเอง นอกจากนี้เทพีไนกี้ยังปรากฏอยู่บนเหรียญโอลิมปิกด้วย

====================

 

 

ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวย
แชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปัง ของคุณได้แล้วที่ แอปทรูไอดี
คลิกเลย >> TrueID Travel Community <<