โลกของศิลปะ จิตรกรรม ภาพวาด ใครว่าการไปเดินพิพิธภัณฑ์ศิลปะจะต้องน่าเบื่อและต้องเดินเอามือไพล่หลังดูรูปเงียบๆ เสมอไป! ลืมภาพจำแบบเดิมๆ ไปได้เลยครับ เพราะที่ Art in Paradise จะเปลี่ยนมุมมองการชมศิลปะของคุณไปตลอดกาล ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ ที่จะเปิดโอกาสให้เราได้กระโดดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะแบบเต็มตัว! คอนเซปต์หลักของที่นี่คือ เทคนิคการวาดภาพที่ลวงตาให้ดูมีมิติความตื้นลึก ศิลปินได้เนรมิตกำแพงและพื้นห้องเรียบๆ ให้กลายเป็นโลกอีกใบ ทันทีที่ก้าวเข้าไป คุณจะพบกับภาพวาดที่ใช้เทคนิคแสงและเงาหลอกตาขั้นสุด เสน่ห์ของ Art in Paradise คือการทำลายกำแพงระหว่างผู้ชมกับผลงานศิลปะทิ้งไป ที่นี่ไม่มีป้ายห้ามจับ ห้ามเข้าใกล้ หรือห้ามถ่ายรูป ตรงกันข้าม เขาเชิญชวนให้คุณลงไปนั่ง นอน คลาน หรือโพสท่าบ้าบอแค่ไหนก็ได้ เพราะภาพวาดเหล่านี้จะยังไม่สมบูรณ์เลย หากขาด "คุณ" ข้อดีของการมาที่นี่คือเดินสบาย แอร์เย็น เหมาะมากสำหรับแก๊งเพื่อนที่ชอบถ่ายรูป ครอบครัวที่อยากพาน้องๆ หนูๆ มาปล่อยพลัง หรือแม้แต่คู่รักที่อยากหาแอคทิวิตี้สนุกๆ ทำร่วมกัน ภายในพิพิธภัณฑ์ถูกแบ่งออกเป็นหลายโซนให้เราได้ผจญภัยแบบไม่มีเบื่อ เริ่มกันที่ "โซนโลกใต้น้ำ" (Aqua Zone) ที่จะพาคุณดำดิ่งลงไปสู่มหาสมุทร คุณสามารถทำท่าแหวกว่ายคู่กับฝูงปลา นั่งบนเปลือกหอยยักษ์แบบนางเงือก หรือทำท่าตกใจหนีฉลามตัวโตที่กำลังอ้าปากงับได้อย่างสมจริง เดินถัดมาอีกนิดจะเข้าสู่ความตื่นเต้นใน "โซนซาฟารี" (Safari Zone) โซนนี้จะให้ฟีลเหมือนคุณกำลังหลุดเข้าไปในป่าแอมะซอนหรือทุ่งหญ้าสะวันนาในแอฟริกา ไฮไลต์เด็ดคือภาพของแรดตัวเขื่องที่กำลังพุ่งชนกำแพงอิฐจนแตกกระจาย ซึ่งคุณสามารถไปยืนทำท่าดันหัวแรดหรือวิ่งหนีป่าราบได้แบบเนียนๆ ปีนป่ายงวงช้าง และระทึกขวัญไปกับการเดินข้ามสะพานไม้ผุพังที่ด้านล่างมีจระเข้ตัวเบิ้มอ้าปากรออยู่ โซนนี้ใครมีพร็อพอย่างหมวกปีกกว้างหรือกล้องส่องทางไกล หยิบมาใส่เป็นอินเดียน่า โจนส์ ได้เลย สำหรับสายอาร์ตที่ชอบความคลาสสิก ต้องไม่พลาด "โซนศิลปะคลาสสิก" (Classic Art Zone) เพราะเขาได้นำเอาภาพวาดระดับมาสเตอร์พีซของโลกมาดัดแปลงใหม่ให้เราเข้าไปมีส่วนร่วมได้ เช่น คุณสามารถหยิบพู่กันจำลองไปทำท่าเติมหนวดให้ "โมนาลิซ่า" (Mona Lisa) หรือกระโดดเข้าไปร่วมเฟรมทำหน้าหวาดผวาในภาพ "The Scream" ของเอ็ดเวิร์ด มุงค์ นอกจากนี้ยังมีมุมให้คุณทำท่าเทน้ำรดหัวตัวละครในภาพวาดยุคเรอเนสซองส์ หรือเข้าไปเป็นแบบให้แวนโก๊ะวาดรูป โซนนี้เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะชั้นสูงกับความตลกได้อย่างลงตัว ทำให้การเรียนรู้ศิลปะไม่น่าเบื่อ ส่วนใครที่ชอบความอลังการเหนือจินตนาการ "โซนแฟนตาซี" (Fantasy Zone) คือคำตอบครับ โซนนี้จะเนรมิตโลกแห่งเทพนิยายมาไว้ตรงหน้า มีทั้งปราสาทยักษ์ พรมวิเศษที่ให้เราขึ้นไปนั่งลอยฟ้า หรือแม้แต่ปีกนางฟ้าสวยๆ ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วดูละมุนชวนฝันสุดๆ อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ "โซนอียิปต์โบราณ" (Egypt Zone) บรรยากาศโซนนี้จะดูลึกลับและเต็มไปด้วยมนต์ขลัง คุณจะได้เผชิญหน้ากับมัมมี่ที่กำลังพังกำแพงสุสานออกมา มีมุมให้ทำท่าเปิดหีบสมบัติที่เต็มไปด้วยทองคำเปล่งประกาย หรือเดินทรงตัวหลบหลีกหลุมพรางและหนามแหลมที่วาดไว้บนพื้นได้อย่างสมจริงราวกับกำลังอยู่ในหนังสยามตื่นเต้น โทนสีของโซนนี้จะเน้นสีเหลืองทองและสีน้ำตาลทรายแดง ใครอยากได้รูปฟีลนักรบหรือนักสำรวจสุสานโบราณ โซนนี้นับว่าตอบโจทย์ เคล็ดลับง่ายๆ ในการได้รูปสวยเป๊ะปังจากที่นี่คือ การสังเกต "สัญลักษณ์จุดถ่ายรูป" (Photo Point) ที่แปะอยู่บนพื้นครับ เพราะนั่นคือมุมกล้องที่เขาล็อกเป้ามาให้แล้วว่า หากช่างภาพยืนถ่ายจากจุดนี้ องศาของภาพและมิติต่างๆ จะพุ่งทะลุจอและดูสมจริงที่สุด นอกจากมุมกล้องแล้ว "อินเนอร์" หรือการแสดงอารมณ์ก็สำคัญไม่แพ้กันครับ มาเที่ยวที่นี่ต้องทิ้งความเขินอายไว้ที่บ้าน แล้วงัดทักษะการแสดงรางวัลออสการ์ออกมาใช้ ยิ่งคุณเล่นใหญ่ ทำหน้าตาตื่นตระหนก ดีใจ หรือตกใจได้เนียนแค่ไหน ภาพที่ออกมาก็จะยิ่งดูมีชีวิตชีวามากขึ้นเท่านั้น สำหรับพิกัดของ Art in Paradise ในปัจจุบัน สาขาที่เป็นออริจินัลและได้รับความนิยมอย่างมากจะตั้งอยู่ที่ "พัทยา" ซึ่งเป็นสาขาแรกที่ใหญ่และอลังการที่สุด นอกจากนี้ยังมีสาขาที่ "เชียงใหม่" ที่ตกแต่งสวยงามและมีเอกลักษณ์ล้านนาผสมผสานอยู่ด้วย วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ถ้ายังไม่มีแพลนไปไหน หรือเริ่มเบื่อกับการไปเดินห้างแบบเดิมๆ ลองแวะไปปลดปล่อยจินตนาการและสนุกกับการแอคท่าฮาๆ ที่ Art in Paradise กันดูนะครับ รับรองว่าได้เสียงหัวเราะกลับไปเต็มกระเป๋า และอย่าลืมเคลียร์พื้นที่เมมโมรีสมาร์ตโฟนไว้ให้พร้อมล่ะ เพราะคุณจะได้กดชัตเตอร์รัวๆ แน่นอน! พิกัดการเดินทาง: ตั้งอยู่ที่ถนนพัทยาสาย 2 (ใกล้ซอย 1) เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี การเดินทางสะดวกมากครับ หากขับรถยนต์ส่วนตัวมา ทางพิพิธภัณฑ์มีลานจอดรถคอยให้บริการฝั่งตรงข้ามอาคาร หรือถ้าใครนั่งรถสาธารณะ ก็สามารถโบกรถสองแถวพัทยา (รถสองแถวสีน้ำเงิน) แล้วบอกให้มาส่งที่หน้า Art in Paradise ได้เลย เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 20:00 น. ค่าเข้าชม (สำหรับคนไทย): * ผู้ใหญ่: ราคาประมาณ 200 - 250 บาท เด็ก (ส่วนสูง 100-130 ซม.): ราคาประมาณ 100 - 150 บาท พิเศษ: น้องๆ หนูๆ ที่ส่วนสูงไม่ถึง 100 ซม. เข้าชมฟรีครับ! รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !